บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MOTHER ผู้นำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคภายใต้ แบรนด์ "Mother Supermarket" และ "Mother Marche" แห่งจังหวัดกระบี่ ถือเป็นอีกผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรด ที่มี การทรานส์ฟอร์มตัวเองอย่างน่าสนใจ
โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 ที่ผ่านมา ผู้เล่นรายนี้มีรายได้รวม 394.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.68% จากงวด เดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 9.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.60% จากงวดเดียวกันของปีก่อนโดยมีอัตรากำไรสุทธิต่อยอด ขายอยู่ที่ 2.50% สูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำไว้ 2.16%
เอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MOTHER บอกว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากยอดขายค้าส่งที่เติบโต 11.02% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสินค้าให้กับ กลุ่มธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

มีอัตราการเติบโตของร้านสาขาเดิม (SSSG) เพิ่มขึ้น 9.84% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจุบันบริษัท มีร้านสาขาจำนวน 20 สาขา มีสัดส่วนของยอดขายระหว่างธุรกิจค้าส่ง 28% และธุรกิจค้าปลีก 72% และรายได้อื่นมีจำนวน 1.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.56% จากงวดเดียวกันของปี ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการให้เช่าพื้นที่หน้าร้าน
ขณะเดียวกัน จะมีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 2.โรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ยอดขายของสาขาที่เปิดใหม่จำนวน 2 สาขา เมื่อปลายปี 2567 และ ยอดขายสาขาเดิม18 ล้านบาท ลดลง 22.42%จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเงิน ต้นจากการกู้ยืมลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ตามเงื่อนไขการใช้เงินที่ได้จากการจำหน่ายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไปเป็น ครั้งแรก และนำเงินที่ได้จากการดำเนินธุรกิจปกติไปชำระคืนหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงิน

สำหรับการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2 นั้น MOTHER ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับจุดเด่นการ ดำเนินธุรกิจบนทำเลแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดกระบี่ คาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2 จะเติบโตจากไตรมาสแรก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่ม ลูกค้าหลักที่ใช้จ่ายสูงและมีความภักดีต่อร้านค้า (Brand Loyalty) โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอด ขายเดือนเมษายนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่เดือนพฤษภาคม จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบียจะนิยม เดินทางเข้ามาเที่ยวจังหวัดกระบี่ นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่ม 1 สาขา ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม นับเป็น โอกาสในการขยายฐานลูกค้าและส่วนแบ่งของตลาดที่เพิ่มขึ้น

การเลือกขยายสาขาด้วยการมีฟอร์แมตของสโตร์ที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ "Mother Supermarket" และ "Mother Marche" ถือเป็นการเจาะเข้าไปยังลูกค้าแต่ละเซกเมนต์ ไม่ใช่แค่เป็นการทำตลาดแบบเหวี่ยงไปทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหาก ย้อนไปก่อนหน้านั้นในช่วงเริ่มต้นของการทรานส์ฟอร์มจากการเป็นยี่ปั๊วมาสู่โลคอล โมเดิร์นเทรดนั้น เมื่อขยายสาขาได้ ประมาณ 4 – 5 สาขา ก็เริ่มมีแนวคิดในการปรับรูปแบบของสโตร์หรือสาขาให้ครอบคลุมลูกค้าครบทุกเซกเมนต์ ซึ่งการทำ ตลาดของโลคอล โมเดิร์นเทรดจำเป็นต้องมีเครื่องมือให้ครบ เพื่อที่จะสามารถจับปลาได้มากที่สุด นั่นหมายถึงว่าต้องจับ ลูกค้าทุกกลุ่ม แค่ End User ไม่พอ นั่นคือมีการเจาะเข้าไปหาลูกค้าที่เป็น B2B ที่เป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม ผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน ในกลุ่มลูกค้าที่เป็น B2C ก็มีการแตกแบรนด์ออกมาจับกลุ่มลูกค้าแต่ละเซกเมนต์อย่างชัดเจน โดย "Mother Marche" จะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่จับกลุ่มลูกค้าระดับบน ขณะที่ Mother Supermarket จะเจาะเข้าไปยังกลุ่มลูกค้า ทั่วไป ทำให้สามารถบาลานซ์การทำตลาดได้ค่อนข้างดี
“ไตรมาสแรกของปี 2568 เราผลงานได้ตามเป้า โดยเรามีการตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่อีก 3 สาขาในปีนี้ จาก ปัจจุบันที่มีอยู่ 20 สาขา สะท้อนถึงศักยภาพการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน หนุนรายได้รวมปีนี้เติบโตตามเป้าหมายที่ 1.4 พันล้านบาท” เอกพงศ์ กล่าวสรุป