หลังจากทดลองตลาดด้วยแคมเปญ “คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น 299 บาท” ตลอดช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2568 MK Restaurants สามารถปิดจ๊อบกลยุทธ์นี้ได้อย่างสวยงาม ไม่เพียงแค่สร้างยอดขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ยังสามารถดึงฐานลูกค้าเก่าให้กลับมาอีกครั้ง พร้อมปั้น “Bonus Suki” ให้กลายเป็น Fighting Brand สู้ศึกบุฟเฟต์เต็มตัว
การรุกตลาดด้วยการจัดโปรโมชั่นบุฟเฟต์ 299 บาท สามารถทานอาหารแบบบุฟเฟต์ได้ 19 รายการ เป็นเวลา 90 นาที ระยะเวลาโปรโมชันวันที่ 9 - 30 มิถุนายน 2568 ทานได้ 254 สาขา (สาขาในโลตัส,บิ๊กซี และสาขาที่ร่วมรายการ) ระยะเวลาเพียงแค่ 22 วัน สร้างยอดขายทะลุ 20 ล้าน ดันยอดขายรวมพุ่งถึง 42%
ก่อนที่ MK จะตัดสินใจขยายโปรโมชั่นต่ออีก 1 เดือนเต็ม พร้อมขยายเวลาเปิดร้านถึงเที่ยงคืน ที่สำคัญคือเปิดครบทุกสาขา (รวม 299 สาขา) ไม่จำกัดเฉพาะห้างอีกต่อไป โดยร้านสาขาใหม่ 45 สาขามีอัตราเติบโตสูงถึง 28%

สิ่งที่น่าสนใจ คือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในทิศทางบวก โดยเฉพาะการดึงกลุ่มลูกค้าให้กลับมาในทุกเซกเมนต์
- กลุ่มลูกค้าสมาชิกปัจจุบัน กลับมาทานบ่อยขึ้น เติบโต 37%
- กลุ่มลูกค้าเก่าที่ห่างหายไปกว่า 3 เดือน กลับมาทาน เติบโต 182%
- กลุ่มลูกค้าเก่าที่ห่างหายไปกว่า 6 เดือน กลับมาทาน เติบโต 370%
- กลุ่มลูกค้าใหม่ อายุเฉลี่ยลดลง เป็นอายุ 26-35 เพิ่มขึ้น 6%
- ลูกค้าทานซ้ำภายใน 2 เดือน เฉลี่ย 27%
จากกระแสตอบรับที่แรงเกินคาด MK จึงตัดสินใจขยายโปรโมชั่น 299 บาท ไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2568 เพื่อครอบคลุมช่วงวันแม่ หวังให้เป็น “โอกาสแห่งความสุขแบบไม่อั้น” สำหรับครอบครัวทั่วประเทศและที่สำคัญการขยายระยะเวลายังช่วยต่อยอดโมเมนตัมทางการตลาด ส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการในไตรมาส 3 ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของปี

จากโปรโมชั่นระยะสั้น สู่กลยุทธ์ทางธุรกิจระยะยาว ภายใต้แคมเปญ “คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น 299 บาท” เรียกว่าเป็นการทดลองตลาดบุฟเฟต์ จากผลตอบรับช่วงที่ผ่านมา ทำให้ MK ปั้น “Bonus Suki” ท้าชนกับร้านสุกี้ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ก่อนแล้ว ปัจจุบัน Bonus Suki มี 1 สาขาที่โรบินสัน สระบุรี และเตรียมเปิดที่ แม็คโคร ชัยนาท และสุนีย์ทาวเวอร์ อุบลราชธานี โดยเน้นจุดต่างที่ชัดเจนจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทำเลนอกห้าง เพื่อลดข้อจำกัดเวลาเปิด–ปิด และสามารถเปิดบริการได้ตั้งแต่ 11.00–05.00 น. ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่นิยมทานดึก พร้อมเจาะตลาดเมืองรอง เปิดสาขาในจังหวัดที่ยังมีโอกาสเติบโต และหลีกเลี่ยงการปะทะกับลัคกี้ สุกี้ หรือสุกี้ตี๋น้อยในพื้นที่เดิม อีกทั้งจับช่องว่างตลาดโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อยากทานบุฟเฟต์กลางคืนแบบมีมาตรฐานและแบรนด์ที่เชื่อถือได้
หลังจากนี้ก็ต้องติดตามกันต่อว่า ศึกสุกี้บุฟเฟต์จะเดินหน้าไปในทิศทางไหน และแต่ละแบรนด์จะงัดกลยุทธ์อะไรออกมาสู้ศึกในสมรภูมิที่แข่งขันกันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เพราะเมื่อ MK เปิดเกมแรงขนาดนี้ คำถามต่อไปคือใครจะตามทัน และใครจะพลิกเกมให้เหนือกว่า
งานนี้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็ได้แต่ตั้งตารอดู และเตรียมท้องไว้ให้พร้อมกับศึกรอบต่อไปในหม้อสุกี้…