BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,649
VIEWS

อธิบายโมเดลการจัดจำหน่ายของสินค้า FMCG วันนี้ มีกี่ช่องทาง - ช่องทางไหนมีบทบาทมากสุด

มิ.ย. 04, 2568 R.Somboon
ด้วยการที่ธรรมชาติของสินค้า FMCG หรือ Fast Moving Consumer Goods ที่การบริโภคสินค้าชนิดนี้หมุนเวียนอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีระบบการจัดจำหน่ายหรือช่องทางการขายที่สามารถครอบคลุมและลงลึกถึงความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที ระบบจัดจำหน่ายของสินค้าประเภทนี้จึงเข้ามาเป็นอีกหัวใจสำคัญของการกำหนดผลแพ้ – ชนะในการแข่งขันทางการตลาด นอกเหนือจากเรื่องของแบรนด์ และกลยุทธ์การทำตลาดที่สามารถชักจูงลูกค้าให้เข้ามาหาแบรนด์
 
เมื่อมองเข้ามาที่ช่องทางจัดจำหน่ายของสินค้ากลุ่มนี้ หากยึดการแบ่งตาม Format หรือ Channel ที่บริษัทวิจัยชื่อดังอย่าง Nielsen แล้ว จะแบ่งได้เป็น 3 ช่องทางหลักๆ ไล่เลียงตั้งแต่
1) Super/Hypermarket/MTSR ซึ่งในส่วนหลังนี้ก็คือ โมเดิร์นเทรดขนาดเล็กหรือโลคอล โมเดิร์นเทรด ที่เราคุ้นเคย
2) CVS = Convenience Store
3) Traditional Trade (TT) หรือในบางครั้ง อาจจะได้ยินการเรียกว่า GT (General Trade) หรือ Open Trade
 
ในอดีตนั้น การจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มนี้จะมีเพียงแค่การขายผ่านช่องทางขายผ่านร้านค้าปลีกในรูปแบบดั้งเดิมที่มีคนกลางหรือยี่ปั๊วเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวช่วยกระจายสินค้า นอกเหนือจากหน่วยรถของซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้า และหน่วยรถกระจายสินค้าของบริษัทดิสทริบิวเตอร์ หรือบริษัทที่รับจัดจำหน่ายสินค้า
 
ส่วนการขายผ่านช่องทางร้านค้าโมเดิร์นเทรดนั้นจะมีผู้ประกอบการที่เป็นโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย แต่ปัจจุบันจะมีการแยกออกเป็น 3 กลุ่มอย่างชัดเจน ตามที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น
 
กลุ่มแรกที่เป็นเชนโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ในฟอร์แมตของไฮเปอร์และซูเปอร์มาร์เก็ต และกลุ่มที่เป็นโลคอล โมเดิร์นเทรด ที่ส่วนหนึ่งจะเป็นร้านค้าดั้งเดิมที่แปลงร่างตัวเองจากยี่ปั๊วในระบบเดิมมาสู่การเป็นโมเดิร์นเทรดท้องถิ่นที่พ่วงขายปลีกหน้าร้านในราคาถูก นอกเหนือจากการขาย โดยมีบางรายที่ขยายฐานตัวเองออกมาในรูปแบบของเชนที่มีหลายสาขา เป็นร้านค้าปลีกในขนาดไม่ใหญ่กระจายออกไปตามชุมชนในเมืองและอำเภอรอบนอก
 
รูปแบบของการบริหารจัดการในเรื่องของการทำตลาดในช่องทางนี้จึงแตกต่างออกไป โดยเชนโมเดิร์นเทรด จะมี Key Account ของฝ่ายซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้าทำงานร่วมกับกับฝ่ายจัดซื้อของแต่ละเชน ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย จะมีเรื่องของการเจรจาต่อรองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย


มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Trade Term Agreement หรือ TTA
 
Trade Term Agreement ก็คือข้อตกลงร่วมกันระหว่างซัพพลายเออร์ เจ้าของสินค้า กับผู้ประกอบการค้าปลีก โดยวัตถุประสงค์จริงๆ ของ TTA คือการร่วมกันสร้างธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการค้าปลีกและซัพพลายเออร์ให้เติบโต และบรรลุเป้าหมายไปด้วยกัน โดยเจ้าของสินค้าต้องมีค่าใช้จ่ายในการนำสินค้าเข้าไปวางขาย
 
อาทิ ค่าแรกเข้า หรือ Entrance Fee หรือเรียกอีกอย่างว่า Listing Fee ซึ่งก็คือเงินที่ห้างเรียกเก็บจากซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้า สำหรับการเสนอสินค้าใหม่ที่จะนำเข้าไปวางขายในร้านค้าปลีกที่ทุกแบรนด์ต้องจ่าย หากจะนำสินค้าเข้าไปวางขาย โดยจะคิดจากจำนวน SKU ของสินค้าที่จะวาง
 
