BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,858
VIEWS

ระบบ “เครดิต” ต่างจาก ระบบ “ฝากขาย” อย่างไร ค้าปลีกไทย ส่วนใหญ่ใช้แบบไหนในการบริหารสินค้า

ม.ค. 22, 2568 R.Somboon
หัวใจสำคัญที่จะทำให้ร้านค้าปลีกประสบความสำเร็จนั้น นอกจากเรื่องของทำเลแล้ว การบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องของสต๊อกสินค้าที่เป็นระบบหลังบ้านก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะยิ่งมีการบริหารจัดการสต๊อกที่ดี ก็ยิ่งจะทำให้สามารถสร้างผลกำไรได้มากขึ้นตามไปด้วย  
 
เพราะว่ายิ่งสต๊อกมากเท่าไร นั่นจะหมายถึงต้นทุนก็มากน้อยลงตามไปด้วย ทำให้สามารถสร้างผลกำไรได้มากขึ้น โดยเรื่องของการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้ประกอบการค้าปลีกให้ความสำคัญอย่างมาก
 
เช่นเดียวกับการหาสินค้าเข้ามาวางขายในร้านหรือในสโตร์ของตัวเองที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการขายสินค้าที่แตกต่างจากคู่แข่ง หรือสินค้าที่คู่แข่งไม่มี จะเป็นตัวปูทางไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางในการเข้ามาช้อปของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
 
โดยการบริหารจัดการเกี่ยวกับตัวสินค้าที่จะนำไปวางขายในร้านค้าปลีก โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้านั้นมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รูปแบบที่เรียกว่า “ระบบฝากขาย” (Consignment) กลายเป็นรูปแบบการขายสินค้าเข้าห้างที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน แม้ในปัจจุบัน ระบบการขายแบบ “เครดิต เซลส์” จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่ หลายมากกว่าก็ตาม
 
แต่ระบบฝากขายก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ถูกมองว่าเจ้าของธุรกิจหรือเจ้าของสินค้าเองก็ได้รับประโยชน์จากการเพิ่มช่องทางขายสินค้าที่มากขึ้น และทางร้านที่รับฝากขายเองก็จะมีสินค้าที่หลากหลายนำมาดึงดูดลูกค้า และยังได้รับส่วนแบ่งจากระบบการฝากขายด้วย


 
ทั้ง 2 รูปแบบ มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


เริ่มจาก การบริหารสินค้าในรูปแบบของการฝากขาย ที่หากมองเข้ามาที่ความหมายหรือรายละเอียดของระบบนี้จะพบว่า ระบบฝากขาย (Consignment) เป็นโมเดลธุรกิจที่เกิดจากการร่วมมือระหว่างเจ้าของสินค้า (Consignor) กับผู้รับสินค้ามาขาย (Consignee) ซึ่งเจ้าของสินค้าจะนำสินค้าเข้ามาวางขายในห้างนั้นๆ
 
โดยเจ้าของสินค้าจะรับผิดชอบในเรื่องของสต๊อก พนักงานขาย ส่วนเจ้าของห้างจะได้รับส่วนแบ่งเป็นจีพี หรือค่าคอมมิสชั่นในการขายตามเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงกันไว้ ซึ่งก็แล้วแต่อำนาจต่อรองของเจ้าของห้าง หรือเจ้าของแบรนด์สินค้าว่ามีมากน้อยแค่ไหน
 
ทางซัพพลายเออร์หรือเจ้าของสินค้าจะส่งสินค้าไปให้กับผู้ค้าปลีกเพื่อนำไปวางขายที่หน้าร้านก่อน โดยที่ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย วิธีการนี้จะทำให้สินค้ายังคงเป็นเจ้าของของสินค้านั้นอยู่ เมื่อครบตามกำหนดเวลาฝากขายแล้ว ทางผู้ค้าปลีกก็จะจ่ายเงินให้กับทางเจ้าของสินค้าตามยอดขายที่ทำได้ และส่งคืนสินค้าที่ยังไม่ได้ขายกลับคืนไปทางเจ้าของสินค้าด้วย
 
การทำห้างสรรพสินค้าในอดีต โดยเฉพาะผู้เล่นที่เป็นห้างรายเล็ก นิยมใช้รูปแบบการบริการสินค้าในลักษณะของการฝากขาย ทั้งนี้ก็เพราะช่วยลดความเสี่ยงด้านการเงินของผู้ค้าปลีก เพราะไม่ต้องนำเงินมาซื้อสินค้ามาสต๊อกล่วงหน้า หรือเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากไปกับการซื้อสินค้าก่อน จึงช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่ขายสินค้าในสต๊อกไม่ออก
 
ขณะเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้หน้าร้านค้าได้มีสินค้าวางขายที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าคงคลัง พร้อมกับช่วยลดต้นทุนในการดูแลสินค้า โดยเฉพาะทางฝ่ายผู้ค้าปลีกที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขยายพื้นที่จัดเก็บสินค้าจำนวนมาก รวมถึงลดต้นทุนในการจัดการและบำรุงรักษาสินค้าด้วย
 
ส่วนเจ้าของสินค้าเองถือเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเจ้าของสินค้า โดยการฝากขายจะช่วยให้เจ้าของสินค้าสามารถทดสอบตลาดก่อนได้ว่าสินค้านั้นตรงกับความต้องการของผู้ซื้อหรือไม่ เช่นเดียวกัน หากสามารถเข้าไปได้ในหลายห้าง โอกาสที่ผู้บริโภคจะเห็นแบรนด์ของตัวเองก็มีมากขึ้นตามไปด้วย


แน่นอนว่า การเรียกเก็บค่าจีพีจะมีเปอร์เซ็นต์ที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรองของเจ้าของสินค้า และผู้ประกอบการค้าปลีกว่า ใครจะมีอำนาจต่อรองในมือมากกว่ากัน ซึ่งการต่อรองนี้ เคยมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกิดขึ้นเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ที่สมัยนั้นค้าปลีกในรูปแบบของห้างสรรพสินค้า มีบทบาทมากสุดในบ้านเรา
 
ในช่วงเวลานั้น ฝั่งค้าปลีกมีผู้เล่นอย่างห้างเซ็นทรัล เป็นหนึ่งในผู้กำหนดทิศทางของตลาด ขณะที่ฝั่งซัพพลายเออร์มีกลุ่มสหพัฒน์ ที่มีบริษัทในเครือหลายบริษัทโดยเฉพาะ บริษัทไอ.ซี.ซี ที่ขายสินค้าในกลุ่มแฟชั่น และสินค้าเพื่อความงามหลายแบรนด์เป็นรายใหญ่ในตลาด
 
ครั้งนั้น ห้างเซ็นทรัลมีการขอเรียกเก็บค่าจีพีเพิ่ม จนกลายเป็นชนวนของความขัดแย้ง ที่ต้องยื้อกันอยู่พักใหญ่ๆ จนในที่สุดก็พบจุดลงตัวของทั้ง 2 ฝ่าย
 
แม้ในปัจจุบัน รูปแบบการบริหารจัดการสินค้าในร้านจะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยเจ้าของห้างเองหันมาใช้ระบบ เครดิต เซลส์ ที่สั่งสินค้ามาขายเอง และลดรูปแบบการทำตลาดผ่านระบบฝากขายลง แต่ระบบฝากขายหรือ Consignment นี้ ก็ยังคงมีอยู่ โดยห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ๆ อาจจะใช้รูปแบบการบริหารสินค้าในลักษณะนี้กับสินค้าบางประเภท โดยเลือกใช้ระบบฝากขายกับสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง อาทิ สินค้าในกลุ่มนาฬิกาหรู หรือแบรนด์ Luxury เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าราคาแพงถ้าหากต้องดูแลด้านสต๊อกเอง อาจจะใช้ต้นทุนในการสต๊อกสินค้าค่อนข้างสูง
 
จึงเลือกนำรูปแบบการฝากขายมาใช้กับสินค้ากลุ่มนี้ ซึ่งในสินค้าบางแบรนด์ที่มีอำนาจต่อรองสูง อาจจะกลายเป็นรูปแบบผสมระหว่างการฝากขายและเครดิต เซลส์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ห้างค้าปลีกส่วนใหญ่นำมาใช้ในการบริหารจัดการเรื่องสินค้าในปัจจุบัน
 
ขณะที่ในความหมายของ ระบบ “เครดิต เซลส์” นั้น เป็นรูปแบบการบริหารสินค้าในร้านที่ฝ่ายร้านค้าปลีกจะเป็นคนสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้า โดยเป็นคนรับผิดชอบเรื่องของการดูแลสต๊อกและทีมขาย ซึ่งแล้วแต่อำนาจต่อรองของทั้งซัพพลายเออร์และค้าปลีกว่าใครมีมากกว่ากัน เป็นเรื่องของการต่อรอง เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุดและสามารถทำกำไรในตัวเลขตามที่ตั้งเอาไว้ได้
 
เช่นเดียวกับเรื่องการขอเครดิตเทอมว่าจะยาวนานแค่ไหน อาจจะ 45 วัน หรือ 90 วัน ที่หลังจากที่สั่งสินค้ามาขายก่อนแล้วค่อยชำระเงิน
 
