คนเชียงใหม่ที่มีอายุเกิน 30 ปีคงคุ้นเคยกับห้างท้องถิ่นของเชียงใหม่อย่างตันตราภัณฑ์ แต่สำหรับคนในรุ่นหลังๆ นี้คงแทบไม่รู้จักกับห้างนี้แล้ว เพราะหายไปตั้งแต่หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540
เกิดอะไรขึ้นกับห้างท้องถิ่นรายนี้ ลองตามไปอ่านได้ในอุบัติเหตุแบรนด์เนมที่ยกพื้นที่ทั้งหมดเพื่อนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ของตันตราภัณฑ์โดยเฉพาะ.....
บทเรียนจาก “ตันตราภัณฑ์”
สู่การเติบโตที่แข็งแกร่งของ “ตันตรานนท์”
การฏิวัติในแวดวงค้าปลีกภูธรในครั้งแรกที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นการจุดชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มีผลต่อการปรับตัวของผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่อย่างตันตราภัณฑ์ไม่น้อยทีเดียว
เหตุการณ์ที่ว่านี้ เกิดขึ้นจากการขยายตัวเข้าไปเปิดสาขาในจังหวัดเชียงใหม่ของกลุ่มทุนค้าปลีกจากส่วนกลางอย่างกลุ่มเซ็นทรัลในปี 2535 ที่มองเห็นขนาดของตลาดที่ใหญ่พอ จึงขยายการลงทุนในรูปของห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าขนาดใหญ่
การขยายการลงทุนเข้าไปในเชียงใหม่ครั้งนั้น ทำให้กลุ่มทุนท้องถิ่นอย่างตันตราภัณฑ์เองต้อง Fight Back ด้วยการลงทุนในสเกลขนาดที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการใช้เม็ดเงินในการลงทุนจำนวนมาก ผลที่ตามมาก็คือ เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั้งในส่วนของสงครามอ่าวในระลอกแรก และ วิกฤติต้มยำกุ้งที่ระบือไกลไปทั่วเอเชีย ทำให้กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
ในครั้งนั้น แม้ตันตราภัณฑ์ ที่เป็นเหมือน 1 ในเสาหลักของค้าปลีกของเชียงใหม่จะโดนผลกระทบไม่น้อยจนต้องปิดห้างสรรพสินค้าของตัวเองลง
แต่การปิดห้างสรรพสินค้าไม่ได้หมายถึงการถอนตัวจากธุรกิจค้าปลีกของกลุ่ม “ตันตรานนท์” เจ้าของห้างตันตราภัณฑ์ เพราะกลุ่มตันตรานนท์มีการหันกลับมาโฟกัสในธุรกิจที่ยังสามารถเติบโตได้ แถมเป็ธุรกิจที่ตัวเองมีจุดแข็งอยู่อย่างซูเปอร์มาร์เก็ตในนามของริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านคอนวีเนียนสโตร์ที่ได้สิทธิซับ แอเรียไลเซ่นจากเซเว่น อีเลฟเว่นเข้ามาเปิดในภาคเหนือตอนบน
วิกฤติที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น กลายเป็นบทเรียนล้ำค่า ที่ทำให้เมื่อเกิดวิกฤติในระลอกที่สองที่รุนแรงกว่า เพราะมีทั้งผลกระทบจากการชะลอตัวของภภาวะเศรษฐกิจ และการปฏิวัติวงการค้าปลีกในระลอกที่สองจากเชนค้าปลีกระดับโลกที่ขยายฐานออกไปทำตลาดด้วยศักยภาพ และความได้เปรียบที่มีมากกว่า