หรืออย่างค่า Rebate เป็นเงินที่เรียกเก็บจากเป้ายอดขายที่ต้องทำให้ได้ตามที่ทางห้างตั้งไว้จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากน้อยแล้วแต่เพาเวอร์ของซัพพลายเออร์ด้วยว่ามีแค่ไหน ค่า Rebate นี้ ยักษ์โมเดิร์นเทรดมีการนำลูกเล่นทางการตลาดมาก มายมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมชัน หรือการเล่นเรื่องราคา เพื่อผลักดันการขายให้ได้ตามตัวเลขที่สามารถเรียกเก็บค่า      ธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากซัพพลายเออร์ เป็นต้น
 
การเจรจาต่อรองนี้ ค้าปลีกบอกว่า เป็นสิ่งที่ต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำยอดขายตามที่ต้อง การ ซึ่งเจ้าของสินค้าต้องจ่ายเพิ่มขึ้นแทบทุกปี อย่างในกรณีของการเรียกเก็บค่าสนับสนุนในการเปิดสาขาใหม่ที่คนในวงการซัพพลายเออร์เคยบอกว่ามีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุกปี หากมีการเซ็นยอมรับใน TTA กับผู้ประกอบการค้าปลีกไว้แล้ว จึงต้องจ่ายตามที่ตกลงเอาไว้ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของการเจรจาต่อรองที่สะท้อนภาพของการจัดจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์นเทรดที่รวมถึงคอนวีเนียนสโตร์ได้เป็นอย่างดี
 
โมเดิร์นเทรดยังคงเป็นช่องทางขายที่มีบทบาทค่อนข้างสูง เนื่องจากช่องทางนี้มียอดขายรวมๆ กันจะกินสัดส่วนประมาณ 50 – 60% ของตลาด FMCG โดยรวม


ขาดทุนเพื่อเรียกลูกค้าเข้าร้าน แล้วหันไปทำกำไรจากส่วนอื่นๆ แทน รวมถึงการสร้างเครื่องมือทางการตลาดขึ้นมาเพื่อเรียกส่วนต่างจากเจ้าของสินค้าให้สามารถทำกำไรในตัวเลขที่ถัวเฉลี่ยเอาไว้ เครื่องมือต่างๆ อย่างที่เคยเขียนให้อ่านบ่อยๆ ก็มีทั้งค่าแรกเข้า ค่าโปรโมชัน ค่ากระจายสินค้า หรือค่าอื่นๆ อีกจิปาถะตามอำนาจต่อรองของแต่ละเชนที่มีอยู่
 
การทำตลาดในช่องทางนี้จะมีเรื่องของระบบสเปซ แมเนจเม้นต์ เข้ามาเกี่ยวข้อง ระบบที่ว่านี้จะเป็นการบริหารพื้นที่ขายบนเชลฟ์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้ก็เพราะพื้นที่ขายบนเชลฟ์มีจำกัด จึงต้องให้แบรนด์ที่ขาย 4 – 5 อันดับแรกมีสิทธิ์ที่จะเข้ามาวางบนเชลฟ์ รวมถึงเหลือพื้นที่ไว้สำหรับสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของห้างอีกแบรนด์หนึ่งด้วย
 
แบรนด์สินค้าแต่ละแบรนด์จึงใช้ในเรื่องของการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ และติดอันดับ 1 ใน 3 ของพื้นที่หัวใจลูกค้าเพื่อที่จะให้ลูกค้าจดจำที่นำไปสู่การหยิบออกจากเชลฟ์
 
ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องมีการทำการตลาด ณ จุดขายแบบเต็มสปีด เพื่อกระตุ้นการซื้อ ณ จุดขายอีกทอดหนึ่ง โดยในแง่จิตวิทยาของผู้บริโภคนั้นมีการวางแผนว่าจะซื้อสินค้าประเภทอะไร แต่น้อยรายนักที่จะมีการระบุแบรนด์เข้าไปในแผนการซื้อ การกระตุ้นการตัดสินใจ ณ จุดขายจึงเป็นตัวช่วยชั้นดีในการรับมือกับการแข่งขันในช่องทางโมเดิร์นเทรด
 
การกระตุ้น ณ จุดขาย อาจจะมีทั้งในแง่ของการจัดโปรโมชัน กองโชว์ การดิสเพลย์ที่โดดเด่น หรือการจัดเรียงสินค้าให้เต็มเชลฟ์อยู่ตลอดเวลา เพราะการมีสินค้าอยู่บนเชลฟ์ตลอดเวลานั้น จะช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ ปัจจุบันจึงมีบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการทำกลยุทธ์เหล่านี้ให้
 
