ถ้าคิดถึง Amazon ลูกค้าอาจไม่นึกถึง High-Fashion ทันที แต่ชื่อเสียงในฐานะที่เป็น “Everything Store” คำว่า “Everything” รวมถึงเสื้อผ้า เกิดผลซึ่งนักวิเคราะห์จาก Wells Fargo ประเมินว่า เสื้อผ้าทุกๆ 8 ตัวที่ลูกค้าซื้อในสหรัฐ ต้องมี 1 ตัวซื้อจาก Amazon
Ike Boruchow นักวิเคราะห์ของ Wells Fargo ระบุว่า ปี 2023 ยอดขายเครื่องแต่งกาย และรองเท้าในสหรัฐของ Amazon มีมูลค่าประมาณ 68,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 13.2% ของยอดขายเครื่องแต่งกายทั้งหมดในสหรัฐ และ 41.4% ของเครื่องแต่งกายทั้งหมดที่ขายทางออนไลน์
ส่วนแบ่งตลาดของ Amazon ในส่วนที่เรียกว่า "Softlines" ของตลาด Retail ใหญ่กว่ายอดขายของ Walmart และ TJ Maxx รวมกัน
ธุรกิจเสื้อผ้าของ Amazon เติบโตก้าวกระโดด ปัจจัยสำคัญมาจากการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้ร้านค้าจริงต้องปิดตัวลงปี 2013 ยอดขายสินค้า "Softlines" อยู่ที่เพียง 4,000 ล้านดอลลาร์ 1 ทศวรรษต่อมา มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 68,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตราเติบโตต่อปีแบบทบต้นประมาณ 30%
ปี 2019 ส่วนแบ่งตลาด 7.7% เพิ่มเป็น 11.9% ในปีถัดมา
Wells Fargo ประเมินว่า ปี 2025 ยอดขายเสื้อผ้าบน Amazon จะโต 12% อยู่ที่สูงกว่า 76,000 ล้านดอลลาร์
และยังพบอีกว่า หมวดหมู่สินค้าที่ผู้บริโภคเต็มใจซื้อมากที่สุด ประกอบด้วย
1. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
2. เสื้อผ้า ชุดลำลอง
3. รองเท้า
4. หนังสือ
5. เสื้อผ้าแฟชั่น
แบรนด์เสื้อผ้าอื่นๆ อีกหลาย 10 แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด ถุงเท้า และกางเกงยีนส์ ราคาจับต้องได้ เป็นสินค้าที่ลูกค้าเคยซื้อจาก Walmart หรือ Target กลายเป็นสินค้าหลักของ Amazon โดยขายผ่านช่องทางเว็บไซต์ ภายใต้บริการที่ใช้ชื่อว่า Amazon Essentials
จุดเด่นคือนอกจากเป็นสินค้ายอดนิยมของผู้ซื้อแล้ว ยังเสริมด้วยโปรโมชันขายเป็นแพ็กเกจ (ออร์เดอร์ครั้งละหลายชิ้น) ส่วนลดดึงดูดใจ (เกือบ 50%) มีปุ่ม "Buy Now" เน้นจุดเด่นระบบหลังบ้านแบบ "1-click" ทุกกระบวนการตั้งแต่ตัดสินใจซื้อ ชำระค่าสินค้า สู่กระบวนการส่งของ จบด้วยการคลิกครั้งเดียว
ที่มาwww.sherwood.com