ปี 2024 ธุรกิจค้าปลีกยังคงเติบโต โดยเฉพาะ 7-Eleven ที่สามารถสร้างรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการสูงถึง 439,787 ล้านบาท เติบโต 10.1% จากปี 2023 ซึ่งอยู่ที่ 399,558 ล้านบาท นับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่มค้าปลีกหลักของไทย
ภาพรวมการเติบโตของกลุ่มค้าปลีก
- 7-Eleven รายได้ 439,787 ล้านบาท (+10.1%)
- Makro รายได้ 273,491 ล้านบาท (+5.3%)
- Lotus’s รายได้ 215,370 ล้านบาท (+4.3%)
- Big C รายได้ 105,992 ล้านบาท (+2.4%)
Same Store Growth (SSG) สะท้อนความแข็งแกร่งของแต่ละแบรนด์
- 7-Eleven +3.8% (ปี 2023 อยู่ที่ +5.5%)
- Makro +1.8%
- Lotus’s +3.7%
- Big C -0.8%
7-Eleven โตแรง ทั้งยอดขายและการขยายสาขา ปัจจัยหลักที่ทำให้ 7-Eleven เติบโตได้อย่างต่อเนื่องคือการขยายสาขาและการเพิ่มยอดขายต่อร้าน โดยปัจจุบันมี 15,245 สาขา เพิ่มขึ้น 700 สาขา จากปี 2023 (14,545 สาขา) ขณะที่ยอดขายต่อร้านต่อวัน (Sales/Store/Day) ก็เพิ่มขึ้นเป็น 83,906 บาท จาก 80,837 บาท ในปีก่อน
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
- จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวัน 978 คน (ปี 2023 อยู่ที่ 965 คน)
- ขนาดตะกร้าสินค้า (Basket Size) เพิ่มขึ้นเป็น 85 บาท จาก 83 บาท ในปีก่อน
- ช่องทางออนไลน์ 7-Delivery และ All-Online มีสัดส่วน 11% ของยอดขายรวม ซึ่งเท่ากับปี 2023
7-Eleven รุกตลาดอาเซียน 7-Eleven ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยปัจจุบันมี 112 สาขาในกัมพูชา และ 10 สาขาในลาว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ในการรุกตลาดเพื่อนบ้าน
บทสรุป 7-Eleven ยังคงเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกไทย ด้วยการขยายสาขาและการเพิ่มยอดขายต่อร้านที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Makro และ Lotus’s ก็ยังคงเติบโตได้ดี แต่ Big C ยังคงประสบปัญหาการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่ติดลบ ซึ่งอาจต้องจับตาดูว่าแบรนด์จะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อกลับมาเติบโตอีกครั้ง
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์ฯ