ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งเราจะมาถึงจุดที่คนพาอาร์ตทอยของตัวเองไปสักกับช่างสักจริงๆ! และวันนี้ก็มาถึงแล้ว กับการสักลายให้ลาบูบู้ เทรนด์นี้กำลังบูมในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มนักสะสมอาร์ตทอยที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์และมูลค่าให้กับของสะสมของตัวเอง ขณะที่ประเทศไทยก็เริ่มเห็นกระแสนี้ค่อยๆ ซึมซับเข้ามา มีช่างสักที่เริ่มได้รับงานสักลาบูบู้ให้เห็นบ้างแล้วเหมือนกัน
หนึ่งในผู้บุกเบิกเทรนด์นี้คือช่างสักจากลอสแอนเจลิสที่ใช้ชื่อแอคเคาน์อินสตาแกรมว่า crybabyhunter เขาเริ่มจากการสักให้ลาบูบู้ที่สะสมเอาไว้ และนำไปขายทางออนไลน์ ซึ่ง sold out อย่างรวดเร็ว นั่นจึงทำให้เขาเกิดไอเดียใหม่ เปิดรับสักให้กับลาบูบู้ของคนอื่นๆ ที่ต้องการลวดลายเฉพาะตัว ทำให้เจ้าของสามารถคัสตอมลวดลายบนใบหน้าของลาบูบู้ให้ไม่ซ้ำกับใคร ซึ่งนอกจากจะฟินในความยูนีคแล้วยังถือเป็นการเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์และมูลค่าทางการตลาดไปพร้อมๆ กันด้วย บริการนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก จนเขาเองยังเคยโพสต์ติดตลกว่า “หรือจากนี้ผมจะสักให้กับแค่ลาบูบู้ดีล่ะ?”
เช่นเดียวกับในฝั่งยุโรป Ryan Gaylor ช่างสักในเยอรมันที่ใช้ชื่อแอคเคาน์อินสตาแกรมว่า kiitattz ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่โดดเด่นในวงการ เขารับสักให้กับทั้งลาบูบู้และอาร์ตทอยคาแรกเตอร์ตัวอื่นๆ โดยระบุว่า บางวันเขาได้รับคำสั่งสักลาบูบู้ถึง 8 ตัว มากกว่าจำนวนลูกค้าคนจริงๆ ที่มาสักเสียอีก นอกจากนี้ ทุกครั้งที่เขาโพสต์ขายลาบูบู้ที่มีรอยสักใหม่ลงในอินสตาแกรม ก็มักจะมีคนมาคอมเมนต์ว่ากดซื้อไม่ทันเสมอๆ
แน่นอนว่าการสักบนใบหน้าลาบูบู้หรืออาร์ตทอยอื่นๆ ไม่ได้เป็นแค่การคัสตอมเพื่อความสวยงาม แต่กลายเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังในการเพิ่มมูลค่าให้กับของสะสมเหล่านี้ โดยเฉพาะในตลาดรีเซลที่การแข่งขันสูงและความพิเศษของสินค้าส่งผลต่อราคาขายอย่างมีนัยสำคัญ ลาบูบู้ที่มีรอยสักเฉพาะจากช่างสักชื่อดังอาจมีราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว และสามารถกลายเป็นของสะสมหายากที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสทางรายได้ใหม่ให้กับศิลปินช่างสักที่อาจเริ่มแตกไลน์งานจากผิวหนังมนุษย์มาสู่วัสดุของเล่น ซึ่งสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มนักสะสมศิลปะและแฟนคลับของแบรนด์อาร์ตทอยได้อีกมาก
สำหรับความนิยมของลาบูบู้ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2024 หลังจาก Lisa โพสต์ภาพเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ทางอินสตาแกรมจนทำให้เกิดความต้องการในตลาดอย่างถล่มทลาย และในปี 2025 กระแสนี้กลับมาแรงอีกระลอก เมื่อ Rihanna ปรากฏตัวพร้อมห้อยลาบูบู้เป็นแอคเซสซอรี่กระเป๋า จนทำให้คนจำนวนมากทั้งในยุโรปและอเมริกาตามหาตุ๊กตาตัวนี้กันให้ควั่ก ส่งผลให้ยอดขายลาบูบู้พุ่งทะยาน มีคนต่อแถวรอแน่นขนัดด้านหน้า Pop Mart ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วยุโรปและมีการอัปราคารีเซลกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
และสำหรับใครที่อาจจะเคยเห็นหน้าค่าตาและยังไม่รู้จักลาบูบู้มากนัก คาแรกเตอร์นี้เป็นผลงานของ Kasing นักวาดภาพประกอบชาวฮ่องกงที่เป็นผู้ออกแบบตัวละครในซีรีส์ The Monsters ที่ว่าด้วยเรื่องของสัตว์ประหลาดตัวจิ๋วหลายๆ ตัว และลาบูบู้ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2015 จากนั้นถึงเริ่มเข้าสู่วงการอาร์ตทอย และได้เซ็นสัญญากับ Pop Mart ในปี 2019
ในปี 2024 ที่ความนิยมพุ่งสูงสุด คาแรกเตอร์จากซีรีส์ The Monsters เพียงอย่างเดียวก็ทำรายได้ให้กับ Pop Mart ได้สูงถึง 3 พันล้านหยวน ซึ่งส่งผลให้ Wang Ning ซีอีโอของ Pop Mart กลายเป็นเศรษฐีพันล้านและติดอันดับคนรวยที่สุดเป็นอันดับที่ 10 ของจีนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
อ้างอิง https://www.instagram.com/crybabyhunter/?hl=en https://www.instagram.com/kiitattz/?hl=en https://www.bbc.com/news/articles/cy4ydxlm9n9o https://www.ndtv.com/lifestyle/labubu-dolls-maker-wang-ning-becomes-chinas-10th-richest-billionaire-know-his-net-worth-8805224