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการเรียกส่วนต่างเพิ่ม ทั้งค่าแรกเข้า ค่าเป้าการขาย การโปรโมชั่น หรือแม้แต่ค่ากระจายสินค้าเข้าสาขา ซึ่งขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรอง อย่างกรณีของผู้เล่นที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือซูเปอร์มาร์เก็ตเชนใหญ่ๆ อาจจะมีตัวเลขที่เป็นส่วนต่างนี้สูงหน่อย ซึ่งก็แล้วแต่การดีลของแต่ละราย
 
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างในตลาดค้าปลีกบ้านเราก็คือปัจจุบันผู้ประกอบการค้าปลีกเองต่างก็สวมหมวกทั้งที่เป็นค้าปลีก และเป็นเจ้าของสินค้าอยู่ในตัวเอง ทำให้นอกจากจะต้องแข่งกับสินค้าจากแบรนด์คู่แข่งแล้ว บางครั้งยังต้องแข่งกับเฮ้าส์แบรนด์ หรือไพรเวท เลเบล แบรนด์ที่ห้างหามาขายเองอีกด้วย


ขณะที่ในปัจจุบัน ผู้เล่นรายใหญ่ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัลจะมีอีโคซิสเต็มที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยนอกจากหาแบรนด์สินค้าเข้ามาวางขายเองแล้ว ยังมีบริษัทในเครือที่ทำหน้าที่เป็นดิสทริบิวเตอร์ หรือบริษัทจัดจำหน่าย ที่ไปขอไลเซ่นหรือขอสิทธิ์การเป็นผู้จัดจำหน่ายและทำตลาดเองอีกด้วย
 
สิ่งที่ตามมาก็คือเราได้เห็นการทรานส์ฟอร์มตัวเองของซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้า จากแค่เอาสินค้าไปวางขายมาสู่การรับบทเป็นค้าปลีกเอง ด้วยการเข้าไปเปิดช็อปหรือบูธในศูนย์การค้าอีกทางหนึ่ง  แม้จะมีต้นทุนในเรื่องของค่าเช่าที่แต่ก็เป็นอีกแนวทางที่หลายแบรนด์นิยมทำกัน เพราะนอกจากจะเข้าตรงถึงลูกค้าแล้ว ยังมีเรื่องของการคอนโทรลทั้งระบบ
 
โดยเฉพาะกับเรื่องแบรนด์ให้สามารถพรีเซนต์คอนเซปต์ของแบรนด์ตัวเองได้อย่างชัดเจน จนทำให้เป็นอีกทัชพ้อยท์สำคัญที่ช่วยในเรื่องของการสร้างแบรนด์ และการส่งมอบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
 
ยิ่งในปัจจุบัน ช่องทางขายมีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากและมีทางเลือกใหม่ๆ อย่างการเปิดร้านในออนไลน์ ที่สามารถเชื่อมโยงมาสู่การขายแบบออฟไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้เราได้เห็นการเลือกใช้วิธีการขายที่ค่อนข้างหลากหลายและแตกต่างไปจากอดีต
 
ทั้งหมดนั้นจะขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ว่านิยมซื้อสินค้าในรูปแบบไหนด้วย...


ห้างเซ็นทรัล ผนึกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ส่งแคมเปญ “T1 Dynamic Points” รับคะแนนเดอะวันพิเศษ 20 เท่า เฉพาะ 15 พ.ค. 2569 วันเดียวเท่านั้น!

“ห้างเซ็นทรัล” รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ “BEST OF THE BEST” รางวัลแห่งความเป็นที่สุดในทุกมิติและอีก 3 รางวัลใหญ่

ห้างเซ็นทรัล เดินหน้าผลักดันสนับสนุนแบรนด์แฟชั่นและบิวตี้ เตรียมจัดงาน “Central The Fashion Disruptors 2026” จับมือ “HERA Thailand”

ยกระดับมาตรฐานรีเทลไทยไปอีกขั้น “ห้างเซ็นทรัล” พลิกเกมสู่ต้นแบบห้างสรรพสินค้าแห่งแรงบันดาลใจที่ตอบโจทย์ลูกค้า ในทุกไลฟ์สไตล์และทุกแพลตฟอร์ม

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล คว้าอันดับ 1 ห้างสรรพสินค้าที่คนไทยเชื่อมั่น ตอกย้ำผู้นำประสบการณ์ลักชัวรี่–ออมนิแชนแนล

“ณัฐธีรา บุญศรี” CEO รุ่นใหม่ “กลุ่มห้างเซ็นทรัล” คว้ารางวัล 2025 CEO Thailand Prime Awards ตอกย้ำผู้บริหารหญิงผู้พลิกโฉมค้าปลีกไทย

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact