BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,834
VIEWS

Pink Economy อีกหนึ่งกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ม.ค. 28, 2568 A.Kanitha
ตลาด LGBTQ+ หรือที่เรียกอีกอย่างว่าเศรษฐกิจสีชมพู (Pink Economy) เริ่มเติบโตและเป็นที่พูดถึงมานาน หลายปี โดยปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีจำนวน 5-10% ของประชากรโลก มีกำลังซื้ออยู่ที่ 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ส่วนใน ไทยมีกลุ่ม LGBTQ+ กว่า 6 ล้านคน มีกำลังซื้อรวมอยู่ที่ 26,000 ล้านบาท

แต่จากนี้ต่อไปตลาดนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยหลัก ที่เป็นตัวกระตุ้นก็คือกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 กลายเป็นอีกหนึ่งจุดขายใหม่ของประเทศไทยในฐานะเป็นชาติแรกในอาเซียนและเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม นำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่ตามมาอีกเป็นจำนวนมาก

การท่องเที่ยวซึ่งเดิมทีก็เป็นเครื่องจักรทำเงินให้ไทยเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว Access Partnership ซึ่งเป็นบริษัท ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะคาดว่า กฎหมายฉบับใหม่ของไทยจะสร้างแรงงานเต็มเวลาให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประมาณ 76,000 ตำแหน่ง เพื่อรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 10% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2,000 ล้าน เหรียญสหรัฐต่อปีภายในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้จีดีพีโดยรวมภายในประเทศเพิ่มขึ้น 0.3%

นับเป็นตัวเลขมหาศาล เพราะอย่าลืมว่ากฎหมายนี้ไม่เพียงแต่จะมีผู้มาเยือนเป็นคู่รักเพศเดียวกันและแขกใน งานแต่งงานของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังมาจากชุมชน LGBTQ+ ที่แสวงหาแหล่งพักผ่อนที่เป็นสถานที่ที่พวกเขาได้สัมผัสกับ การยอมรับที่แท้จริง ที่สำคัญนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังมีกำลังซื้อสูง ชอบเดินทางท่องเที่ยว และสัมผัสประสบการณ์ที่หลาก หลาย

แล้วยิ่งไทยมีความสะดวกในการเข้าประเทศผ่านข้อตกลงที่ไม่ได้ใช้วีซ่า ค่าใช้จ่ายคุ้มค่าในการเดินทางเมื่อเทียบ กับประเทศอื่น ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นได้อย่างสะดวก ย่อมเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยว เทคะแนนมาที่ไทยมากขึ้น

ต่อมาเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพ ธุรกิจเช่าชุดแต่งงานจะมี ดีมานด์ที่มากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จากข้อมูลของ Wonders and Weddings คาดการณ์ว่ายอดการจองการจัดงาน แต่งงานจะเพิ่มขึ้น โดยยอดการจองของกลุ่ม LGBTQ+ คิดเป็น 25% จากยอดจองทั้งหมด ซึ่งเวลานี้ก็มีหลายๆ องค์กร LGBTQ+ รวมถึงภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันผลักดันพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม เริ่มทยอยประกาศจัดงานวิวาห์หมู่สำหรับ คู่รักเพศเดียวกันกันบ้างแล้ว

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสุขภาพและความงาม ซึ่งกลุ่มหลากหลายทางเพศมีความรักสวยรักงาม ให้ความสำคัญใน การดูแลรักษาตัวเองเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะการผ่าตัดแปลงเพศ

กลุ่มก้อนของ LGBTQ+ ที่มีสเกลใหญ่มากขึ้นยังเข้ามาเปลี่ยน Landscape ในอีกหลายธุรกิจเช่นกัน ซึ่งเราจะ เห็นได้ชัดในธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมได้สนับสนุนให้คู่รักหลากหลายเพศได้รับสิทธิ์ ในการดูแลชีวิตของคู่รัก สิทธิ์ในการดูแลจัดการสินทรัพย์ของคู่สมรส การเป็นตัวแทนทางกฎหมายและการสามารถรับ มรดกจากคู่สมรส ทำให้คู่รัก LGBTQ+ สามารถทำประกันชีวิตให้กันและสามารถเป็นผู้รับผลประโยชน์ หรือสร้างความ มั่นคงในฐานะครอบครัว ซึ่งตรงนี้ก็ยังเชื่อมโยงมาถึงโอกาสในธุรกิจอสังหา เพราะกลุ่ม LGBTQ+ สามารถกู้เงินเพื่อซื้อบ้านร่วมกันโดยมีกฎหมายรองรับอีกด้วย ก็จะเกิดโปรดักต์บ้านที่ดีไซน์ฟังก์ชันเพื่อเจาะตลาด LGBTQ+ มากขึ้น
               
ไม่เพียงเท่านั้น Landscape ในธุรกิจบันเทิงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยคาดว่าค่ายผลิตคอนเทนต์ต่างๆ จะหันมา ผลิตซีรีส์วายและ Girls Love มากขึ้น ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมละครและภาพยนตร์ไทยเติบโตอย่างมาก นอกจากนี้ยัง เป็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจด้านอื่นๆ เช่น ธุรกิจสัตว์เลี้ยง ธุรกิจให้คำปรึกษาและการวางแผนครอบครัวสำหรับคู่รัก หลากหลายเพศ ธุรกิจสันทนาการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจอีเวนต์ ออร์แกไนเซอร์ ซึ่งคาดว่าจะสร้าง Big Impact ให้กับประเทศไทย

แล้วอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่พูดถึงไม่ได้ก็คือการเสนอตัวให้ภูเก็ตเป็นเจ้าภาพงาน InterPride World Conference 2025 โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ซึ่งงานนี้จะเป็นก้าวแรกในการ ก้าวสู่การชิงเป็นเจ้าภาพจัดงาน WorldPride 2030 ต่อไป ซึ่งคาดการณ์ว่าหากประเทศไทยสามารถคว้าการจัดงานนี้ มาได้จะมีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศเดินทางมาประเทศไทยนับล้านคน โดยระยะเวลาการจัดงานอยู่ในช่วง 4 สัปดาห์ ของการจัดงาน หรือสามารถจัดกิจกรรมหลายเดือนหรือตลอดทั้งปี ประเมินว่างาน WorldPride 2030 จะทำให้ประเทศ ไทยได้ประโยชน์อย่างมากจากการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศไทย ตลอดจนสร้างโอกาส ทางธุรกิจมากมาย และจะช่วยเพิ่มจีดีพีของประเทศไทยได้สูงถึง 8,900 ล้านบาท
               
จากอีเวนต์ต่างๆ ที่จัดขึ้นทุกคนคงเห็นชัดเจนว่า คอมมูนิตี้ LGBTQ+ แข็งแรงมากขนาดไหน ทำให้หลายคนมอง เห็นโอกาสการต่อยอดธุรกิจที่มากกว่านั้น โดย ธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Canvas Ventures International ชี้ว่าในอนาคตจำเป็นต้องมีแนวทางสร้างเศรษฐกิจสีชมพูให้มีความยั่งยืน ด้วยการผลักดันให้เกิดระบบ นิเวศที่เอื้อต่อชุมชน LGBTQ+ อย่างแท้จริง

“การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ LGBTQ+ รุ่นใหม่ให้เติบโตและพัฒนาธุรกิจได้ อย่างเต็มศักยภาพต่างหากคือกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจสีชมพูที่ยั่งยืน”

ยกตัวอย่าง Queer Ventures ซึ่งตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก ที่ไม่เพียงเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับชุมชน LGBTQ+ แต่ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะในอินเดียที่ Queer Ventures ได้สนับสนุน ผู้ประกอบการกว่า 50 ราย และระดมทุนได้มากกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ Proud Ventures ในลอนดอน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ พวกเขาสร้างชุมชนนักลงทุน LGBTQ+ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน อุตสาหกรรม เช่น บริการทางการเงิน สินเชื่อ ประกันภัยสำหรับคู่รัก LGBTQ+ และ Grindr แอปหาคู่ที่เจาะกลุ่มผู้ใช้ LGBTQ+ เป็นต้น

ไทยเองก็เริ่มมี Venture Capital เพื่อลงทุนในธุรกิจเพื่อตอบสนองชุมชน LGBTQ+ แล้ว อย่าง Canvas Ventures International ที่ส่งเสริมธุรกิจ PinkTech และให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผ่านการ ให้คำปรึกษา การเชื่อมโยงกับนักลงทุน และการเปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาด

เมื่อโอกาสมาแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการทำไม่ใช่แค่เพียงคิดโปรดักต์เท่านั้น แต่ต้องปรับตัวในแง่การสื่อสาร เพื่อรองรับดีมานด์กลุ่ม LGBTQ+ ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้มากกว่าคนทั่วไปที่เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 9% ด้วยกำลังซื้อที่สูงดังกล่าวจึงมีพฤติกรรมพร้องเปย์ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะ ให้กับสินค้าและบริการที่สามารถสร้างความพึงพอใจและตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้ทันท่วงที

เจ้าของสินค้าต้องสร้างสรรค์แคมเปญที่โดดเด่น มีคอนเทนต์ที่แปลกใหม่และเป็นไอเดียที่สร้างขึ้นเฉพาะเจาะจง ให้ความสำคัญกับกลุ่ม LGBTQ+ สื่อสารด้วยความจริงใจ พูดภาษาเดียวกัน และโฟกัสกับลูกค้ากลุ่มนี้อย่างสม่ำเสมอ ตลอดทั้งปี เพราะคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงไม่ได้พร้อมจ่ายแค่ในเดือน Pride Month เดือนเดียวเท่านั้น จึงควรจัดกิจกรรม ทางการตลาดต่อเนื่อง

Tellscore ปั้น Creator LGBTQ+ ใช้พลังจากความหลากหลาย ช่วยขับเคลื่อน Pink Economy

Pink Economy อีกหนึ่งกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Pink Power Up Business Forum: ปฏิวัติเศรษฐกิจสีชมพูไทย สู่ผู้นำโลก

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact