ปีที่ผ่านมา อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) มีผลประกอบการอยู่ที่ 32,663 ล้านบาท ถือเป็นเบอร์ 6 ของกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตอาหาร
เพราะฉะนั้นในเรื่องของ Performance จึงแทบจะเรียกว่าไม่เป็นปัญหา
แต่ในมุมมองของ คุณอิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เขามีความกังวลถึงอนาคตอยู่ 2 เรื่อง
เรื่องแรกคือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย ซึ่งจะส่งผลต่อจำนวนประชากรในอนาคต กล่าวคือจำนวนประชากรของไทยมีแนวโน้มที่จะลดลงซึ่งจะส่งผลต่อตัวเลขการบริโภคโดยรวม
เรื่องที่ 2 คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลทางอ้อมกับบริษัท เนื่องมา จากชื่อคอร์ปอเรทของบริษัทคล้ายกับชื่อสินค้าคือผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ
แม้ว่าผงชูรสจะเป็นสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติคือแป้งมันสำปะหลังและอ้อย แต่ภาพจำของคนไทยบางส่วนก็ยังมองผงชูรสในแง่ลบ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ภารกิจที่คุณอิชิโระวางไว้ในระยะยาวก็คือการสลัดภาพจำเรื่องผงชูรสรวมถึงเครื่องปรุงรส ไปสู่การเป็นองค์กรที่นำเสนอโซลูชันและสินค้าที่ใช้นวัตกรรมมาเป็นตัวนำ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ไปสู่ Well-being Company
“อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) ต้องการที่จะเป็นบริษัทที่นำเสนอสินค้าที่สร้างความกินดีมีสุข นำเสนอโซลูชันด้าน Well-being Company ผ่านจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญเรื่อง AminoScience ของเรา”

คุณอิชิโระ ซะกะกุระ ได้แถลงถึงทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ โดยบริษัทมีแผนขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น อันประกอบด้วย
1. การขยายตลาดและสร้างการเติบโต โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ปัจจุบันและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “กินดีมีสุข” มุ่งเสริมแกร่งกลุ่มเครื่องปรุงรสผ่านการปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เป็นมิตรเข้าถึงง่ายเริ่มจาก
- ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ จะสร้างประสบการณ์ความสนุกและความอร่อยในการทำอาหารพร้อมการสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่นักชิม
- กาแฟเบอร์ดี้ จะมีการปรับการสื่อสารให้ทันสมัย เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และออกไลน์สินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น
- เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่น ที่กินง่ายและดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานแบบ Ready-to-eat เจาะกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันที่ชีวิตรีบเร่งแต่ยังใส่ใจสุขภาพ
- พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกรดอะมิโน ที่ใช้นวัตกรรมจาก “AminoScience” เพื่อตอบโจทย์การดำเนินชีวิตของคนในทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ กลุ่มคนที่รักการเล่นกีฬาหรือผู้ที่ใส่ใจด้านสุขภาพและความงาม
- พัฒนาแอปพลิเคชัน i-LiveWell แพลตฟอร์มทางด้านโภชนาการสำหรับกลุ่มคนทำงาน
2. หนุนโภชนาการกีฬาให้ทัพนักกีฬาและคนไทย มุ่งสานต่อโครงการ Thailand Victory Project เป็นปีที่ 7 ผ่านการสนับสนุนกีฬาซีเกมส์ 2025 โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญในการดูแลโภชนาการกีฬาและจุดแข็งด้าน “AminoScience” จากญี่ปุ่นสู่ไทยมาประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนมื้ออาหารแห่งชัยชนะ (Winning Meals® Kachimeshi) ซึ่งเป็นแผนโภชนาการกีฬาที่ออกแบบมา เพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย ควบคู่กับผลิตภัณฑ์เจลพลังงานอะมิโนไวทัลที่อุดมด้วยกรดอะมิโน นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัว Ajinomoto Victory Canteen ซึ่งเป็นการปรับลุคใหม่ให้กับห้องอาหารของนักกีฬานำเสนอโภชนาการที่ดีและพื้นที่กิจกรรมสำหรับพัฒนาศักยภาพและปลดล็อกพลังแห่งชัยชนะของทัพนักกีฬาไทย
3. ใช้เทคโนโลยี FarmAI ช่วยลดคาร์บอนสร้างความยั่งยืน ตั้งเป้าลดใช้คาร์บอน พร้อมเพิ่มปริมาณการตรวจสอบกลับ (Traceability) จากโครงการ “Thai Farmer Better Life Partner” ขึ้นเป็น 45,000 ตัน หรือประมาณ 30% โดยมีแอปพลิเคชัน FarmAI เป็นเครื่องมือใหม่ที่จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการตรวจสอบกลับการดำเนินงานในระบบ Ecosystem พร้อมเดินหน้าโมเดล Ajinomoto FD Green One-stop Service ด้วยการสร้างเครือข่ายเพื่อการเกษตรกับพาร์ตเนอร์อย่างครบวงจร ผ่านการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการเกษตรเพิ่มผลผลิต และให้ความรู้แก่เกษตรกรมันสำปะหลังและกาแฟ เพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพควบคู่กับการลดคาร์บอนตามเป้าหมายใน Scope 3

ด้านคุณทิพย์วดี กรุมรัมย์ ผู้จัดการหน่วยงาน New Business Creation กล่าวว่า โลกของเรารวมถึงประเทศไทยกําลังเผชิญสิ่งที่ท้าทายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของความมั่นคงทางอาหาร หรือแม้กระทั่งเรื่องจํานวนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังมีวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่มีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้อายิโนโมะโต๊ะมีการตั้งหน่วยงาน New Business Creation ขึ้นมาในปีนี้ เพื่อสร้างการขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กร
“นวัตกรรมที่เราจะขับเคลื่อนต้องเป็นนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาโลกได้จริง เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาของโลกใบนี้และสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของอายิโนโมะโต๊ะ”
เพื่อบรรลุเป้าหมาย New Business Creation จะมุ่งเน้นสร้างนวัตกรรม 3 ด้าน คือ
1. Personalized Nutrition (โภชนาการเฉพาะบุคคล) บริษัทจะเน้นพัฒนาสินค้าที่สามารถให้โภชนาการถูกต้องตามสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล
2. Alternative Protein (โปรตีนทางเลือก) เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นและลดมลภาวะสิ่งแวดล้อม
3. Fermentation Technology หรือเทคโนโลยีการหมัก ซึ่งอายิโนโมะโต๊ะมีความชำนาญและสามารถต่อยอด Solution ในการที่จะพัฒนาสินค้าใหม่ๆ
“การขับเคลื่อนนวัตกรรมแบบยั่งยืนเราทําคนเดียวไม่ได้ เราต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนสตาร์ตอัป ภาคการศึกษา ดังนั้น อายิโนโมะโต๊ะจึงมีการร่วมมือกับ Knowledge Exchange ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อจัดตั้งโครงการ Techbite Food & Biotech Accelerator Program ที่มุ่งเชื่อมโยงผู้นำอุตสาหกรรมนักลงทุนนักวิจัย และสตาร์ตอัป เพื่อขับเคลื่อนอนาคตของนวัตกรรม Food & Biotech ขึ้นมา เพื่อสรรหาสตาร์ตอัปที่มีศักยภาพและต้อง การพัฒนาโซลูชันทางด้านอาหาร, ด้าน Biotech และด้านสุขภาพร่วมกับอายิโนโมะโต๊ะ”

ที่ผ่านมา ได้เสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพไปแล้ว 248 ล้านมื้อ เติบโต 24% ในกลุ่มนวัตกรรมอาหารโดยมีผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้หลักและครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุด คือผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 90%,รสดี มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 80% และกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 50%
ส่วนกลุ่มสินค้าที่มีการเติบโตที่โดดเด่น คือกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกรดอะมิโน มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 30% และอาหารแช่แข็ง มีส่วนแบ่งการตลาด 80%