การทำตลาดศูนย์การค้าของบริษัทที่อยู่ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลทั้งหมดถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากการปั้นให้ศูนย์การค้าเข้ามาทำหน้าที่ในการเป็น “หัวลาก” สำคัญ ในการนำพาธุรกิจค้าปลีกในเครือเข้าไปหาผู้บริโภค เพื่อทำหน้าที่เป็นช่องทางขายแบบ Physical Store ที่จะเชื่อมโยงไปสู่การทำตลาดแบบ Omni-channel แล้ว
ยังมีเรื่องของการช่วยเพิ่มโอกาสในการผลักดันธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะกับการเติมเต็มความเป็นศูนย์การค้า “มิกซ์ยูส” ที่ช่วยเปิดโอกาสให้กับธุรกิจโรงแรม อาคารสำนักงาน รวมถึงธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยอีกด้วย
น่นอนว่า หลายคนคงจะมีภาพจำกับแบรนด์ศูนย์การค้าในเครือที่แบ่งกันบริหารชัดเจนระหว่างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มี “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล” บริหารโดยเซ็นทรัลพัฒนา และศูนย์การค้าขนาดกลางภายใต้แบรนด์ “โรบินสันไลฟ์สไตล์” ซึ่งเป็นแบรนด์ศูนย์การค้าที่ดูแลโดยเซ็นทรัล รีเทล เป็นศูนย์การค้าขนาดกลางที่ถูกใชในการขยายเข้าไปยังเมืองขนาดกลาง รวมถึงอำเภอขนาดใหญ่ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีศูนย์การค้าขนาดเล็กอย่าง “ท็อปส์พลาซ่า” ของเซ็นทรัล รีเทล ที่ปัจจุบันไม่เน้นการขยายเพิ่มเท่าไรนัก รวมถึงศูนย์การค้าในรูปแบบคอมมูนิตี้ มอลล์ ของเซ็นทรัลพัฒนาที่เข้ามาเติมเต็มการบุกเข้าไปในชุมชนต่างๆ ของเมืองใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการช้อปของคนชั้นกลางที่เป็นคนเมืองรุ่นใหม่

สิ่งที่น่าสนใจก็คือการทำศูนย์การค้านั้น ยังมีการทำออกมาภายใต้การดูแลของกลุ่มเซ็นทรัลเอง ซึ่งเป็นการทำศูนย์การค้าบนแนวคิดที่แตกต่างจากบริษัทในเครือทั้ง 2 ทำออกมา โดยส่วนหนึ่งจะเป็นการเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดิน ศูนย์การในมือ หรืออาคารสำนักงานที่มีอยู่ในมือ
หลักคิดของการพัฒนาศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้การพัฒนาของกลุ่มเซ็นทรัลก็คือจะต้องสามารถทำกำไรได้ และที่สำคัญเซกเมนต์ของลูกค้าจะต้องแตกต่างจากศูนย์การค้าที่ทั้งเซ็นทรัลพัฒนาและเซ็นทรัลรีเทลทำออกมา อาจจะมีคาบเกี่ยวกันบ้างแต่ก็ไม่มากนัก
ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลดูแลศูนย์การค้าและพื้นที่ค้าปลีกในอาคารสำนักงานของเครือเซ็นทรัลอยู่กว่า 10 แห่ง อาทิ ศูนย์การค้าในรูปแบบของไลฟ์สไตล์โอเพนมอลล์ที่จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ปอร์โต เดอ ภูเก็ต โครงการตลาดจริงใจที่จังหวัดเชียงใหม่ มาร์เก็ตเพลส ซึ่งเป็นการรีแบรนด์มาจากเซ็นทรัล วงศ์สว่างเมื่อหลายปีก่อน โดยศูนย์การค้าแห่งนี้เป็นศูนย์ที่ไม่ใหญ่นัก เพื่อปั้นให้เป็นศูนย์กลางของการช้อปปิ้งในชีวิตประจำวันของคนที่อาศัยอยู่ในย่านนั้น
นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ไชน่าเวิลด์ วังบูรพาเซ็นทรัล สีลม ทาวเวอร์ (ท็อปส์ สีลม) จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์แพลตฟอร์ม วงเวียนใหญ่เซ็นทรัลดิ ออริจินัล สโตร์ และ “หัวหมาก เซ็นเตอร์” ที่อยู่ในย่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น
เรียกได้ว่า เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพื้นที่ที่มีอยู่เดิม พร้อมปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เช่าที่มีผู้เช่าเป็นทั้งธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลด้วยกันเอง และพันธมิตรนอกเครือ

