“สนามม้านางเลิ้ง” ผนึกกำลังภาคเอกชน อัดเม็ดเงินกว่า 600 ล้าน ปรับโฉมพื้นที่ประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ พร้อมให้บริการมิติใหม่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 ด้วย “Community Hive” ดึง
อัตลักษณ์ปั้นจุดขายหวังขับเคลื่อนชุมชนยั่งยืน
กว่าศตวรรษที่ “ราชตฤณมัยสมาคม” หรือ "สนามม้านางเลิ้ง" อยู่คู่สังคมไทย และวันนี้จะเป็นรอยต่อแห่งยุคสมัยที่จะก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของรูปแบบบริการที่พร้อมแนะนำตัวเองในฐานะพื้นที่แห่งการขับเคลื่อนอย่างมีพลวัฒน์ ภายใต้โครงการ “คอมมูนิตี้ ไฮว์ฟ” (Community Hive)
เอกชัย ล้อเจริญวัฒนะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อสารองค์กร โครงการคอมมูนิตี้ ไฮว์ฟ เปิดเผยถึงที่มาของโครงการว่า เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง ราชตฤณมัยสมาคมฯ เจ้าของพื้นที่ ที่ต้องการปรับเปลี่ยนภาพของการแข่งม้าที่ถูกมองในทางลบ ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงงานบริการต่างๆของสนามม้านางเลิ้งมากขึ้น นอกจากนี้สนามม้ายังมีอายุเก่าแก่มาก โดยเฉพาะในส่วนของการบริการสปอร์ตคลับอื่น ๆ ที่ยังไม่ทันสมัย จึงเตรียมพัฒนาสิ่งก่อสร้างต่าง ๆให้เกิดความสวยงาม และสามารถบริการให้แก่ภาคประชาชนโดยส่วนรวมให้มากที่สุด
“ราชตฤณมัยสมาคมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท บางกอก จ็อคกี้ คลับ จำกัด (Bangkok Jockey Club Co.Ltd.) หรือ BJC โดยใช้เม็ดเงินเบื้องต้นกว่า 600 ล้านบาทในการร่วมกันปรับโฉมให้สนามม้านางเลิ้งแห่งนี้ เป็นพื้นที่พักผ่อนของคนเมืองโดยนำเทคโนโลยีและความทันสมัยเข้ามาใช้บริการ รวมถึงการออกแบบแลนด์สเคป ให้ดูร่วมสมัยแต่ยัง
ไม่ทิ้งกลิ่นอายความคลาสสิคของสถาปัตยกรรมกว่า 100 ปี โดยอยากให้มองภาพสนามแห่งนี้เหมือนสวนสาธารณะทั่วไปที่สามารถมาเดินเล่นมาพักผ่อนและเล่นกีฬาในพื้นที่ได้อย่างสะดวกสบายต่อไป”
โครงการ Community Hive สามารถรองรับทุกรูปแบบของกิจกรรมการพักผ่อน ทั้งขี่ม้า เดินหรือวิ่ง ตีกอล์ฟ เทนนิส แบดมินตัน ว่ายน้ำ สปา หรือแม้แต่โปรแกรมพัฒนาเด็กออทิสติกส์ ด้วย “ม้าบำบัด” ตลอดจนร้านอาหารดั้งเดิมที่จะยังคงความคลาสสิคในรสชาติ อีกทั้งจะเพิ่มในส่วนของภัตตาคารที่พร้อมเสิร์ฟเมนูฟิวชั่น โดยเชฟมิชลินสตาร์
ซึ่งจะพร้อมให้บริการแบบเสร็จสมบูรณ์ภายใน 2 ปีนับจากนี้
“Community Hive จะเป็นการร่วมกันพัฒนาใน 4 ส่วนไปพร้อมกัน ส่วนแรกคือ Development ส่วนที่สองคือ Relaxation ส่วนที่สามคือ Social Connection และสุดท้ายคือ Economy โดยทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา หรือแม้แต่ประชาสังคม สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ออกแบบกิจกรรม หรือใช้พื้นที่สำหรับการพักผ่อน เพื่อให้เกิด Social Connection ที่มีพลัง จนกระทั่งสามารถปันผลให้เกิดเป็นรายได้หรือ Economy ภาพใหญ่ได้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อสารองค์กร โครงการ กล่าวพร้อมย้ำเป้าหมายที่อยากเห็นราชตฤณมัยสมาคม เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อน และพื้นที่สร้างสรรค์กิจกรรมของชุมชนแบบ 360 องศา
ณ วันนี้ สนามม้านางเลิ้ง มีสมาชิกเข้ามาใช้บริการในสมาคมอยู่ ประมาณ 20% ภายหลังจากการเปิดตัวโปรเจ็คต์นี้ เอกชัยคาดหวังว่าอย่างน้อยจะมีผู้เข้ามาใช้บริการ Community Hive ทั้งหมด 50% ภายในสิ้นปีนี้ โดยวางกลุ่มเป้าหมายเป็นคนเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่สำหรับการพักผ่อนส่วนตัว อยู่ใจกลางเมืองเดินทางไป- มาสะดวก ซึ่งพื้นที่สำหรับงานบริการทั้งหมดจะทยอยเปิดให้บริการเป็นลำดับ ส่วนการวัดผลโดยรวมของความสำเร็จโครงการนี้คงเป็นความสุขของคนในชุมชนพื้นที่โดยรอบที่เขาขายของได้ดีขึ้น มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบพิมพ์เขียวเพื่อการพัฒนาชุมชนของเขาในที่สุด