การก้าวเข้าสู่เอจจิ้ง โซไซตี้ของบ้านเราเต็มไปด้วยโอกาสทางการตลาดมากมาย เพราะด้วยคุณลักษณะเด่นของคนสูงอายุในยุคนี้เป็นคนทันสมัย มองโลกอย่างเข้าใจ พร้อมเปิดโอกาสรับเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ที่สำคัญ คนกลุ่มนี้ยังเป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อที่เกิดจากการสะสมเพื่อเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ยังอยู่ในวัยทำงาน
ทำให้กลายเป็นโอกาสทางการตลาดชั้นดี ยิ่งบ้านเรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว ก็ยิ่งต้องหันมาให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะตลาดค้าปลีกที่เข้าถึงโดยตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันของพวกเข้าอย่าง “ฟู้ด รีเทล” ซึ่งการขยับตัวของเชนเบอร์ 1 ที่มีจำนวนสาขามากที่สุดอย่างท็อปส์ คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเชนซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ท็อปส์มาร์เก็ต และฟู้ดฮอลล์ บอกถึงศักยภาพของลูกค้ากลุ่มที่มีอายุ 60+ กับเราว่า ปัจจุบันท็อปส์มีฐานลูกค้าที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปีลงมาประมาณ 30% ส่วนอีก 70% จะเป็นกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้ามองในรายละเอียดแล้วจะพบว่า กลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีประมาณ 10% ของฐานลูกค้าทั้งหมด
“กลุ่มคนหนุ่ม – สาว จะมีความถี่ในการมาช้อปที่สโตร์ของท็อปส์เฉลี่ยเดือนละ 3.2 ครั้ง แต่คนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความถี่สูงถึง 6 ครั้งต่อเดือน เพราะพวกเขานิยมทำอาหารกินเอง ประกอบกับมีเวลาว่างไม่ต้องทำงาน การทำอาหารกินเองในความถี่ที่ค่อนข้างมากกว่านี้ถือเป็นไลฟ์สไตล์ของคนสูงอายุที่อยู่ในเมืองซึ่งท็อปส์เอง เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ต้องโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนเมืองอยู่แล้ว”
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญ และมีไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ ทำให้สินค้าในกลุ่ม “Health & Wellness” กลายเป็นกลุ่มสินค้าที่มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นฟรีฟอร์มทั้งหลาย อย่างตัวซูการ์ฟรีได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยท็อปส์มีการนำเสนอสินค้าในกลุ่ม “Health & Wellness” ประมาณ 4,000 รายการ มีการหมุนเวียนสินค้าไม่ต่ำกว่า 1,000 รายการในแต่ละเดือน