ธุรกิจในส่วนนี้จะมีรายได้ประมาณร่วมๆ กว่า 3 พันล้านบาทต่อปี และอาจจะพูดได้ว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพื้นที่ที่มีอยู่ในมือ อย่างกรณีของ ไชน่าเวิลด์ วังบูรพา ที่เคยเป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล วังบูรพามาก่อน หรืออย่างตัวสีลม ทาวน์เวอร์ ที่เคยเป็นห้างเซ็นทรัล สีลม รวมถึง“หัวหมากเซ็นเตอร์” ที่เพิ่งออกมาประกาศปรับโฉมใหม่ก็เป็นการปรับเปลี่ยนมาจากห้างเซ็นทรัล สาขาหัวหมากเดิม ที่เคยเปิดให้บริการเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว
ในช่วงเวลานั้น เซ็นทรัล หัวหมากถูกส่งเข้ามาเพื่อแชร์ตลาดในย่านรามคำแหง ที่มีเจ้าถิ่นอย่างเดอะมอลล์ รามคำแหงเปิดอยู่ก่อนหน้า ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าว โลเคชันในย่านนี้คึกคักไปด้วยการเข้ามาทำตลาดของยักษ์ค้าปลีกในบ้านเรา ก่อนที่เซ็นทรัล หัวหมากจะถูกปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์การค้าขนาดไม่ใหญ่นัก และแทนที่ด้วยแม่เหล็กที่เป็นไฮเปอร์ มาร์เก็ตอย่างบิ๊กซี
ล่าสุด กลุ่มเซ็นทรัลมีการปรับโฉมหัวหมากเซ็นเตอร์ ให้เป็น "ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง มอลล์" รูปแบบใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับในฐานะแลนด์มาร์กสำคัญของย่านหัวหมาก ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนทุกเจนเนอเรชัน ภายใต้แนวคิด "พื้นที่แห่งความสุข" (Happy Alive Space)" ด้วยการทุ่มงบถึง 300 ล้านบาทเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
พงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพัฒนาธุรกิจ กลุ่มเซ็นทรัล ย้อนภาพให้ฟังว่า หัวหมากถือเป็นย่านยุทธศาสตร์สำคัญที่กลุ่มเซ็นทรัลได้บุกเบิกมาตั้งแต่ปี 2531 เริ่มจากการเปิดให้บริการห้างเซ็นทรัล หัวหมาก และได้พัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย
“นับเป็นเวลากว่า 37 ปีที่เราได้เติบโตและผูกพันกับชุมชนชาวหัวหมากมาอย่างยาวนาน วันนี้เราพร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตและสร้างสีสันให้กับย่านหัวหมากด้วยการทุ่มงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ปรับโฉมสู่ศูนย์การค้า ‘หัวหมาก เซ็นเตอร์’ ในรูปแบบไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง มอลล์ บนพื้นที่โครงการขนาดใหญ่กว่า 74,500 ตารางเมตร รวมร้านค้า มากถึง 250 ร้าน โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างสรรค์พื้นที่ที่ตอบสนองทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของคนทุกเพศ ทุกวัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ พื้นที่แห่งความสุข หรือ Happy Alive Space ที่จะกลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจรแห่งใหม่ของย่านหัวหมาก”
ฃศูนย์การค้าหัวหมาก เซ็นเตอร์ โฉมใหม่ รวบรวมแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศกว่า 250 แบรนด์ ครบครันทุกกลุ่มสินค้า ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ความงาม อาหาร เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 20,000 – 30,000 คน แบ่งเป็นกลุ่มครอบครัว 40% พนักงานออฟฟิศ 30% นักเรียน นักศึกษา 25% และนักท่องเที่ยว 5%

โดยกลุ่มเซ็นทรัล วางทิศทางในอีก 3–5 ปีข้างหน้าว่าจะขับเคลื่อน “หัวหมาก เซ็นเตอร์” สู่การเป็นศูนย์กลาง ไลฟ์สไตล์ของชุมชนอย่างแท้จริง (Community Lifestyle Hub) ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน และความบันเทิงอย่างครบลูป โดยชูจุดแข็งด้าน Tenant Mix ที่หลากหลายด้วยแบรนด์ชั้นนำ ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของผู้บริโภคที่มองหาสมดุลชีวิตท่ามกลางความเร่งรีบของเมืองและอื่นๆ
แน่นอนว่า มิกซ์หลักๆ ของศูนย์การค้าแห่งนี้ ยังคงเป็นเรื่องของ Food ที่เข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยโดยมีศูนย์อาหาร Food Story ที่รวมความอร่อยกว่า 40 ร้าน เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ครอบครัว และคนรุ่นทำงาน อาทิ นักล่าหมูกระทะ, So Grill and Shabu, Jones Salad, Kosupa Sushi Bar, ฮาจิบัง เป็นต้น
ในส่วนของร้านอาหารนี้ มีบางแบรนด์ที่เปิดให้บริการถึงตี 2 อย่างแบรนด์ “นักล่าหมูกระทะ” แบรนด์ในเครือซีอาร์จี หรือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป ที่ถูกวางไว้ด้านหน้าของศูนย์ เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าวได้ แม้จะเลยเวลาของการให้บริการของทางศูนย์ไปแล้วก็ตาม
ขณะที่โซนที่เป็นซูแปอร์มาร์เก็ต ยังคงมีบิ๊กซีที่เปิดในศูนย์นี้มายาวนานเป็นแบรนด์หลัก โดยในส่วนของ Fashion & Beauty จะการเติมเต็มแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายสตรีต สายสปอร์ต หรือสายเกาหลี สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์ลุคโปรดจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมบริการด้านความงามในราคาจับต้องได้ รวมกว่า 12 ร้าน อาทิ Beautrium, Watsons และอื่นๆ
ที่ขาดไม่ได้คือโซน Gadget Life จะสินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ จากร้านค้ากว่า 50 แห่ง พร้อมบริการให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ อาทิ Sumsung, Oppo , AIS, TG Phone เป็นต้น
การรีโนเวทครั้งนี้ถือเป็นอีกความพยายามในการปรับศูนย์เพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงในย่านรามคำแหง และหัวหมาก ซึ่งเป็นอีกความเคลื่อนไหวที่สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับศูนย์การค้าที่บริหารโดยกลุ่มเซ็นทรัลนั่นเอง....