ขณะที่ซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้าเอง ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมาที่เชนโมเดิร์นเทรดทรงอิทธิพลขึ้นมานั้น พวกเขามีการตั้งแผนกที่เรียกว่า “เทรด มาร์เก็ตติ้ง” เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ในการทำการตลาดร่วมกับเชนค้าปลีกในการช่วยให้สินค้าสามารถขายได้ดีขึ้น ทั้งการจัดโปรโมชันร่วมกัน หรือการทำการตลาดในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกๆ      แล้วว่า ในโมเดิร์นเทรดมีการนำระบบสเปซ แมเนจเม้นต์มาใช้บริหารพื้นที่ขายบนเชลฟ์ หากไม่มีการทำการตลาดเพื่อสนับสนุนการขาย โอกาสที่สินค้าจะโดนเบียดตกจากเชลฟ์ก็มีไม่น้อย แผนกนี้จึงถูกให้ความสำคัญค่อนข้างมาก
 
ความสำคัญนี้ ยังรวมถึงในกรณีที่เชนใดเชนหนึ่งจัดรายการโปรโมชันแล้วไปกระตุ้นให้เชนคู่แข่งขันต้องจัดตาม       พวกเขาจะพยายามเข้าไปดูในเรื่องของการจัดรายการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของราคา เพื่อไม่ให้โครงสร้างด้านราคาเสียไปมากนัก
 
การทำตลาดในช่องทางโมเดิร์นเทรดจึงมีต้นทุนทางการตลาดที่ค่อนข้างสูง นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เจ้าของสินค้าต้องหันมาให้น้ำหนักในการทำตลาดผ่านช่องทางขายแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า เทรดิชั่นนัล เทรด หรือ TT กันมากขึ้นในปัจจุบัน


แม้จะถูกมองว่า ช่องทางการขายแบบดั้งเดิมประเภทร้านยี่ปั๊วและโชวห่วยได้รับผลกระทบจากการรุกเข้ามาของยักษ์ใหญ่โมเดิร์นเทรด แต่ช่องทางขายประเภทนี้ก็ยังคงบทบาทสำคัญของมันอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะกับการเป็นช่องทางขายที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรากหญ้าที่กระจายอยู่ในหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ
 
การจัดจำหน่ายเข้าสู่ร้านค้าย่อยที่เป็นโชวห่วยนั้น จะเป็นเรื่องของหน่วยรถเงินสดหรือที่ภาษาของเซลส์ในสินค้า    กลุ่มนี้จะเรียกว่า Cash Sale  หรือ Van Sale ที่ส่วนใหญ่จะเป็นทีมขายจากตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ของแต่ละบริษัท อย่าง        ยูนิลีเวอร์จะเรียกตัวแทนของตัวเองว่า คอนเซสชั่นแนร์ หรือพีแอนด์จีที่มีตัวแทนที่เรียกว่า เอสดีโอ เป็นต้น
 
ในแง่ของซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้าเอง นอกจากการเข้ามาพัฒนาร้านค้าย่อยให้มีองค์ความรู้ในการบริหารจัดการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ทั้งในแง่ของการบริหารสต๊อก การเรียงสินค้าให้ดูน่าซื้อ รวมถึงการช่วยให้คำแนะนำในการหารายได้เพิ่มจากช่องทางอื่นๆ นอกเหนือการขายสินค้าแล้ว ซัพพลายเออร์ทั้งหลายยังมีการแบ่งช่องทางเทรดิชั่นนัล เทรดกับโมเดิร์นเทรดออกจากกันในการทำตลาดอย่างสิ้นเชิง
 
ตัวแบ่งอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของไซส์ซิ่งของสินค้าที่สินค้าในไซส์เล็กจะถูกผลักดันเข้าไปในช่องทางนี้ ขณะที่สินค้าที่ไซส์ใหญ่ขึ้นมาหน่อยจะวางขายในโมเดิร์นเทรดเป็นหลัก แม้เทรนด์ของตลาดจะเริ่มมาที่สินค้าไซส์ใหญ่มากขึ้น แต่สินค้าที่วางขายในช่องทางเทรดิชั่นนั่ลเทรดก็ยังคงมีขนาดที่แตกต่างจากโมเดิร์นเทรดอย่างสิ้นเชิง
 
นอกจากการขายผ่านเทรดดิชั่นนัล เทรด และโมเดิร์นเทรดแล้ว ปัจจุบัน ช่องทางขายผ่านออนไลน์ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยจะมีทั้งที่เป็นการขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อย่างช้อปปี้ ลาซาด้า และการเปิดร้านของแบรนด์สินค้าเอง ซึ่งเป็นการทำตลาดในรูปแบบของ Direct to Customer ที่เริ่มจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น  ซึ่งทั้งหมดนั้นคือรูปแบบของการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง...


อธิบายโมเดลการจัดจำหน่ายของสินค้า FMCG วันนี้ มีกี่ช่องทาง - ช่องทางไหนมีบทบาทมากสุด

ผ่าระบบจัดจำหน่าย FMCG บริหารช่องทางขายอย่างไรให้กุมชัยชนะ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact