ใครที่เป็นแฟน Shake Shack จะรู้ดีว่าเชนร้านอาหารนี้จำหน่ายเมนูเนื้อสัตว์ที่ทำจาก เนื้อวัว และเนื้อไก่มาตลอด
แต่ล่าสุด Shake Shack ประเทศไทยก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการจับมือกับ “เชฟแพม” พิชญา สุนทรญาณกิจ เชฟชื่อดังดีกรี The World’s Best Female Chef 2025 คนแรกของเอเชีย เจ้าของร้านอาหาร POTONG เปิดตัวเมนูใหม่ที่วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย 4 เมนูด้วยกัน คือ เบอร์เกอร์หมูแจ่วบาร์บีคิว, เบอร์เกอร์เนื้อฉ่ำพริกไทยดำ, มันทอดซอสซี๊ด และ ข้าวเหนียวมะม่วงมิลค์เชค
แต่ความน่าสนใจของเมนูใหม่นี้อยู่ที่เมนู "เบอร์เกอร์หมูแจ่วบาร์บีคิว" ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวเมนูหมูครั้งแรกของโลก
เชฟแพม เล่าให้ฟังว่าสมัยที่ทำงานอยู่ New York สหรัฐอเมริกาก็มีโอกาสได้ไปต่อคิวเพื่อซื้อเบอร์เกอร์ของ Shake Shack มารับประทาน ซึ่งคิวยาวมาก เพราะเบอร์เกอร์ของ Shake Shack มีจุดเด่นตรงขนมปังที่ไม่เหมือนเจ้าอื่นๆ จนตนเองกลับมาทำร้านอาหาร POTONG ก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้รับโอกาสนี้
"ถามว่าการที่แพมทำร้านอาหาร Fine Dining แล้วมาร่วมมือกับ Shake Shack ยากไหม แพมรู้สึกว่าอาหารก็เป็นหนึ่งภาษา ถ้าเราตั้งใจเลือกวัตุดิบที่ดี คนกินอิ่มท้อง แฮปปี้ ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายสูงสุด POTONG เราพยายามให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่ดีได้ Shake Shack ก็ทำได้ไม่แพ้กัน”
สำหรับรายละเอียดของเบอร์เกอร์หมูแจ่วบาร์บีคิวนี้ “แพตตี้หมู” มีการรมควันด้วยไม้แอปเปิ้ลธรรมชาติ เพิ่มความน่าลิ้มลองด้วยซอสแจ่วบาร์บีคิวรสแซ่บ ท็อปด้วยชีส หอมแดงสด ผักชีฝรั่ง และแคบหมู บนขนมปังมันฝรั่งหอมกรุ่นที่ทาด้วย Shack Sauce
“เราเอาประสบการณ์ทำอาหารมารวมกัน แพมจบจากอเมริกา แต่เอาความรู้มาประยุกต์กับร้านอาหาร POTONG ซึ่งเป็นอาหารไทย จีนโดยทำเหมือนอาหารที่กินกันในครอบครัว เหมือน Shake Shack ที่มี DNA อาหารอเมริกา แต่อยากทำเมนูที่ใส่ความเป็นไทยเข้าไป เราต้องบาลานซ์ทั้งสองฝั่ง ขนมปัง กับเนื้อเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนซอส เปลี่ยนความเผ็ดแบบไทย ความกรอบแบบไทยๆ เข้าไป
โจทย์คือทำเมนูหมูใส่ความเป็นไทยอย่างไร ขนมปังต้องนุ่ม ไม่เละเหมือนต้นตำรับ ส่วนหมูไม่มัน ไม่แข็งเกินไป เรื่องความกรอบปกติมีจะเบคอนซึ่งจะให้รสสัมผัสแบบหนึ่ง แต่เราใส่หมูกระจกลงไปแทน เราไม่ใช้แคปหมูเพราะเวลาโดนซอสและนิ่มเร็ว หมูกระจกจะทนกว่า เราคงชีสไว้เพื่อให้ความนัว ซอสปกติจะเป็นบาร์บีคิว หรือมะเขือเทศ เราเปลี่ยนเป็นแจ่วให้ได้รสเปรี้ยวน้ำมะขาม เค็มแบบความเป็นไทย ใส่ผักชีฝรั่ง หอมแดงแล้วมันเข้ากันมาก”

