หลายคนอาจจะสงสัยว่า การทำโปรโมชันแคมเปญที่แรงๆ หลายแคมเปญ บางครั้งอาจจะเป็นการยอมลดราคาจนอาจจะขายขาดทุน หรือแม้จะมีกำไรแต่ก็ไม่มากนัก จนถูกมองว่าไม่คุ้มที่จะทำแคมเปญในลักษณะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แบรนด์ที่เล่นแคมเปญในลักษณะที่ว่านี้มีเป้าหมายที่ซ่อนอยู่ และอาจจะมีแนวคิดที่ว่า เมื่อนำต้นทุนการขายที่อาจจะขาดทุนหรือมีกำไรไม่มากมาลบกับต้นทุนการตลาดที่จะส่งผลต่อแบรนด์แล้ว บางครั้งอาจจะมีกำไรมากกว่าการขายปกติด้วยซ้ำ
ทั้งนี้ก็เพราะว่าสิ่งที่จะรีเทิร์นกลับมา จะไล่ตั้งแต่ หนึ่ง ผลที่ได้จากยอดขายที่เราเรียกว่า Share of Market คือการได้ยอดขายเพิ่มขึ้น โดยการทำแคมเปญเพียง 1 หรือ 2 -3 วัน หรือแม้แต่ 1 สัปดาห์ อาจจะทำยอดขายได้เท่า 1 เดือน ซึ่งช่วยในเรื่องของการเติบโตทางด้านมาร์เก็ตแชร์ หรือมีฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะกับการทำแคมเปญที่มีเป้าหมายเพื่อขยายฐานเข้าหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่ค่อยได้เข้ามาหาแบรนด์ของเรามากนัก

สอง คือ Share of Voice ที่ได้ Viral จากมีเดียต่างๆ เยอะมาก โดยเฉพาะกับเรื่องของการเกิดกระแส Viral ในโลกออนไลน์ ที่แน่นอนว่าช่วยเพิ่มตัวเลข Engage ให้กับแบรนด์
และสาม การได้ในแง่ของ Share of Heart ซึ่งเป็นส่วนที่เกิดจากการต่อยอดในเรื่องของตัวเลข Engage ที่ได้ และสามารถนำมาปูทางไปสู่การสร้างกลุ่มก้อนของคนรักแบรนด์ หรือการสร้างให้เกิด Brand Love ได้นั่นเอง
ตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุดของการมีมุมมองในรูปแบบที่ว่านี้ก็คือการทำแคมเปญที่เป็นไวรัลแห่งปีของสเวนเซ่นส์ ซึ่งเป็นการทำเพื่อต้อนรับวันคุ้มครองโลกหรือ Earth Day ภายใต้แนวคิด สเวนเซ่นส์ รักโลกที่สุดในโลก (Swensen’s Earth Day 2025 – Love the Earth - World Record)

แคมเปญ Swensen’s Earth Day 2025 - Love the Earth - World Record เปิดให้ร่วมสนุกไปเมื่อวันอังคารที่ 22 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา เพียงวันเดียวเท่านั้น พร้อมชวนให้ผู้บริโภคนำภาชนะสุดครีเอทแบบใดก็ได้ที่สะอาดและเหมาะสมมาใส่ไอศกรีมแทนถ้วยหรือแก้วทั่วไป ภายใต้เงื่อนไขการซื้อไอศกรีมตั้งแต่ 10 – 100 สกู๊ป ในราคาเพียงสกู๊ปละ 19 บาท โดยเริ่มต้นที่ 10 สกู๊ป ราคา 199 บาท ไอศกรีม 20 สกู๊ป ราคา 398 บาท ไอศกรีม 30 สกู๊ป ราคา 597 บาท ไอศกรีม 40 สกู๊ป ราคา 796 บาท ไอศกรีม 50 สกู๊ป ราคา 995 บาท และไอศกรีม 100 สกู๊ป ราคา 1,990 บาท
สีสันของแคมเปญที่ถูกเพิ่มเข้าไปนั้น นอกจากจะได้อร่อยไปกับไอศกรีมกว่า 20 รสชาติ สเวนเซ่นส์ยังเตรียมมอบรางวัลพิเศษให้กับผู้ที่ทำลายสถิติ นำ “ภาชนะใหญ่ที่สุด” มาใส่ไอศกรีมอีกด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ที่สเวนเซ่นส์สาขาที่เข้าร่วมรายการ ซึ่งเป็นการดึงให้ลูกค้าเข้ามาสนุกร่วมกับแคมเปญที่ทำ เพื่อส่งต่อประสบการณ์ให้กลายเป็น Viral ในโลกของออนไลน์
เป้าหมายส่วนหนึ่งของการทำแคมเปญในครั้งนี้ น่าจะมาจากการมองถึงการขยายฐานแบรนด์เข้าไปหาคนรุ่นใหม่ที่เป็นเจน Z ซึ่งยังเป็นฐานลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในร้านสเวนเซ่นส์ไม่มากนัก

