ในวันที่หลายคนรู้สึกหมดไฟจนไม่อยากแม้แต่จะฝัน ก็ยังมีกลุ่มคนที่ตัดสินใจ “เริ่มฝันใหม่” พวกเขาคือ
‘The Restarter’ กลุ่มคนที่ไม่ได้แค่ฝันถึงชีวิตที่ดีกว่า แต่กำลังสร้างเส้นทางใหม่แบบจริง ๆ จัง ๆ เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โต หรือเงินเดือนหลักแสน (แต่ถ้าได้ก็ไม่ปฏิเสธนะคะ) แต่คือชีวิตที่ตัวเองควบคุมได้ และมีความสุขกับมันอย่างแท้จริง
แม้คำว่า Restarter จะฟังดูเข้ากับคนรุ่นใหม่ แต่ความจริงแล้วแนวคิดนี้มีอยู่ในทุก Generation โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ที่ครองสัดส่วนใหญ่สุดถึง 40% มักอยู่ในวัยทำงานที่หนักหน่วง จนรู้สึกว่าอยากเปลี่ยนเส้นทางใหม่ให้ชีวิต Gen Z เองก็แม้จะเพิ่งเริ่มต้นอาชีพ แต่เมื่อเจอประสบการณ์แรกไม่ตรงปก ก็พร้อมตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อหาสิ่งที่ตอบโจทย์มากกว่า ส่วน Gen X และ Silver Gen ที่แม้อยู่ในช่วงปลายของชีวิตการทำงาน แต่พวกเขาก็คิดเช่นกันว่า “ขอใช้ชีวิตที่เหลือให้คุ้มค่า”
นิยามความสำเร็จของ Restarters ก็ง่าย ๆ ไม่ใช่เส้นชัยที่ทุกคนต้องหันมอง ไม่ใช่โบนัสก้อนโต แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่สำคัญ เช่น การดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพ จากข้อมูลพบว่า
- 74% ของพวกเขาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น
- 69% ตั้งเป้าเพิ่มรายได้แบบจริงจัง พอกันทีกับชีวิตเดือนชนเดือน
- 59% ต้องการ Work Life Balance ไม่ใช่เช้ารีบทำงาน เย็นฝ่ารถติดกลับบ้าน แล้วหมดวันไปแบบไม่รู้ตัว
- 56% ต้องการความมั่นคงที่ตัวเองควบคุมได้
- 37% พร้อมจะออกจาก Comfort Zone แม้เศรษฐกิจจะชวนท้อใจแค่ไหน
นั่นเท่ากับว่า “นิยามการทำงาน” ก็เปลี่ยนไปจากเดิมมากทีเดียว เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่หางานประจำเท่านั้น แต่หางานที่มอบอิสระ เป็นสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ พบว่า
- 41% ผันตัวไปเป็นฟรีแลนซ์
- 35% ขายของออนไลน์
- 27% เปิดธุรกิจเอง
- 26% เป็นพนักงานประจำ
- 22% เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เพราะปลูกผักก็ได้เงินดี ไม่ต้องตื่นเช้าไปประชุมอีกต่างหาก
ซึ่งเทรนด์นี้สะท้อนถึงพฤติกรรมการค้นหาออนไลน์อย่างชัดเจน Jobsdb เผยว่า คำว่า “work from home” ถูกค้นเพิ่มขึ้นเกือบ 400% ตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2025 ส่วน “hybrid work” พุ่งขึ้นกว่า 500% นอกจากนี้ยังมี “งานใหม่ใกล้ฉัน” และ “ธุรกิจใกล้ฉัน” ที่ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตในพื้นที่ของตัวเองมากขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะขี้เกียจเดินทาง แต่เพราะเขาอยากใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่ากับสิ่งที่รัก หรือจริง ๆ แล้วก็คือขี้เกียจนั่นแหละนะ …
เมื่อสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ สกิลใหม่ ๆ ก็ต้องมา Restarters ต้องการ “พัฒนาตัวเอง” อย่างต่อเนื่อง
- 76% สนใจเรียนรู้เรื่องการเงินและการลงทุน
- 61% ของ Restarters ต้องการแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ
- 57% อยากเพิ่มทักษะ
- 41% ต้องการผู้ช่วยทางใจ
- 39% สนใจเทคโนโลยีและเครื่องมือช่วยชีวิต
- 29% มองหาประสบการณ์จริงมากกว่าทฤษฎี
ซึ่งช่องทางที่ Restarters ใช้เพื่อขับเคลื่อนตัวเองคือ “การค้นหา” โดย 54% ใช้ Google, AI หรือ Social Search เพื่อหาทางรอด 68% ใช้โซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่เสพความบันเทิง แต่เพื่ออัปเดตความรู้และเข้าใจตัวเองให้ดีขึ้น 45% ได้แรงบันดาลใจจาก Social Proof จากคนที่เคยเปลี่ยนเส้นทางชีวิตแล้วประสบความสำเร็จจริง
และจุดนี้แบรนด์สามารถเป็น “พลังเสริม” ให้กับ Restarters ได้ ไม่ใช่แค่ขายของ แต่ให้แรงบันดาลใจ ให้ข้อมูล ให้การสนับสนุน และอยู่ในทุกช่องทางที่เขาค้นหา ตั้งแต่ Google ไปจนถึง TikTok แบรนด์ที่ทำหน้าที่เป็น Life Enabler ผู้เสริมสร้างชีวิต จะได้รับการตอบรับที่ดีกว่าแบรนด์ที่เน้นแต่จะขายของ บางครั้งคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจสั้น ๆ อาจเปลี่ยนวันที่แย่ ให้กลายเป็นวันที่อยากเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว BrandAge Online อยากให้ทุกคนรู้ว่า Restarters ไม่ใช่แค่คนใจเสาะ หรือคนที่ไม่มีความอดทน แต่คือคนที่กล้าถามตัวเองว่า “แบบนี้มันยังใช่อยู่รึเปล่า?” และเลือกออกแบบชีวิตที่ใช่สำหรับตัวเองมากกว่าเดิม พวกเขาไม่ได้มองหาความสำเร็จที่คนอื่นยกนิ้วให้ แต่มองหาความสุขที่ตัวเองยิ้มให้ได้ทุกวัน นั่นคือเหตุผลที่แบรนด์ไม่ควรแค่ขายของ แต่ต้องเข้าไปอยู่ในเส้นทางการเติบโตของพวกเขาอย่างจริงใจ