ลองจินตนาการดูว่า สินค้าร้อยกว่าชิ้นกำลังรอคิวเข้าคลังสินค้า แต่พื้นที่เก็บเต็มหมดแล้ว แล้วคุณต้องเลือกระหว่างจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเก็บสินค้าให้ครบ หรือปล่อยให้สินค้าค้างอยู่ที่ท่าเรือ ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็มีราคาที่ต้องจ่ายทั้งนั้น
นี่คือหนึ่งในปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในซัพพลายเชนของ ExxonMobil ที่ต้องการคำตอบจากคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิด กล้าลองแก้โจทย์ซับซ้อนใน “ExxonMobil Bootcathon 2025” เวทีที่ไม่ใช่แค่การแข่งขันไอเดีย แต่คือสนามจริงที่ทดสอบความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อพลิกโฉมธุรกิจพลังงานระดับโลกให้เดินหน้าอย่างมั่นคงในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินคาด
และหัวข้อที่ถูกหยิบมาในปีนี้คือ “การจัดการซัพพลายเชน” (Supply Chain Management) โดยเฉพาะปัญหาใหญ่อย่างคลังสินค้าล้น (Warehouse Overflow) อุปสรรคที่ไม่ว่าธุรกิจไหนก็ต้องเจอ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงธุรกิจพลังงานที่ทุกจุดของการเคลื่อนย้ายสินค้าล้วนเชื่อมโยงกันราวฟันเฟืองในเครื่องจักรขนาดใหญ่ “หากการคาดการณ์ขาดความแม่นยำ ต้นทุนจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” ดร.ณรงค์กร จารุศักดิ์วงศ์ Thailand Supply Chain Manager จาก ExxonMobil กล่าว

“
ในระบบซัพพลายเชนของธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีมีความซับซ้อนสูงและใช้ระยะเวลาดำเนินการยาวนาน เพราะต้องครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ โดยแต่ละขั้นตอนต้องจัดเก็บและขนส่งผ่านหลายช่องทาง เช่น ทางราง ท่อ รถ และเรือ การจัดการจึงต้องอาศัยการคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้าอย่างแม่นยำ และมีระบบที่สามารถตอบสนองต่อความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือมาตรการด้านภาษีต่าง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ซัพพลายเชนเปลี่ยนเร็วและคาดเดาได้ยาก การวางแผนและการบริหารจัดการมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น”
อย่างที่เห็นว่าแต่ละกระบวนการในระบบซัพพลายเชนมีปัจจัยมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การวางแผนเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุดเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อปัญหาเริ่มซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Generative AI จึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการค้นหาแนวทางที่เหมาะสมในสถานการณ์นั้น ๆ ในขณะเดียวกัน การมีข้อมูลที่เพียงพอและสามารถมองเห็นทุกกระบวนการในซัพพลายเชนก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญ นี่คือหน้าที่ของ Analytics ที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากแต่ละจุดเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถบริหารจัดการระบบได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเหตุนี้
ExxonMobil Bootcathon 2025 จึงแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 Track คือ
- Analytics การใช้ข้อมูลวิเคราะห์และแก้ปัญหาเชิงลึก เพื่อสร้างภาพรวมที่ชัดเจนและช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำ
- Gen AI การพัฒนา AI Agent ที่สามารถตัดสินใจแทนมนุษย์ได้ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา


แน่นอนว่าผลงานของน้อง ๆ ทั้งสอง Track ไม่ได้แค่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังช่วยให้องค์กรมองเห็นทางเลือกใหม่ ๆ ในการแก้โจทย์ธุรกิจได้อย่างสร้างสรรค์ สอดคล้องกับมุมมองของ ExxonMobil ที่เชื่อว่า AI และ Data Analytics ไม่ใช่แค่ “เครื่องมือ” แต่คือ “พาร์ตเนอร์” ที่สามารถร่วมพัฒนาองค์กรได้อย่างยืดหยุ่น
“ExxonMobil Bootcathon 2025 เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เสนอไอเดียใหม่ ๆ ซึ่งหลายแนวคิดสามารถนำไปต่อยอดและปรับใช้ในบริบทขององค์กรจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้ช่วยให้ ExxonMobil เรียนรู้จากมุมมองใหม่ ๆ ที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของกลยุทธ์ทางธุรกิจในอนาคต ในขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมยังได้รับการอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ เช่น Generative AI และ Data Analytics และนำมาปรับใช้ผ่านโจทย์จริงทางธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้เข้าใจลักษณะของงานและเทคโนโลยีที่ ExxonMobil ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่เป็นการเปิดประตูเชิญชวนให้พวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงขององค์กรในอนาคต” คุณสุทธิชัย แสวงพบสุข กรรมการและผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ExxonMobil กล่าว

ความสำเร็จจากกิจกรรม ExxonMobil Bootcathon 2025 สะท้อนผ่านเสียงของน้อง ๆ ทีมชนะเลิศทั้ง 2 Track ขอเริ่มจาก Track Gen AI อย่าง ทีมพี่วิชส่งมา จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาคอมพิวเตอร์ และคณะไอที สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นแก๊งที่ทำแล็บด้วยกันมาก่อน พวกเขาจึงเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย
“เราเห็นว่าทาง ExxonMobil มีจัดเวิร์กช็อป ซึ่งมีธีม Gen AI ที่กําลังเป็นเทรนด์ในปัจจุบันครับ ก็เลยฟอร์มทีมกันเพื่ออยากจะปลดล็อกสกิลใหม่ ๆ ซึ่งเราก็ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากกิจกรรมนี้มากมายเลยครับ อย่างตอนที่ขอคำแนะนําจากพี่ ๆ กรรมการของ ExxonMobil ก็ได้เทคนิคและ Insight เยอะมาก ๆ ทำให้ผลงานของเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ”
BrandAge Online ถามน้อง ๆ ว่าอยากฝากอะไรกับคนที่จะสมัครปีหน้า? “ชื่อทีมสำคัญครับ (ฮา) ลองดูครับ เราทุกคนที่นี่เริ่มจากศูนย์ ก็เลยเชื่อว่าคนอื่น ๆ ก็สามารถทำได้เหมือนกันครับ”

ต่อด้วยทีมชนะเลิศใน Track Analytics ทีม OGGY จากวิทยาลัยสหวิทยาการ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมข้อมูล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้ทั้งสามจะไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน แต่ก็คว้ารางวัลมาได้ด้วยความมุ่งมั่น
“ไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันอะไรแบบนี้มาก่อนเลยจนเพื่อนชวนก็เห็นว่าน่าสนใจดี ตรงสายกับที่เรียน สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต พอเห็นว่า ExxonMobil เป็นผู้จัดก็ตัดสินใจสมัครทันทีเลยค่ะ แอบหวังด้วยว่าจะได้ทำงานที่นี่ในอนาคต”
น้องเล่าเสริมว่า “กิจกรรมนี้ทำให้พวกเราได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานจริงแบบเข้มข้น ทุกอย่างต้องแข่งกับเวลาโดยเฉพาะช่วงที่ต้องหา Pain Point ให้เจอจริง ๆ ถึงจะคิด Solution ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ ที่สำคัญคือ เราได้ฝึกความกล้าในการเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะบางเทคนิคที่ได้ใช้เราก็เพิ่งได้เรียนรู้จากที่นี่ค่ะ แต่พอมีความมั่นใจในทีมและในสิ่งที่ทำ ผลงานมันก็ออกมาดีเสมอ แถมยังได้เรียนรู้เรื่อง Teamwork ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้ตลอดในโลกการทำงานจริง”
และฝากกับใครที่สนใจสมัคร ExxonMobil Bootcathon 2025 ในปีต่อไปว่า “อย่ากังวลว่าเราจะเก่งพอหรือไม่ แค่กล้าตัดสินใจสมัครก็แปลว่าเราพร้อมจะพัฒนาตัวเองแล้ว เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่เวทีแข่งขัน แต่คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโจทย์ใหม่ ๆ ให้เราได้เรียนรู้ ได้ลองคิด ได้ Upskill ทุกวันจริง ๆ” จะเห็นได้ว่า ExxonMobil ในสายตาคนรุ่นใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาพบริษัทพลังงานระดับโลกอีกต่อไป แต่ได้ขยายตัวไปสู่ภาพขององค์กรเทคโนโลยีที่เปิดกว้าง และส่งเสริมศักยภาพของคนรุ่นใหม่

ทั้งหมดนี้ทำให้ ExxonMobil กลายเป็นแบรนด์ที่ดู “เข้าถึงได้” สำหรับคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้แสดงศักยภาพโดยไม่มีกรอบจำกัด ExxonMobil จึงไม่ใช่แค่ “น่าทำงานด้วย” แต่เป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตไปด้วยกัน นั่นทำให้ ExxonMobil Bootcathon เป็นบันไดสู่โอกาสและการเติบโตในโลกจริงที่หาไม่ได้จากการเรียนในห้อง