ปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน TIME100 Davos Dinner ที่รวมผู้นำที่มีอิทธิพลในหลายสาขาจากทั่วโลก ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนเพียงหนึ่งเดียวของไทย ปิยะชาติกล่าวในงานว่า "คำถามสำคัญต่อผู้นำจากทุกภาคส่วนทั่วโลกที่มารวมกันที่ดาวอส คือ เราทุกคนรู้สึกถึงความเร่งด่วนในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนกันเพียงพอหรือยัง ตั้งแต่ปี 2015 เมื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้ถูกประกาศใช้ โลกได้ทุ่มเททั้งงบประมาณหลายล้านล้านดอลลาร์ โครงการนับพัน และงานประชุมนับไม่ถ้วนเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืน แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ความพยายามเหล่านั้นก็ยังดูเล็กน้อย เมื่อเทียบกับแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ (Economic Force) ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ (Ecosystem) โดยไม่ได้ตั้งใจ" คำกล่าวนี้ได้สะท้อนถึงการทำงานที่ยึดมั่นและผลักดันเรื่องความยั่งยืนมากว่า 12 ปี ร่วมกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
งานประชุมประจำปี World Economic Forum ครั้งที่ 55 หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Davos 25
ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 ถึง 24 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นเวทีสำคัญระดับโลกที่รวบรวมผู้นำกว่า 3,000 คน จากกว่า 130 ประเทศ รวมถึงผู้นำรัฐบาลกว่า 350 คน และผู้นำประเทศกว่า 60 คนจากทุกภูมิภาคสำคัญของโลกซึ่งงานประชุมประจำปีนี้จัดภายใต้ธีม “Collaboration for the Intelligent Age” ที่มุ่งเสริมความร่วมมือระดับโลกให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแก้ปัญหาระดับโลกไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การค้าการลงทุน และภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความซับซ้อนในยุคปัจจุบัน
ความร่วมมือที่จะแก้ปัญหาต่างๆ คงมิอาจบรรลุผลได้หากระบบเศรษฐกิจแบบเดิมยังไม่ได้เอื้อให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืนแบบแท้จริง การผลักดันการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ จากเดิมที่ยืมทรัพยากรในอนาคตมาใช้ ให้เป็นระบบที่สามารถสร้างการเติบโตต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมได้ ซึ่งแนวคิดเศรษฐกิจใหม่หรือ Sustainomy เน้นการสร้างความสมดุลระหว่างความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งให้โลกก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมกัน โดยการสร้างความสมดุลระหว่างผลกำไรและสังคม ทำให้ระบบเศรษฐกิจกลับมาทำงานเพื่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

โดยมี 3 ประเด็นหลักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ และแนวคิดเศรษฐกิจใหม่ (Sustainomy)ที่คุณปิยะชาติได้กล่าวที่ TIME100 Davos Dinner ดังนี้
1. เปลี่ยนวัฒนธรรมของทุนนิยม
ในขณะที่เราพยายามส่งเสริมความไม่แบ่งแยกและครอบคลุม (Inclusive) แต่ยังคงมีความพิเศษเฉพาะกลุ่ม(Exclusive) อยู่เสมอ และในขณะที่ไม่ว่าเราจะใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด แต่เรามักจะให้ความสำคัญกับตัวเองก่อนเสมอ ความท้าทายเหล่านี้สะท้อนถึงข้อจำกัดของระบบทุนนิยมในปัจจุบันทุนนิยมไม่ใช่ระบบที่ผิดหรือสมควรถูกต่อต้าน แต่เป็นระบบที่ยังสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก ดังนั้นเป้าหมายสำคัญคือ การปรับเปลี่ยนระบบทุนนิยมให้เป็นระบบใหม่ที่สร้างมาเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน
2. เปลี่ยนให้โมเดลการเติบโตกับการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเรื่องเดียวกัน
ธุรกิจส่วนใหญ่ยังเน้นวัดความสำเร็จจากผลกำไรเป็นหลัก ขณะที่มาตรวัดด้านผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมยังมีไม่เพียงพอ การปรับตัวในระดับองค์กรภาคเอกชนและระดับนโยบายภาครัฐจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยหลาย ๆ องค์กรควรเริ่มต้นพัฒนากรอบการวัดผล (Framework Model) ที่สามารถประเมินทั้งผลลัพธ์ทางธุรกิจและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน ซึ่งการใช้มาตรวัดเหล่านี้อย่างจริงจังจะช่วยสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและความรับผิดชอบ พร้อมขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและครอบคลุมมากขึ้น
3. เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจให้กลับมาทำงานเพื่อผู้คนและสังคมมากยิ่งขึ้น
ระบบเศรษฐกิจใหม่ (Sustainomy) มุ่งเน้นการสร้างเป้าหมายใหม่ (New Goal) ที่ไม่เพียงแค่การวัดการเติบโตทางเศรษฐกิจจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แต่ยังรวมถึงมาตรวัดด้านทุนมนุษย์ (Human Capital) และทุนธรรมชาติ (Natural Capital) ควบคู่กันไปด้วย อาทิ การลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น และการมองหาวิธีใหม่ (New How) ที่ธุรกิจในอนาคตต้องสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่ผลกำไรเท่านั้น นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นให้เกิดการมองหาวิถีใหม่ในการดำเนินธุรกิจ (New Way) ซึ่งเน้นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว และบทบาทใหม่ (New Role) ที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกัน แบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแต่ละฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนร่วมกันไปสู่ความยั่งยืนได้มากที่สุด

การเข้าร่วมงาน TIME100 Davos 2025 ของปิยะชาติถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่และการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านแนวคิด Sustainomy ที่ไม่เพียงแต่เป็นการปรับสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจที่ตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วนในสังคมอย่างจริงจัง โดยการสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการร่วมมือกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้อย่างแท้จริง