ณพล ศิริมงคลเกษม หัวหน้าฝ่ายบริหารแบรนด์ บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า ตลาดไอศกรีมในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยใน 2567 ปีที่ผ่านมา สเวนเซ่นส์มีการเติบโตภาพรวม 6-8% และยังคงครองมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับ 1 เกินกว่า 70% ในตลาดร้านไอศกรีมนั่งรับประทาน โดยสัดส่วนลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัวและเด็กสูงถึง 70-80% อายุโดยเฉลี่ยประมาณ 30-40 ปี รวมถึงกลุ่มเจน X และเจน Y ซึ่งเป็นคนที่เติบโตมากับแบรนด์และมีความภักดีต่อแบรนด์ค่อนข้างสูง
“ในปี 2568 นี้ สเวนเซ่นส์ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมขยายฐานผู้บริโภคเป้าหมายให้กว้างยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเจน Z ที่ให้ความสำคัญทั้งในด้านความอร่อย คุณภาพ การมีส่วนร่วมทางสังคม รวมถึงความบันเทิงที่สามารถแบ่งปันได้บนโลกออนไลน์ ผ่านการจัดกิจกรรมและแคมเปญต่างๆ ที่มีทั้งความสนุก สร้างสีสัน และแฝงด้วยเรื่องราวที่มีความหมาย”
ด้าน ชนินทร์ นาคะรัตนากร หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ในเครือเดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เสริมถึงเรื่องนี้ว่า กลยุทธ์การตลาดของสเวนเซ่นส์ในปี 2568 ยังคงจับกระแสเทรนด์ตลาดไปพร้อมกับการเรียนรู้พฤติกรรมและความชอบของผู้บริโภคว่าต้องการประสบการณ์ในรูปแบบไหน ซึ่งที่ผ่านมาสเวนเซ่นส์มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดกับผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญต่างๆ เพื่อสร้าง Brand Love ให้กับฐานลูกค้าเดิม ไปพร้อมกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ให้เข้าถึงแบรนด์มากขึ้น
“จากปัจจัยการตอบโจทย์ความชอบของผู้บริโภคจึงเกิดเป็นแคมเปญ Swensen’s Earth Day 2025 โดยหยิบอินไซต์ที่ถูกต่อยอดมาจากกิจกรรมปีที่แล้วนำกลับมาสร้างกระแสให้คนรักไอศกรีมได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ อีกครั้ง โดยในปีนี้มาพร้อมกับแนวคิด Love the Earth – World Record ตอบโจทย์สายคอนแทนต์ ที่ชอบความสนุก มาแชร์ไอเดียด้วยการนำภาชนะสุดครีเอทมาใส่ไอศกรีมที่ร้านในราคาพิเศษ พร้อมร่วมทำลายสถิติภาชนะใส่ไอศกรีมใหญ่ที่สุด เพื่อลุ้นรับรางวัลต้อนรับวันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day ให้ฟินแบบ 2 ต่อทั้งได้ทานไอศกรีมที่ชอบไปพร้อมกับการรักษ์โลก”
แคมเปญ Swensen’s Earth Day 2025 - Love the Earth - World Record จึงเป็นอีกการทำแคมเปญที่เล่นกับ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของความยั่งยืนได้อย่างลงตัว และน่าจะช่วยสะท้อนกลับมาสู่แบรนด์ในฐานะของการเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
“การสร้างปรากฏการณ์ความสุขส่งต่อไปยังผู้บริโภค คือเป้าหมายสำคัญของแบรนด์ ซึ่งแคมเปญนี้ไม่เพียงสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อนแนวคิดการสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วม และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าที่คำนึงถึงเรื่องคุณภาพ การบริการ ควบคู่ไปกับการใส่ใจสังคมผสานแนวคิดความยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าแคมเปญดังกล่าวจะสร้างพลังบวกที่ต่อยอดไปสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่อง” ชนินทร์ กล่าวสรุป