สายการบิน Japan Airlines เพิ่งจะประกาศแผนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนภายใต้ Strategic Sustainability Roadmap: Accelerating Toward Net-Zero 2050 มุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero CO2) ภายในปี 2050 พร้อมเดินหน้าดำเนินมาตรการเชิงรูปธรรมในทันที ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบิน การยกเลิกพลาสติกใช้ครั้งเดียว และการพัฒนาระบบรีไซเคิลทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ทีมงาน BrandAge Online มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม JAL Sky Museum ที่เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชมเมื่อไม่นานมานี้ จากการพาผู้ชนะกิจกรรม “ถ่ายคลิปทิ้ง E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี” บินตรงสู่ประเทศญี่ปุ่น เปิดประสบการณ์เรียนรู้กระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ระดับโลกแบบครบวงจร ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ AIS, Central Group, WMS และ Japan Airlines เพื่อรับฟังการปรับนโยบายการทำงานของสายการบินให้ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
หัวใจสำคัญของ Roadmap Accelerating Toward Net-Zero 2050 ของ JAL นั้นประกอบไปด้วย 3 Pillar สำคัญ ที่ถือเป็นการจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของควาพยายามทำเพื่อสิ่งแวดล้อมของธุรกิจการบินโลก

Pillar 1 เดินหน้าพัฒนาเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF)
JAL เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ฝูงบินที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาและขยายการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ ACT FOR SKY Initiative ซึ่ง JAL มีบทบาทเป็นผู้นำในการผลักดันการผลิตและการใช้งาน SAF ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินที่เป็นกลางทางคาร์บอน
นอกจากนี้ JAL ยังดำเนินโครงการ “FRY to FLY” ที่นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ โดยนำ น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากครัวเรือนและธุรกิจในญี่ปุ่นมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงการบิน SAF เปลี่ยนของเสียในชุมชนให้กลายเป็นทรัพยากรพลังงานที่มีคุณค่า
แนวคิดที่เปลี่ยน น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากครัวเรือนและร้านอาหารทั่วญี่ปุ่น ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนเครื่องบิน ฟังดูเรียบง่าย แต่นี่คือ Circular Economy ที่หากทำได้จริงจะมีส่วนช่วยในเรื่องของการลดปริมาณของเสียในครัวเรือนได้อย่างมหาศาล
ในระดับสากล JAL ตั้งเป้าหมายให้ SAF ทดแทนเชื้อเพลิงการบินอย่างน้อย 10% ภายในปี 2030 โดยขยายการใช้ SAF ในเส้นทางบินระหว่างประเทศหลัก เช่น ซานฟรานซิสโก ลอสแอนเจลิส ชิคาโก เซี่ยงไฮ้ และสิงคโปร์ พร้อมมีแผนขยายไปยัง กรุงเทพฯ และมะนิลา ภายในปีงบประมาณ 2026

Pillar 2 ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
JAL ยังมุ่งลดผกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลาสติก โดยสามารถลดการใช้ พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้ถึง 96% ภายในปีงบประมาณ 2024 เมื่อเทียบกับปี 2019 และตั้งเป้ายกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่ผลิตจากปิโตรเลียมในทุกจุดบริการ โดย มาตรการสำคัญประกอบด้วย
- ปรับรูปแบบบริการบนเครื่องบินโดยใช้ ภาชนะจากพืช กระดาษรองถาดอาหาร และฝาภาชนะที่ย่อยสลายได้
- เปลี่ยนขวดเครื่องดื่มจากพลาสติกปิโตรเลียมเป็นวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุทางเลือกที่ยั่งยืน
- ชุดสิ่งอำนวยความสะดวกบนเครื่องบิน (Amenity Kit) จาก HERALBONY ใช้วัสดุชีวภาพ TEXa® ที่ผลิตจากผลพลอยได้ทางการเกษตร พร้อมบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ได้รับการรับรอง FSC
- เปลี่ยนจากถุงพลาสติกคลุมรถเข็นเด็กและรถเข็นผู้โดยสาร เป็น ผ้าคลุมแบบใช้ซ้ำได้ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกจากเที่ยวบิน
- ในงานขนส่งสินค้า JAL ยังเปลี่ยนมาใช้ พลาสติกรีไซเคิลสำหรับห่อพัสดุ แทนพลาสติกที่ผลิตจากวัตถุดิบใหม่
เรียกว่า JAL มีการวาง Framework ด้าน Reduce, Reuse, Recycle และ Redesign เป็นตัวขับเคลื่อนทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่บนเครื่องบิน แต่รวมถึงงาน Cargo ที่หันมาใช้พลาสติกรีไซเคิลสำหรับห่อพัสดุแทนพลาสติกใหม่ด้วย

Pillar 3 พัฒนาระบบรีไซเคิลแก้วกระดาษบนเที่ยวบินเพื่อแก้ปัญหาขยะจากบริการเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน JAL ได้พัฒนาระบบ รีไซเคิลแก้วกระดาษแบบวงจร (Circular Recycling) โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในญี่ปุ่น รวบรวมแก้วกระดาษที่ใช้แล้วจากเที่ยวบินภายในประเทศและเลานจ์สนามบิน เพื่อนำไปผลิตเป็นเยื่อกระดาษรีไซเคิลคุณภาพสูง ซึ่งจะนำกลับมาผลิตเป็น แก้วกระดาษใหม่ กล่องกระดาษสำหรับขนส่งสินค้า และเครื่องเขียนของ JAL ช่วยให้ทรัพยากรป่าไม้ถูกนำมาใช้ในระบบหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
JAL Sky Museum เปิดประสบการณ์เบื้องหลังอุตสาหกรรมการบินญี่ปุ่นนอกจากนี้คณะผู้สื่อข่าวยังได้เยี่ยมชม
JAL Sky Museum ใกล้สนามบินฮาเนดะ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้ผู้เข้าชมสัมผัสประสบการณ์ด้านการบินเป็นเวลา 130 นาที ตั้งแต่โซนจัดแสดงประวัติศาสตร์ เครื่องแบบ และไทม์ไลน์ดิจิทัล ไปจนถึงโซนจำลองห้องนักบิน รวมถึง
Hangar Tour ที่ผู้เข้าชมสามารถเห็นการบำรุงรักษาเครื่องบินอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียนรู้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงของสายการบิน
JAL Sky Museum และ
Hangar Tour ถือเป็น Branded Experience ที่ JAL ออกแบบมาเพื่อสื่อสารวัฒนธรรมองค์กร ตั้งแต่นิทรรศการดิจิทัลที่เล่า Brand Journey ตลอด 70 กว่าปี วิวัฒนาการ Uniform ที่บอกเล่า Identity ของสายการบิน ห้องนักบินจำลองแบบ Interactive
ปัจจุบัน JAL มีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยประจำการที่กรุงเทพฯ ประมาณ 400 คน ซึ่งได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐาน Omotenashi หรือศิลปะแห่งการบริการแบบญี่ปุ่น โดยสายการบินให้บริการ เที่ยวบินระหว่างไทยและญี่ปุ่นวันละ 4 เที่ยวบิน ได้แก่
- กรุงเทพฯ – โตเกียว ฮาเนดะ (JL32 และ JL34)
- กรุงเทพฯ – โตเกียว นาริตะ (JL708)
- กรุงเทพฯ – โอซาก้า (JL728)