อีกหนึ่งเมนูที่ใครๆ ก็ต้องยกนิ้วให้ คือเมนูพริกไทยดำจานโปรดลูกผสมไทย-จีน ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นและเมนูเด็ดที่พบได้ตามร้านอาหารเก่าแก่ในกรุงเทพฯ สู่เมนู "เบอร์เกอร์เนื้อฉ่ำพริกไทยดำ" ด้วยเนื้อแองกัสร้อยเปอร์เซ็นต์สุดชุ่มฉ่ำ ราดซอสพริกไทยดำสูตรเด็ดจากเชฟแพม พร้อมชีสจัดเต็มถึง 2 แผ่น หอมใหญ่ และหอมเจียวกรุบกรอบ วางบนขนมปังมันฝรั่งหอมนุ่ม การผสมผสานของพริกไทยดำบดหยาบ ต้นหอม ซอสถั่วเหลือง และซอสหอยนางรม ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของกลิ่นกระทะที่พบได้ในการผัดแบบดั้งเดิม
“เนื้อฉ่ำพริกไทยดำ แพมอยากเน้นรสชาติเผ็ดแบบไทย พอยากให้นึกถึงรสชาติเนื้อผัดพริกไทยดำเอามาเคี่ยวจนเหมือนแยม หวานน้ำผึ้ง ซีอิ๊ว น้ำมันหอย ความหนืดมาจากของที่เราผัด มีหอมแดงทอด หอมใหญ่สด ใส่ชีส 2 แผ่นให้มาบาลานซ์กับพริกไทยดำ แพมเคยลองเผ็ดน้อยแล้ว พบว่า Identity ของอาหารไทยมันหายไป ทำต้องทำให้ถึง ถ้าจืดไม่ใช่อาหารไทย อาหารไทยมันจะเผ็ดลึก”
เมนูต่อมาคือ “มันทอดซอสซี๊ด” มันฝรั่งเส้นหยักทอดราดด้วยซอสซีฟู้ดมายองเนสรสเปรี้ยวสุดเข้มข้นจากเชฟแพม ท็อปด้วยแคบหมูและผักชีสด ซอสซีฟู้ดมายองเนสสูตรพิเศษนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากความคลั่งไคล้ในรสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว แซ่บ อร่อยกลมกล่อม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสตรีทฟู้ดไทย ตัวซอสจัดเต็มความแซ่บด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว พริกขี้หนูสวน กระเทียม และผักชีเล็กน้อย ผสมผสานกับมายองเนสเนื้อเนียนนุ่มเพิ่มความเข้มข้นที่ช่วยให้ทุกอย่างสมดุลกันอย่างลงตัว
และสุดท้ายเมนูเครื่องดื่ม “ข้าวเหนียวมะม่วงมิลค์เชค” ที่ได้แรงบันดาลใจจากขนมหวานไทย ด้วยการถ่ายทอดรสชาติแสนอบอุ่นของมะม่วงสุกและข้าวเหนียวมูนในรูปแบบเชค ผสมผสานไอศกรีมคัสตาร์ดวานิลลาปั่นกับเนื้อมะม่วง ข้าวเหนียวมูน และครีมมะพร้าว ท็อปด้วยวิปครีม ถั่วทองทอดกรอบ และผงมะม่วงเพื่อให้ครบรสขนมไทยและได้รสชาติแบบไทยดั้งเดิม
เมนูพิเศษทั้ง 4 จะวางจำหน่ายที่ Shake Shack ทุกสาขาในกรุงเทพฯ และสั่งเดลิเวอรี่ได้เฉพาะ Only at Grab เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม ถึง 6 กรกฎาคม 2568
