BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
5,782
VIEWS

The Making of Bangkok Design Week 2025 คุยกับ “บอสหยาม” สยาม อัตตะริยะ “รับปรึกษาทุกปัญหาออกแบบ อนุมัติยาก เห็นผลไว”

ก.พ. 11, 2568 S.Vutikorn
ช่วงนี้ในเขตกรุงเทพฯ มองไปทางไหนก็จะเจอป้ายโปรโมทงาน Bangkok Design Week 2025 เทศกาลงานออกแบบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และพันธมิตรซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 8 

งาน Bangkok Design Week 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Design Up+Rising : ออกแบบพร้อมบวก+" มุ่งเน้นการสร้างพลังบวก ผ่านงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนเมืองและเปิดโอกาสใหม่ในทุกมิติ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพในด้านสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกปัจจุบัน 

ปีนี้ เทศกาลฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 23 กุมภาพันธ์ 2568 ครอบคลุมพื้นที่สร้างสรรค์กว่า 7 ย่านหลัก ได้แก่ เจริญกรุง - ตลาดน้อย, เยาวราช -ทรงวาด, ปากคลองตลาด, พระนคร, ข้าวสาร - บางลำพู, บางโพ และหัวลำโพง รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท และดึงดูดผู้เข้าชมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ไม่น้อยกว่า 300,000 คน ตลอดระยะเวลา 16 วันของการจัดเทศกาลฯ

เบื้องหลังความปังครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากความโดดเด่นของ CI และงานกราฟิกดีไซน์ที่ใช้โปรโมทงานซึ่งทำโดยทีมงาน Pink Blue Black & Orange บริษัทออกแบบชื่อดังของไทย

BrandAge Online มีโอกาสได้คุยกับ “บอสหยาม” สยาม อัตตะริยะ Design Director Pink Blue Black & Orange ถึงเบื้องหลังงานออกแบบที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องผ่านงานที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย แต่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ 

1. บรีฟ : ตีบรีฟให้แตก

บอสหยาม ให้คำแนะนำสำหรับนักออกแบบว่า การเตรียมตัวไปรับบรีฟที่ดี เริ่มจากการอย่าเพิ่งคิดเยอะ ไปเพื่อฟังโจทย์ก่อน ไปแบบหัวโล่งๆ ตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกค้าบรีฟมาทั้งหมด แล้วจับประเด็นดีๆ เช่น

“ย้อนกลับไป 8 ปี ปีนี้อยากได้อะไร?” (ลูกค้า: การออกแบบที่ช่วยเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น)

“ความตั้งใจลึกๆ ที่อยากจะบอกออกไป?” (ลูกค้า: อยากพรีเซนต์ Soft Power แบบไทยๆ บ้านๆ ที่ดูสนุก)

“ใครคือผู้ชมงานคนนั้น?” (ลูกค้า: สวย เก๋ จะบูมเมอร์หรือเจนซีต้องมางานนี้)

ทั้งนี้ทั้งนั้น บอสหยามย้ำว่า กระดุมเม็ดแรกสำคัญที่สุด ดังนั้นต้องตีโจทย์ให้แตก!!!

“ตัวบรีฟเองเป็นเหมือนแผนที่แผ่นใหญ่ก่อนพาทุกคนออกเดินทาง บรีฟที่ดีต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนมากพอจะทําให้ไปถึงเป้าหมายเดียวกัน กําหนดค่าอารมณ์พื้นฐานของทั้งโปรเจกต์ ช่วยกําหนดกรอบการทํางานและจัดการเวลาได้ มองเห็นข้อจํากัดและ โอกาสที่อยู่ในโปรเจกต์นั้นๆ การตั้งคําถามเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจนําไปสู่คําตอบใหม่เหนือความคาดหมาย แกะอินไซต์ที่ช่วยผลักดันศักยภาพของผลงานนั้นให้ดียิ่งขึ้น”

โดยวิธีการทำงานของทีมงาน Pink Blue Black & Orange ที่ใช้ได้ผลมาตลอดก็คือขั้นแรกก่อนเริ่มรีเสิร์ชและลงมือออกแบบ ทีมงานมักจะใช้เวลาเพื่อการตั้งคําถามเหล่านี้

- อะไรคือปัญหาที่แท้จริงที่ต้องการแก้ไข? ช่วยให้นักออกแบบมองเห็นความต้องการเจาะลึกมากไปกว่าที่ลูกค้าเล่าให้ฟัง

- ทําไมต้องทําโปรเจกต์นี้ ในช่วงเวลานี้? เพื่อเข้าใจความเร่งด่วนและโอกาส

- อะไรคือข้อควรระวัง? เพื่อเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

- โปรเจกต์นี้จะประสบความสําเร็จได้อย่างไร? สื่อสารให้ตรงตามโจทย์ที่ตั้งไว้

- มีภาพฝันสุดท้ายที่อยากให้เกิดขึ้นจริงไหม? เปิดพื้นที่สําหรับความคิดสร้างสรรค์

- กลุ่มเป้าหมายหลักและรองเป็นใคร? รู้จักผู้รับสารอย่างแท้จริง

บอสหยามกล่าวว่า ความปังของงานนี้เริ่มจากการได้รับบรีฟที่ดี

“คนส่วนใหญ่ชอบมองงานออกแบบเป็นเรื่องไกลตัวไง สวย-ไม่สวย ชอบ-ไม่ชอบ แต่เราพยายามจะชี้ชวนให้คนทั่วไปมองงานออกแบบเป็นวิธีคิด มองเป็นเครื่องมือที่เอาไปพัฒนาชีวิต เช่น ในชีวิต ประจําวันเรา ง่ายๆ การแต่งตัวก็คือกระบวนการออกแบบ นึกออกมั้ย สมมติตอนเย็นเลิกงานแล้วต้องไปต่องานเลี้ยงตอนกลางคืน ฉิบหาย... รถติดมากต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ไป เช้าวันนั้นเราต้องคิดแล้วว่าแต่งตัวยังไง คือถ้าไปมอเตอร์ไซค์ฝนจะตกทำยังไง คือเราต้องพยายามคิดหาทางที่เป็นไปได้ และดีที่สุดเท่าที่เงื่อนไขมันมี ซึ่งมันคืองานออกแบบถูกไหมฮะ”

2. ค้นหา : ทําการบ้านแค่ไหนดี

มาถึงขั้นตอนการค้นหาโซลูชัน บอสหยาม กล่าวว่า หลักคิดของงานออกแบบการสื่อสารและ Key Visual ของงาน Bangkok Design Week ในปีนี้อยากจะสื่อสารแบบใช้สำนวนและลีลาแบบบ้านๆ ไม่ล้ำสมัย หรูหรา หรือดูเท่แบบงาน Milan Design Week

“เรารู้สึกว่าตั้งแต่ต้นเลยว่าเราจะไม่ทําทรงหรู เพราะถ้าเราอยากจะคุยกับชาวบ้าน ถ้าเรายังทําเท่อยู่มันไม่ได้ หลักเกณฑ์ในการตัดสินว่างานนี้จะรอดหรือไม่รอด คือต้องไม่เท่ งานออกมาแล้วชาวบ้านต้องเข้าใจ ดังนั้นต้องง่ายคือสวยแบบถูกใจชาวบ้าน แต่มันต้องดีพอที่จะทําให้นักออกแบบไม่รู้สึกว่ามันอี๋ เพราะของพวกนี้มันดูธรรมดามากๆ หมายถึงว่าของที่มันแบบถูกๆ ของที่มันไม่มีราคา แต่สําหรับเรา เรารู้สึกว่าเฮ้ย...ชาวโลกเขาชื่นชมไอ้ของแบบนี้ของไทย เหมือนที่เราเอาท่อมาต่อกันเป็นที่กั้นรถ, เหมือนรถพุ่มพวง หรือจ่าเฉย พวกนี้มันคือการออกแบบทั้งนั้น”

การค้นหาจากสิ่งธรรมดาๆ ที่คนไทยคุ้นชินนี้เอง ที่กลายเป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่มาจากสิ่งรอบตัว ที่ทีม งานต้องนำมาคัดสรรด้วยการลิสต์และค่อยๆ หาคําสําคัญที่เป็นหัวใจหลักของเทศกาลฯ จนเป็นที่มาของ 5 ประเด็น ดังต่อไปนี้

