LINE CONFERENCE THAILAND 2025 (LCT25) งานสัมมนาประจำปีของ LINE ประเทศไทย ปีนี้มีการแนะนำโซลูชั่นใหม่ๆ ที่เป็นไฮไลต์อยู่หลายบริการด้วยกัน ทีมงานรวบรวมมาให้แล้ว
1. LINE PREMIUM โมเดลธุรกิจแบบ Subscribe
LINE PREMIUM เป็นบริการระบบสมาชิกที่ผู้ใช้ LINE สามารถเลือกสมัครเพื่อประสบการณ์แชตที่ดียิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์พิเศษที่มีมากกว่า LINE ทั่วไป
รายละเอียดที่น่าสนใจ
- สามารถเปลี่ยนหน้าตาไอคอนแอปฯ LINE ได้
- สามารถการเปลี่ยนฟอนต์ตามความต้องการได้ (Fonts Alternation)
- มีระบบ Multiple Profiles สำหรับการสร้าง Sub Profile เปลี่ยนรูปและชื่อโปรไฟล์ของตัวเองให้เหมาะกับเพื่อนแต่ละกลุ่มบน LINE เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในหลากหลายบทบาท โดย 1 บัญชีสามารถเพิ่ม Profile ได้ 3 Profile
- มีบริการ Message Backup ที่ช่วยเก็บรักษาข้อความ รูปภาพ ไฟล์เอกสาร และวิดีโอได้แบบไม่มีวันหมดอายุ พร้อมพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 100 GB แถมยังมีสิทธิประโยชน์จาก LINE SHOPPING และ LINE MAN
- ราคาค่าบริการต่อเดือนคือ 169 บาท
- เปิดให้สมัครสมาชิกช่วงเดือนไตรมาส 2 ปีนี้

2. LINE GIFT
บริการ e-Gifting ที่จะเปลี่ยนมุมมองการให้ของขวัญในมิติใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Social Gifting ให้การมอบความรู้สึกดีๆ แก่เพื่อนบน LINE ทำได้ง่ายๆ ผ่านหน้าแชตได้ทันที
รายละเอียดที่น่าสนใจ
- สามารถส่งของขวัญไปพร้อมกับสติ๊กเกอร์ได้
- เลือกส่งของขวัญได้ 2 ประเภทคือ e-Voucher ผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ จากแบรนด์ชั้นนำ และสินค้าผ่านระบบ Delivery
- มีการ์ดที่ออกแบบไว้ให้ปกติ และยังสามารถเพิ่มรูปได้
- สามารถส่งตรงถึงผู้รับได้แม้ไม่รู้ที่อยู่ โดยผู้รับจะเป็นคนใส่ที่อยู่ของตัวเอง เพื่อความสบายใจ
- ผู้รับสามารถปรับเปลี่ยนสีและขนาดของสินค้าได้ตามต้องการ
- ผู้รับสามารถตั้งค่าให้เพื่อนเห็นรายการ Wishlist เพื่อให้การเลือกของขวัญตรงใจมากขึ้น
- สามารถตั้งเวลาส่ง Voucher ช่วยให้ไม่พลาดการมอบของขวัญในวันสำคัญ
- ปัจจุบันมีพาร์ตเนอร์ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำประมาณ 50 แบรนด์ จากกลุ่มค้าปลีก, อาหาร, สินค้าตกแต่งบ้าน, สินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และสปา
- คาดว่าจะพร้อมให้บริการในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
- ในไตรมาส 4 จะสามารถส่งของขวัญเข้าในกลุ่มได้เลย
จิรัฏฐ์ วรรธนกรินธ์ หัวหน้าธุรกิจ LINE GIFT อธิบายว่า “ตลาดของขวัญในประเทศไทย คนไทยให้ของขวัญมากกว่าช่วงเทศกาลใหญ่ๆ มีการให้ของขวัญในโอกาสเล็กๆ เช่น ขอบคุณ ขอโทษ ให้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ หรือในโอกาสพิเศษ ซึ่ง Pain Point หรือความท้าทายของการให้ของขวัญก็คือ เรื่องคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดี ฝั่งคนรับก็ลุ้น กับเรื่องลืมวันทำให้ต้องซื้อด่วน และยังมีเรื่องความเขินในการให้ของขวัญ และรวมไปถึงปัญหาเรื่องระยะทาง สถานที่ เวลาที่ไม่ตรงกัน ทำให้เกิดอุปสรรค์ในการให้ของขวัญ LINE GIFT เป็นการให้ของขวัญผ่าน CHAT ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้”
จิรัฏฐ์ ยังยกตัวอย่างบริการ LINE GIFT ในไต้หวันว่า บริการนี้เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2021 และมีการส่งของขวัญทาง Chat มากถึง 12 ล้านครั้ง และตอนนี้ที่ไต้หวันก็เริ่มพัฒนาไปถึงขั้นส่งของขวัญที่เป็น Luxury Brand แล้ว ซึ่งโอกาสในประเทศไทยเป็นไปได้สูง เพราะพฤติกรรมคนไทยคล้ายไต้หวัน แต่ประเทศไทยมีคนใช้ LINE มากกว่า

