ส่องจุดยืน “Beauty Companion” ที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงสินค้าบิวตี้คุณภาพทุกระดับBEAUTRIUM ได้วางตำแหน่งตนเองเป็น "แบรนด์บิวตี้รีเทลไทยที่เข้าใจลูกค้าที่สุด" ด้วยแนวคิด "Beauty Companion – เพื่อนทุกความสวย" ที่ทลายทุกกำแพงการเข้าถึงเครื่องสำอางคุณภาพพร้อมเดินหน้าทำให้ทุกคนเข้าถึงแบรนด์ดังทั้งของไทยและต่างประเทศในทุกระดับราคา พร้อมชูจุดยืน "Cosmetic Equality" ที่เชื่อว่า "เครื่องสำอางไม่มีชนชั้น" โดยสัดส่วนสินค้าทั้งหมดภายในร้าน BEAUTRIUM แบ่งออกได้เป็น สกินแคร์ 37%, เมคอัพ35% และน้ำหอมและอื่นๆ 8% โดยกลุ่ม “เมคอัพ” ยังคงเป็นหมวดสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
จิรวุฒิ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด กล่าวว่า "สำหรับเรา รีเทลไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกเป็นตัวเอง โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เข้ากับมาตรฐานความงามใดๆ นี่คือจุดยืนของ BEAUTY COMPANION และการได้รับรางวัลใหญ่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของ BEAUTRIUM เพียงแบรนด์เดียว แต่เป็นการยืนยันศักยภาพของวงการบิวตี้ไทยที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน"
ผ่า 5 กลยุทธ์สุดสตรองสู่การเป็นผู้นำตลาดบิวตี้ระดับสากล
1. Comprehensive Retail Network - เครือข่ายหน้าร้านแข็งแกร่งด้วยอีโคซิสเต็มการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม ปัจจุบัน BEAUTRIUM มี72 สาขาทั่วประเทศและตั้งเป้าขยายครบ 100 สาขา ภายในปี 2568 พร้อมระบบซัพพลายเชนที่สามารถกระจายสินค้าอย่างรวดเร็วและทั่วถึงทั้งในเขตเมืองและต่างจังหวัด ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งยังลงทุนในช่องทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ อาทิ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ร้านค้าอย่างเป็นทางการผ่านช่องทาง Marketplace นอกจากนี้ ยังมีบริการ Quick Commerce ผ่าน GrabMart ที่จัดส่งสินค้าได้ในเวลาเพียง 25 นาที เพิ่มทางเลือกและความสะดวกให้ผู้บริโภคในยุคที่ความเร็วคือปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ
2. Data-Driven Store Clustering - โมเดลการจัดร้านที่ไม่เชื่อใน “One Size Fits All”
BEAUTRIUM ใช้โมเดลการจัดร้านแบบ Cluster โดยวิเคราะห์จากอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภค พื้นที่ตั้งสาขา ความนิยมสินค้า และเทรนด์ของผู้บริโภคในแต่ละโซน เพื่อปรับการจัดวางสินค้าให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริงเช่น สาขาในเขตเมืองเน้นสินค้าที่อยู่ในกระแสและ K-Beauty ในขณะที่สาขาในท้องถิ่นจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง ราคาจับต้องได้ และมียอดหมุนเวียนเร็ว กลยุทธ์นี้สร้างความรู้สึก "เฉพาะตัว" ให้กับลูกค้ามากกว่าแนวทางแบบOne-Size-Fits-All
3. Trendsetter -รันวงการด้วยการก้าวนำทุกกระแส
หนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้ BEAUTRIUM แตกต่างคือการเป็นผู้นำเทรนด์อย่างแท้จริง ในปี 2567 บิวเทรี่ยมเปิดตัวแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟมากกว่า 41 แบรนด์ซึ่งหลายแบรนด์เป็นการเปิดตัวในไทยครั้งแรก ก่อนที่จะวางจำหน่ายผ่านช่องทางอื่นสินค้าที่คัดสรรมาครอบคลุมทั้งกลุ่มไอเทมไวรัล,คลีนบิวตี้, สินค้าความงามผู้ชายและแบรนด์กำลังมาแรงจากทั่วเอเชีย นอกจากนี้ BEAUTRIUM ยังนำเสนอแบรนด์ในร้านกว่า 2,000 แบรนด์และ SKU มากกว่า 100,000 รายการ ครอบคลุมทุกระดับราคา ตอบสนองทั้งความคุ้มค่าและคุณภาพได้อย่างสมดุล
4. Inspiring Experience - สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่อินสไปร์ ให้ลูกค้าได้ “เป็นตัวเอง” ทุกครั้งที่เข้าร้าน
BEAUTRIUM เชื่อว่าร้านค้าควรเป็นมากกว่าสถานที่ซื้อสินค้า แต่ต้องเป็นสเปซที่ "สร้างแรงบันดาลใจ" และเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ ด้วยแนวคิดการออกแบบร้านที่แตกต่าง กระตุ้นให้เกิดการสำรวจ เพื่อให้ลูกค้าได้ค้นพบไอเทมเด็ดและเปิดใจทดลองแบรนด์ใหม่อยู่เสมอไม่เพียงเท่านั้น BEAUTRIUM ยังมุ่งสร้างความรู้สึก "อยากเข้าร้านทุกวัน" ด้วยแคมเปญโปรโมชันที่หมุนเวียนไม่ซ้ำ พร้อมสิทธิประโยชน์จาก Loyalty Program ชั้นนำอย่าง The 1 ที่มอบความคุ้มค่าในทุกการช้อป ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสะสม ข้อเสนอพิเศษ หรือแคมเปญเฉพาะกลุ่มที่ตรงใจสมาชิกอย่างแท้จริงทั้งยังเสริมด้วยการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดปี ทั้งอีเวนต์ใหญ่ระดับประเทศ อีเวนต์ป๊อปอัปและการจัดงานร่วมกับแบรนด์พันธมิตร ที่เปลี่ยนการช้อปปิ้งให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
5. Open Collaboration - หนุนการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับพาร์ตเนอร์
BEAUTRIUM ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในหลากหลายมิติกับพาร์ตเนอร์ไม่ใช่แค่การเป็นจุดจำหน่ายสินค้า แต่เป็นผู้ร่วมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้พันธมิตรทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิดOpen Collaborationที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น ทั้งกับแบรนด์เจ้าของสินค้า ผู้จัดจำหน่าย ศูนย์การค้า KOLs ไปจนถึงสื่อดิจิทัลทุกแพลตฟอร์มในปี 2567 เพียงปีเดียว BEAUTRIUM ร่วมมือจัดกิจกรรมกับพันธมิตรมากกว่า 800 ครั้ง ทั้งในรูปแบบ Co-Campaign, Live Commerce, Exclusive Launch Event และ Cross-Platform Activation ที่เชื่อมต่อกันทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ช่วยขับเคลื่อนยอดขาย เสริมสร้าง Brand Engagement และขยายฐานลูกค้าให้แก่ทุกฝ่าย