1. ไทยๆ

2. ไม่ใช่แค่ความสวยงาม

3. แตกต่างและมีคุณค่า 

4. สร้างสรรค์และไม่อ่อม

5. ดีไซน์ที่สื่อสาร

“พอเราได้ข้อมูลจากบรีฟ เราก็ไปหาข้อมูลต่อว่า เฮ้ย...ตกลงความเป็นไทยมันคืออะไร เราจะคุ้นชินในฐานะที่เราเป็นนักออกแบบ ความเป็นไทยก็จะแบบวัด, วัง, กนก, ช้าง, ตุ๊กตุ๊ก อะไรอย่างนี้ แล้วเรารู้สึกว่าแบบเฮ้ย...ไอ้ของพวกนี้มันไม่ไทยเหรอ พวกลูกกรงเหล็กดัด หรือว่าแบบจ่าเฉยมันโคตรจะไทยเลย แบบมันวิธีคิดแบบว่าเป็นตํารวจปลอมมายืนอยู่ที่สี่แยก เรารู้สึกว่าความแบบมั่วๆ ซั่วๆ แบบนี้มันมีความเป็นไทย ความเป็นไทยต้องเยอะ ต้องบวกกันเข้าไว้ ลองนึกภาพในวัดหรือชุดลิเก มันแทบจะไม่มีสเปซเลย คือแล้วต้องโชว์ ต้องอวด สีต้องแรง มีทั้งเพชรทั้งทอง ทั้งเงิน ทั้งระยิบระยับ คริสตัลอะไรเต็มไปหมด
 

ที่มาตรงนี้มันเลยตบประเด็นให้เป็นแบบนี้ ความเป็นไทยของเราก็เลยเอาแรงบันดาลใจจากของรอบตัว ซึ่งของรอบตัวพวกนี้มันเป็นของธรรมดา ถ้าเอาของทั่วไปที่คนนั้นเห็นเดินอยู่ข้างนอกมาจัดแสดงแบบธรรมดา คนเขาคงรู้สึกว่ามันพิเศษตรงไหน เราก็เลยคิดว่าเราต้องหาวิธีจัดแสดงที่เป็นพิเศษ คุณต้องดูละเอียด คุณต้องส่องคุณต้องมองให้ลึก แล้วคุณจะเห็นสิ่งที่น่าสนใจ คุณจะดูความงาม คุณจะเห็นแบบที่ฝรั่งมันเห็นเรา”

3. คอนเซ็ปต์ : มีไกด์ไลน์ให้เดินได้ถูกทาง

หลังจากได้ข้อมูลมากพอแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการคัดสรรข้อมูลที่จะนำไปใช้งานจริงตามคอนเซ็ปต์

บอสหยาม กล่าวว่า การคัดเลือกสิ่งที่สื่อถึงใจความเป็นไทยแบบบ้าน ๆ ทีมงานเริ่มขีดเส้นใต้ เน้นตัวหนาที่คําว่า “ยืดหยุ่น ผสมผสานหยิบยืม และมีอารมณ์ขัน” 

เพื่อให้ทีมนักออกมองเห็นภาพ Key Visual แบบฟุ้งๆ แต่มีกรอบขอบเขตไว้แบบไม่นอกเส้น โน้ตสั้นๆ ที่ตกลงกันไว้แนวๆ นี้ก็ช่วยกระตุกเตือนได้ดี

- ขอไม่เป็นคนเท่ มาเวย์สนุกด้วย ตลกด้วย 

- ผสมผสานแบบจัดเต็ม เยอะสิ่ง ฉูดฉาด จัดจ้าน รสนัวอร่อย

- เปิดรับแรงบันดาลใจจากศิลปะและแนวคิดที่หลากหลาย

- ใครเห็นก็จําได้

Key Visual ปีนี้จึงเป็นมากกว่าแค่ภาพโปรโมต แต่เป็นตัวแทนของพลังความคิดสร้างสรรค์ที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตลอดเทศกาลฯ

“พอทำรีเสิร์ชมาเยอะๆ เราก็จะได้ข้อสรุปเป็นพวกคำต่างๆ ที่บอกความเป็นไทย ซึ่งคําทั้งหมดมันก็เป็นไทยนะ แต่ถามว่ากระบวนการออกแบบ เราจะเอาทั้งหมดไปใส่ไว้ในรูปๆ นึงได้มั้ย มันไม่มีทาง เราถึงต้องมีกระบวนการคัดเลือก อันไหนจะทิ้ง อันไหนจะเก็บไว้ วิธีการก็คือ เอาจากที่ทั้งหมดมาแล้วก็มาเลือกอีกทีหนึ่ง”

4. ออกแบบ : กล้า ช่า เลอะให้เต็มที่

บอสหยาม อธิบายว่าพลังของการต่อยอดที่มีมหาศาล ช่วยทําให้ไอเดียของ Key Visual ไม่จบลงแค่ในภาพหลักเพื่อการสื่อสาร เป็นมากกว่าด้วยการต่อยอดในรูปแบบนิทรรศการ ไปจนถึงการทำสินค้าจริงออกมาวางจําหน่าย เรียกว่าเป็นการบวกต่อแบบไม่หยุด