3. LINE HEALTH
บริการการเชื่อมต่อผู้ใช้กับผู้ให้บริการทางการแพทย์ออนไลน์ เพื่อลดข้อจำกัด สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ไกลจากโรงพยาบาล หรือไม่มีเวลาเดินทางมาหาหมอ
รายละเอียดที่น่าสนใจ
- เริ่มให้บริการแล้ววันนี้ในระยะทดลอง
- ในส่วนของการรักษาโรคทั่วไปจะเป็นการให้บริการดูแลสุขภาพโดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จาก Health At Work
- ค้นหาหมอจากโปรไฟล์ได้
- ให้บริการผ่านวิดีโอคอล ไม่ต้องรอนานเกิน 10 นาที
- ราคาค่าบริการเริ่มต้นที่ 450 บาท
- สามารถเชื่อมต่อกับประกันสุขภาพชั้นนำ และมีใบรับรองแพทย์ ถ้าต้องการเบิกค่ารักษาเพิ่มเติม
- อยากให้สามารถจ่ายยา รับยาได้ใน 1 วันในพื้นที่กทม.
- สามารถนัดหมอ และมีการเตือนผ่านแชต
- ในส่วนของบริการปรึกษาสุขภาพจิตมีค่าย OOCA เป็นผู้ให้บริการปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาทางออนไลน์
- ไม่ใช่บริการโดยตรงของไลน์ประเทศไทย แต่เป็นทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่มด้านการแพทย์ และสาธารณสุข
- มีการอัปเดตความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ใช้งาน
- ในเร็วๆ นี้ LINE HEALTH จะเตรียมเปิดบริการ Health Shop ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือ เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการรายอื่นๆ รวมไปถึงการให้บริการสำหรับผู้ถือสิทธิ์บัตรทอง
- ในปีนี้น่าจะมีเพิ่มพาร์ตเนอร์อีก 2-3 พาร์ตเนอร์ โดยเป็นกลุ่มการแพทย์เฉพาะทางมากขึ้น

4. IP Business
เป็นความร่วมมือกันระหว่าง IPX (LINE FRIENDS) – LINE WEBTOON เพื่อพัฒนาสู่การเป็นครีเอทีฟสตูดิโอ ผู้สร้างสรรค์และพัฒนาคาแร็กเตอร์ที่เติบโตเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งระดับโลก สามารถสร้างสรรค์ IP ต่างๆ ครองใจเหล่าแฟนๆ ทั่วโลก ขณะที่ฟาก LINE WEBTOON ผู้นำแพลตฟอร์มเว็บตูน อันดับ 1 ของโลกและในไทย เตรียมขยายโอกาสทางธุรกิจที่ต่อยอดจากคอนเทนต์เว็บตูนสู่ IP Business เช่นเดียวกัน ซึ่ง 2 บริการก็พร้อมขนไลน์อัปคาแร็กเตอร์ – คอนเทนต์และโปรเจกต์ที่พร้อมเปิดรับพาร์ตเนอร์หลากหลายรูปแบบในปี 2568
5. LINE MINI APP
LINE MINI APP พัฒนาขึ้นมาเพื่อขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์มให้นักพัฒนาสามารถสร้าง App ของตัวเองบน LINE ได้ ลดข้อจำกัดในการพัฒนา Native App ที่ใช้เวลาและทรัพยากรสูง เป็นพื้นที่ให้นักพัฒนาสร้างบริการบน LINE ให้ลูกค้าผู้ใช้งานเข้าถึงได้อย่างง่าย
นอกจากนี้ยังมีการแนะนำ LINE MINI APP Playground พื้นที่ให้นักพัฒนาสามารถทดลองสร้าง MINI APP ของตัวเองได้ก่อนพัฒนาจริง โดยในงานยังเปิดให้ 2 พาร์ตเนอร์อย่าง The Omelet and Anybot Thailand นำเสนอโซลูชันช่วยภาคธุรกิจและนักพัฒนาในการสร้าง MINI APP ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น (Low-code MINI APP) และ OKKAMI ผู้มากประสบการณ์ในการสร้าง LINE MINI APP ให้กับแบรนด์และองค์กรต่างๆ ในธุรกิจ Hospitality ทั่วโลก
6. LINE DEVELOPER PARTNER
โปรแกรมส่งเสริมศักยภาพนักพัฒนาไทย เปิดโอกาสให้นักพัฒนาเข้าถึงการสนับสนุนรอบด้านจาก LINE เพื่อต่อยอดเป็นพาร์ตเนอร์องค์กรนักพัฒนาชั้นนำระดับประเทศ โดย LINE พร้อมเปิดรับสมัครองค์กรนักพัฒนาทั่วไทย องค์กรที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนจาก LINE ทั้งในด้านทักษะความรู้เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ การสนับสนุนด้านการตลาด และโอกาสในการร่วมโปรเจกต์กับพาร์ตเนอร์ธุรกิจองค์กรต่าง ๆ