เรียกได้ว่า ทีมนักออกแบบได้ลองนั่นนี่ด้วยความสนุก เหมือนลองสูตรส้มตํา ด้วยเครื่องปรุงสารพัดแบบ สร้างประสบการณ์ การเรียนรู้ด้านรสชาติที่แตกต่าง จนให้ผลลัพธ์เกินคาดเดา ด้วยวิธีการ สารพัดรูปแบบ ทั้งการวาดมือ การใช้คอมพิวเตอร์และการนํา Generative Al เข้ามาช่วยสร้างภาพ เพื่อให้ผู้ชมโฟกัสที่ไอเดียหลัก และทางนักออกแบบเองก็ได้มองเห็นภาษาการออกแบบใหม่ๆ ผ่านการลองผิดลองถูก รักษาสมดุลระหว่างความธรรมดากับความพิเศษ ความคุ้นเคยกับความแปลกใหม่ ความง่ายและความประณีต

การเปลี่ยนแนวคิดที่เป็นแนวทางจับต้องไม่ได้ให้กลายเป็นผลงานจริง ส่วนประกอบต่างๆ ครบถ้วน ทั้งสี ฟอนต์ รูปทรง วัสดุ ตลอดจนการปรับใช้งานกับสื่ออื่นๆ ทั้งหมด พร้อมกับการที่ยังต้อง “ตรงโจทย์” และ “ตรงบรีฟ” ตามที่ตกลงไม่ออกนอกเส้นทางไปไหน ด้วยวิธีการคือการออกแบบและการสร้างตัวต้นแบบที่จะช่วยให้เดินทางไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ได้เป็นแค่งานที่ดูสวยดี แต่ยังใช้งานได้ดีจริงอีกด้วย

“ขั้นตอนที่ 4 เราคิดเหมือนว่าเราทํากับข้าวไม่เป็นแล้วอยากทําผัดไทยอย่างนี้ เราเอาเส้นลงมาใส่ ทำมาแล้วเค็มไปเอาใหม่ ลองใส่ไข่ก่อน ใส่ไข่หลัง มันคือลองผิดลองถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ลองจนกว่ามันจะใช่ ดังนั้นโครงการนี้เป็นการทํางานที่ใช้เวลา ใช้ความพยายาม ใช้การทดลอง ซึ่งเราอยากให้เขารู้ว่า การที่ทําแล้วมันผิดพลาดมันเป็นเรื่องปกติ แต่ความผิดพลาดถ้าเราเรียนรู้มัน มันก็จะดีขึ้นๆ มันก็จะเห็นว่าเราทํามันก็มีทั้งเวิร์คในเวิร์คแบบสารพัด

ตอนไปขายไอเดีย Up+Rising เรามองว่ามันเหมือน Revolution มันเหมือนการบวกกัน พร้อมบวกสารพัด เราขายเป็นไอเดียเป็นภาพสเกตช์ขาวดํา เราคิดว่างานออกแบบมันเป็น Process หมายความว่า  ถ้ายังมีเวลาหรือว่ามันวันนึงมันไม่เวิร์ค แล้วมันก็ต้องพัฒนาแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ ดังนั้นเนี่ย เราก็เลยบอกว่างานมันเริ่มโปรโมตตั้งแต่เดือนตุลาคม งานจริงเริ่มเดือนกุมภาพันธ์ จะโพสต์ยังไงให้ไม่ภาพซ้ำกันทุกเดือน เราก็เลยทำเฟส 1: รูปแบบลายเส้น ขาว-ดํา เพื่อโฟกัสที่ไอเดียและองค์ประกอบหลักก่อน ค่อยๆ เติมสี และองค์ประกอบในเฟสที่ 2 และปิดท้ายด้วยเฟส 3: สร้างมิติและเพิ่มองค์ประกอบหลากหลายแบบ Full-color เราลองใช้ AI มาช่วยออกแบบซึ่งก็มีทั้งใช้ได้และใช้ไม่ได้ ความตั้งใจของเราคือออกแบบโดย  นักออกแบบมืออาชีพ แต่ให้ดูมันเป็นบ้านๆ เหมือนกับชาวบ้านออกแบบทําได้โดยให้ทุกคนมาลองเล่นกัน เหมือนชวนมาเล่นกัน อันไหนไม่ใช่ก็ลองใหม่”

บอสหยาม อธิบายเพิ่มเติมว่า ความยากของการออกแบบงานนี้อยู่ที่ กรอบความคิดตั้งต้นที่ว่า งานออก แบบนี้ต้องดูบ้านๆ ต้องไม่เนี้ยบ แต่ว่ามันต้องเนี้ยบพอสําหรับนักออกแบบ หรือว่าอย่างน้อยคือจะเห็นว่าแบบวิธีจัดวางยังคงต้องดูคราฟต์และยังให้คำแนะนำว่า

ออกแบบให้ดี - ยึดโยงกับแนวคิดหลักเสมอ จุกจิกในรายละเอียด ไม่ปล่อยให้อะไรหลุดตา ดีไซน์ให้สื่อ สารชัดเจน เพื่อผู้ใช้ที่เป็นคนทุกกลุ่มที่มีความหลากหลาย สุดท้ายคือตรวจทานว่างานออกแบบนั้นผลิตได้จริงและตอบโจทย์การใช้งานอย่างดีที่สุด

ตัวต้นแบบ - ก่อนงานออกแบบยิ่งใหญ่ เริ่มที่สเกตช์ไอเดียง่ายๆ บนกระดาษเสมอ ลองวาด ต้นแบบง่ายๆ เพื่อมองให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียด นําต้นแบบนั้นไปทดลองใช้งานและรับฟีดแบ็คมาเพื่อปรับปรุงให้เวอร์ชันที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม

5. จบงาน : ใส่ใจก่อนแพ็กไฟล์ เก็บงานให้ได้ 10/10

บอสหยาม อธิบายการทำงานในขั้นตอนนี้ว่า ขั้นตอนการจบงาน ที่สรุปทุกอย่างเพื่อส่งมอบผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ ผ่านกระบวนการตรวจสอบ แก้ไข และเตรียมไฟล์งานที่มีคุณภาพสูงให้ตรงตามข้อกำหนดสำหรับการผลิต การพิมพ์ หรือนำไปใช้งานในสื่อต่างๆ

กระบวนการของการจบงานที่ดีประกอบไปด้วย

- การตรวจสอบงาน (Final Check) ตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ เช่น สี, ฟอนต์, รูปแบบ และองค์ ประกอบโดยรวม

- การแก้ไขครั้งสุดท้าย (Final Revision) ทำการปรับแก้ตามฟีดแบ็คสุดท้ายจากลูกค้าหรือทีมงาน

- การเตรียมไฟล์ (File Preparation) จัดเตรียมไฟล์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไฟล์พิมพ์ไฟล์ดิจิทัล หรือไฟล์ต้นฉบับ

- การผลิตและส่งมอบ (Production & Delivery) ส่งไฟล์ไปผลิต หรือนำเสนอผลงานที่สมบูรณ์แก่ลูกค้า

มืออาชีพที่ดีไม่ใช่ความเร็วไวแสง แต่ต้องถูกต้องหมดจด ท่องไว้ว่าไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ต้องพร้อมใช้งานอย่างมีคุณภาพสูงสุดด้วย

- ตรวจสอบทุกรายละเอียด เช่น การจัดวาง สี การสะกดคำ และความถูกต้องของข้อมูล

- ใช้มาตรฐานไฟล์ที่เหมาะสม จัดเตรียมไฟล์ตามข้อกำหนดที่ระบุ

- คำนึงถึงความเป็นไปได้ของการผลิตจริง เช่น วัสดุพิมพ์ การเคลื่อบผิวหรือรูปแบบการตัด

- เก็บสำเนาไฟล์สำคัญ สำรองข้อมูลมูลไฟล์ต้นฉบับทุกครั้งเพื่อการแก้ไขหรือปรับปรุงในอนาคต

- จัดเตรียมไฟล์สรุปและคําแนะนำที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าและทีมผลิตเข้าใจการใช้งานอย่างถูกต้อง

เปิด 4 ผลงานสร้างสรรค์ คว้ารางวัล 'The Best of Bangkok Design Week 2025' ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 จาก European Product Design Award (EPD

จาก “ถนนสายไม้” สู่ Bangpho Creative Commons “สาวบางโพ” ยังโก้เหมือนเดิมหรือไม่?

เผยแนวคิดผลงาน MEGA MAT เสื่อขนาดยักษ์ที่มาจากพลาสติกรีไซเคิล

The Making of Bangkok Design Week 2025 คุยกับ “บอสหยาม” สยาม อัตตะริยะ “รับปรึกษาทุกปัญหาออกแบบ อนุมัติยาก เห็นผลไว”

เตรียมพร้อมบวก+ พลังแห่งการออกแบบ ใน Bangkok Design Week 2025 8 - 23 กุมภาพันธ์ 2568

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact