BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,724
VIEWS

ถอดบทเรียน LINE MAN ดูแลไรเดอร์ 100,000 คนอย่างไร ให้ยืนหยัดในสมรภูมิฟู้ดเดลิเวอรี่?

ส.ค. 09, 2568 N.Rotchana
ในยุคที่แพลตฟอร์ม Food Delivery เติบโตอย่างรวดเร็ว การรักษาความสัมพันธ์กับ “ไรเดอร์” หรือผู้ส่งอาหารกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ หนึ่งในผู้เล่นหลักอย่าง LINE MAN ให้ความสำคัญกับการดูแลไรเดอร์อย่างจริงจัง ผ่านกลยุทธ์และกิจกรรมต่างๆ ที่สะท้อนความตั้งใจในการเป็นเพื่อนคู่คิดและเพื่อนร่วมทางของไรเดอร์ตลอดมา
 
อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ของ LINE MAN เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีไรเดอร์ในระบบกว่า 140,000 คน แบ่งเป็นไรเดอร์ 2 ล้อราว 100,000 คน และกลุ่มไดรเวอร์ 4 ล้อประมาณ 40,000 คน ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 300 อำเภอทั่วประเทศ ไรเดอร์กลุ่มนี้ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ แต่ทำงานในรูปแบบฟรีแลนซ์ที่รับงานตามออเดอร์ ซึ่งข้อดีของโมเดลนี้คือความยืดหยุ่นและการตอบสนองต่อปริมาณงานในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายในการสร้างความผูกพันและรักษาประสิทธิภาพของไรเดอร์
 
ความท้าทายสำคัญคือความแตกต่างของความต้องการในแต่ละพื้นที่ เช่น เมืองใหญ่ที่มีความต้องการสูงและคนสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก อาจแตกต่างจากอำเภอเล็กๆ ที่ออเดอร์น้อยและการแข่งขันแพลตฟอร์มหลายเจ้าเพิ่มขึ้น โดยมีการนำโปรโมชันเพิ่มเงินค่ารอบเพื่อดึงดูดไรเดอร์ ซึ่งสิ่งที่แพลตฟอร์มกลัวที่สุดคือ “ลูกค้าสั่งอาหารแล้วไม่มีไรเดอร์รับงาน” เพราะจะทำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้ของคู่แข่งทันที ดังนั้นเป้าหมายหลักของ LINE MAN คือการรักษาระดับไรเดอร์ให้เพียงพอกับออเดอร์ในช่วงพีค และสร้างระบบจูงใจที่เหมาะสมเพื่อความต่อเนื่องของบริการ
“LINE MAN มองว่าการรักษาไรเดอร์เก่า (Retention) เป็นเรื่องสำคัญมาก แม้หลายคนจะมองว่างานของไรเดอร์อาจะดูเหมือนแค่ขับรถส่งอาหาร แต่จริงๆ แล้วต้องมีความเชี่ยวชาญ เช่น เห็นชื่อร้านแล้วรู้เลยว่าร้านอยู่ตรงไหน ต้องจอดรถตรงไหน ร้านนี้ควรมาช้าหรือเร็ว ซึ่งถ้าเป็นไรเดอร์ที่มีประสบการณ์สูง เขาจะทำงานได้มีประสิทธิภาพ” อิสริยะ กล่าว
 
เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับไรเดอร์ LINE MAN จึงจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ไรเดอร์และครอบครัวได้มีส่วนร่วม เช่น กิจกรรมวันพ่อ วันแม่ วันวาเลนไทน์ และกิจกรรมสันทนาการ เช่น ดูหนังหรือรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อสร้างความผูกพันที่แข็งแรงและบรรยากาศที่ดีในชุมชนไรเดอร์
 
สำหรับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ LINE MAN มอบให้ไรเดอร์ มีดังนี้
1. ประกันอุบัติเหตุฟรี
- ค่าชดเชยการรักษาพยาบาลสูงสุด 100,000 บาทต่อคน
- ค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงสุด 200,000 บาทต่อคน
เรื่องสวัสดิการ โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุ ถือเป็นประเด็นที่ไรเดอร์ถามถึงมากที่สุด อิสริยะ เล่าย้อนไปช่วงแรกว่าระบบประกันภัยสมัยก่อนที่ยังมีข้อจำกัด ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าไรเดอร์อยู่ในระหว่างทำงานหรือไม่ ทำให้ต้องใช้วิธีเหมาจ่ายรายเดือนและไม่สามารถครอบคลุมไรเดอร์ทุกคน แต่ปัจจุบันบริษัทประกันสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับแพลตฟอร์ม เพื่อยืนยันสถานะการทำงานของไรเดอร์ได้แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ไรเดอร์ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ได้รับประกันภัยทันทีหากเกิดอุบัติเหตุ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับไรเดอร์และลดช่องว่างในระบบประกันแบบเดิม
 
2. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ออกแบบโปรแกรมสุขภาพสำหรับไรเดอร์
 
3. พัฒนาทักษะอาชีพ เช่น ซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, เสริมทักษะภาษาอังกฤษกับ Globish, เสริมทักษะภาษาจีนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจีน
 
4. ความปลอดภัยบนท้องถนน เช่นการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย, โครงการหยุดให้คนข้ามทางม้าลาย โดย Rabbit Crossing, อบรมช่วยชีวิตเบื้องต้นโดย BDMS, อบรมขับขี่ปลอดภัยโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
5. กิจกรรมเพื่อสังคม เช่น โครงการปันอิ่มสุข, ไรเดอร์-พนักงานร่วมบริจาคเลือดในวันกาชาดสากล, มอบทุนการศึกษารวมกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ให้กับบุตรไรเดอร์และไรเดอร์ที่ส่งตัวเองเรียน
 
อิสริยะ เล่าว่า ทุนการศึกษาปีนี้พิเศษกว่าปีที่แล้วตรงที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับไรเดอร์ที่กำลังเรียน เพราะมีกลุ่มไรเดอร์  feedback มาว่า ‘พวกผมก็ส่งตัวเองเรียน อยากได้ทุนบ้าง’ คือไม่ใช่ลูกหลาน แต่เป็นตัวไรเดอร์เองที่เรียนมหาลัย เราเลยเพิ่มสำหรับไรเดอร์ที่ส่งตัวเองเรียนด้วย แจกมาแล้ว 2 ปี ปีละ 1 ล้านบาท
 
6. กิจกรรมกระชับมิตรชุมชนไรเดอร์ เช่น ทริปเชียงใหม่ on tour เพื่อเสริมความสัมพันธ์และสร้างความอบอุ่นในกลุ่ม
 
7. บริการผ่อนชำระสินค้า สามารถซื้อสินค้าเช่น สมาร์ทโฟน ทองคำ ผ่านระบบผ่อนชำระรายวันหักจากรายได้โดยตรง ซึ่งเป็นโมเดลไฟแนนซ์ภายในแพลตฟอร์มที่ลดความเสี่ยง เพราะใช้ข้อมูลรายได้จริงของไรเดอร์ นอกจากนี้ ยังมีสิทธิ์ซื้อแพ็กเกจเน็ตมือถือราคาพิเศษ คูปองเติมน้ำมัน และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ร่วมดีลกับพาร์ทเนอร์ โดยทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างแรงจูงใจให้ไรเดอร์อยู่นานกับแพลตฟอร์ม
 
8. สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ค่าเช่ายานยนต์ไฟฟ้าเริ่มต้น 790 บาทต่อวัน เช่าครบ 6 ปีสามารถเป็นเจ้าของรถได้ โดยรถทุกคันจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
 
อิสริยะ กล่าวว่า LINE MAN ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงจากไรเดอร์ที่ทำงานจริงเป็นหลัก ผ่านการสำรวจความคิดเห็นและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นตามความต้องการของไรเดอร์เอง ทีมงานที่ดูแลไรเดอร์จะลงพื้นที่ไปเจอไรเดอร์ตามจังหวัดต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้พวกเขาโหวตกิจกรรมหรือบริการที่อยากให้แพลตฟอร์มจัดให้ โดยมีการจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงวันสำคัญ เช่น วันพ่อ วันแม่ หรือวันเด็ก ซึ่งบางครั้งเกิดจากไอเดียที่มาจากทีมครีเอทีฟแบบทันทีที่เห็นความต้องการจริงของไรเดอร์ ทำให้กิจกรรมเหล่านี้ตรงใจและสร้างความผูกพันระหว่างแพลตฟอร์มกับไรเดอร์อย่างแท้จริง
 
สำหรับอนาคต LINE MAN มีความตั้งใจจะเพิ่มสวัสดิการให้กับไรเดอร์ตามความต้องการจริง โดยยังคงเปิดรับฟังเสียงและจัดทำโหวตเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริงและดำเนินการตามนั้น ทำให้แพลตฟอร์มสามารถตอบสนองความต้องการของไรเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด
[ เปิดอินไซต์ ไรเดอร์ ]
ไรเดอร์ของ LINE MAN ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มที่ขับประจำ และกลุ่มที่ขับเป็นช่วงเวลา ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 25-34 ปี มากกว่า 40% และส่วนใหญ่เป็นเพศชายประมาณ 80% 
 
ขณะที่ค่าคอมมิชชันของบริการเรียกรถ LINE MAN Ride ยังคงอยู่ที่ 10% 
 
รายได้จากงานฟู้ด เฉลี่ย 12-23 k ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2568
 
พื้นที่ที่มีออเดอร์สูงอยู่ในโซน CBD หรือย่านธุรกิจและแหล่งรวมร้านอาหารใหญ่ๆ เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ ปทุมวัน สุขุมวิทตั้งแต่สยามถึงทองหล่อ และเยาวราช
 
พฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้าจะแตกต่างกันในแต่ละเซ็กเมนต์ คือ
- อาหาร จะมีพีคในช่วงเที่ยงและเย็น
- เรียกรถ จะพีคในช่วงเช้าและเย็น
โดยทั้งสองบริการมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องพื้นที่ให้บริการ ซึ่งเน้นบริเวณ CBD เป็นหลัก
 
[ ระบบค่ารอบ ปรับตามเวลาและพื้นที่ ]
ระบบค่ารอบหรือรายได้ต่อเที่ยวของไรเดอร์ใน LINE MAN นั้นเป็นแบบไดนามิก ไม่ได้ถูกกำหนดตายตัว แต่จะปรับเปลี่ยนตามปัจจัยหลากหลาย เช่น พื้นที่ เวลา และสภาพการจราจร โดยค่ารอบในโซน CBD จะสูงกว่าโซนอื่นๆ เนื่องจากต้นทุนการเดินทางและความต้องการสูงกว่า เพื่อกระตุ้นให้ไรเดอร์ไปเสริมในจุดที่มีความต้องการสูง LINE MAN ยังเพิ่มระบบ Incentive หรือโบนัสจูงใจในบางพื้นที่หรือในวันที่มีโปรโมชันพิเศษ แม้จะไม่สามารถบังคับไรเดอร์ได้เต็มที่ เนื่องจากงานนี้เป็นลักษณะฟรีแลนซ์ที่ไรเดอร์มีอิสระเลือกงานเอง
 
อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้คือสภาพอากาศ โดยเฉพาะช่วงฝนตกซึ่งปริมาณออเดอร์จะสูงขึ้น แต่ไรเดอร์บางส่วนอาจลังเลไม่ออกไปทำงาน ทำให้แพลตฟอร์มต้องมีโบนัสจูงใจพิเศษในช่วงนั้น 
 
อิสริยะ ระบุว่า ค่ารอบและ Incentive เหล่านี้จะมีการปรับเปลี่ยนต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ เหตุการณ์พิเศษต่างๆ เช่น งานรับปริญญา หรือวันสำคัญต่างๆ ค่ารอบก็จะปรับเพิ่มขึ้นทันทีเพื่อกระตุ้นให้ไรเดอร์ออกมาทำงาน ถึงแม้ว่าการปรับค่ารอบในบางพื้นที่จะเกิดความไม่เท่ากัน เช่น ฝนตกในบางพื้นที่แต่ไม่ตกในอีกพื้นที่ จึงเกิดเสียงบ่นบ้าง แต่โดยรวมระบบนี้ช่วยรักษาสมดุลระหว่าง Supply กับ Demand ของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
การจัดอันดับหรือเทียร์ของไรเดอร์ก็มีบทบาทต่อโอกาสรับงานและรายได้ โดยเทียร์จะขึ้นอยู่กับจำนวนงานที่รับและเรตติ้งจากลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถให้ดาวสูงสุด 5 ดาว รวมถึงเขียนคำชมเชยได้ด้วย ไรเดอร์ที่ได้รับคำชมจะได้รับโบนัสเป็นเครดิตหรือเงินเล็กๆ น้อยๆ เพื่อกระตุ้นคุณภาพบริการ 
 
อิสริยะ เล่าว่า เรื่องเรตติ้งของไรเดอร์ ยกตัวอย่างเวลาเราสั่งข้าวก็จะมีให้กด 5 ดาว ทาง LINE MAN ก็จะดูจากเรตติ้งว่า 5 ดาว ทำงานดี มีคุณภาพ ลูกค้าไม่คอมเพลนมา หรือว่ามีลูกค้าเขียนชมมา เช่น บอกว่า ‘คนนี้น่ารักจังเลย’ อะไรแบบนี้ ซึ่งถ้าลูกค้าเขียนชมไรเดอร์เขาก็จะได้โบนัส แต่ต้องบอกว่าคนไม่ค่อยเขียนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็แค่กดดาว แต่ไม่ค่อยพิมพ์ เพราะถ้าลูกค้าชมว่าไรเดอร์บริการดีมาก เขาก็จะมีรางวัลให้ เช่น แจกเครดิต แจกเงิน หรือโบนัสเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้น
นอกจากฟู้ดเดลิเวอรี่ LINE MAN ยังขยายบริการไปยังการส่งพัสดุและ Messenger โดยไรเดอร์ 2 ล้อสามารถเลือกรับงานตามความถนัด ไม่ว่าจะเป็นงานส่งของจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านเฉพาะทาง หรือส่งเอกสารที่มีขั้นตอนซับซ้อน เช่น ขึ้นตึก รับเช็ค เซ็นเอกสาร ส่งไปรษณีย์ ซึ่งงานประเภทนี้มักได้ค่ารอบสูงกว่า 
 
LINE MAN ยังนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไรเดอร์ เช่น ระบบพยากรณ์เวลาทำอาหาร ทำให้ไรเดอร์สามารถไปรับอาหารได้พอดี ลดเวลารอ เพิ่มจำนวนงานต่อชั่วโมงจากเดิม 1 งาน เป็น 3 งาน ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันลูกค้าก็ได้รับอาหารรวดเร็วและมีประสบการณ์ที่ดีขึ้น
 
หลังผ่านช่วงโควิด ตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน จากเดิมที่มีผู้เล่นมากถึง 5-6 ราย ปัจจุบันเหลือเพียง 2-3 รายที่แข่งขันอย่างจริงจัง บางรายที่ทุ่มตลาดหนักแต่ไม่สามารถรักษากำไรได้จึงถอนตัวออกไป การแข่งขันจึงเน้นความยั่งยืนและการบริหารกำไรขาดทุนเป็นหลัก
 
ในมุมของแพลตฟอร์ม อิสริยะเล่าว่า ปัจจุบันร้านอาหารสามารถซื้อโฆษณาให้เด่นขึ้นได้ในแอปพลิเคชัน หรือฝั่งของผู้ใช้งานเองก็มีความซับซ้อนในเรื่องของโปรโมชั่นมากขึ้น จากเดิมที่ส่วนลด 50 หรือ 100 บาทเป็นแบบตรงไปตรงมา กลายเป็นรูปแบบต่างๆ เช่น ลดค่าส่ง หรือเก็บโค้ดก่อนใช้ อันนี้ก็ไม่ได้ต่างจากแพลตฟอร์มที่เป็น e-commerce อื่นๆ สะท้อนถึงความโตและความซับซ้อนของตลาดที่เริ่มเข้าสู่ช่วงmaturity
 
สำหรับตลาดเรียกรถ LINE MAN ยังคงเน้นกรุงเทพฯ เป็นหลัก แม้จะมีบริการในต่างจังหวัดและสนามบินบ้าง แต่ยังเป็นผู้เล่นรายใหม่ในตลาด 4 ล้อ โดยจำนวนคนขับยังน้อยกว่าคู่แข่ง จึงขยายตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมพัฒนาฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวไทย เช่น ระบบเลือกขึ้นทางด่วน เพื่อแก้ปัญหาการโต้เถียงเรื่องค่าทางด่วนระหว่างผู้โดยสารกับคนขับ รวมถึงรองรับการจ่ายเงินผ่าน QR Code ซึ่งเป็นพฤติกรรมการชำระเงินที่ได้รับความนิยมในไทย ฟีเจอร์เหล่านี้ยังไม่มีคู่แข่งจากต่างประเทศ
 
แพลตฟอร์มยังมีมาตรการเข้มงวดในการรักษาคุณภาพไรเดอร์ โดยจะปิดบัญชีคนขับที่ทำผิดกฎ เช่น ชกต่อยหรือโกงเงินผู้โดยสาร ส่วนไรเดอร์ที่ไม่ active หรือลาออกจากระบบก็จะถูกจัดการด้วยระบบ Auto Inactive เพื่อรักษาคุณภาพและประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มโดยรวม
 
 
สุดท้าย มาตอบคำถามที่ว่า ทำไมไรเดอร์ ถึงสำคัญกับ LINE MAN?
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับไรเดอร์ในฐานะ “พระเอก” ของแพลตฟอร์ม ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทางธุรกิจ ด้วยโมเดลฟรีแลนซ์ที่ไรเดอร์สามารถเข้ามา ออกไปได้ง่าย หากไม่มีมาตรการรักษาไว้ บริษัทอาจต้องแบกรับต้นทุนสูงจากการเทรนคนใหม่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ไรเดอร์ที่มีประสบการณ์ ยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการจัดส่ง และภาพลักษณ์ของแพลตฟอร์ม
 
สวัสดิการครบถ้วนและกิจกรรมสัมพันธ์ยังช่วยสร้าง Emotional Engagement ที่ลึกซึ้ง ทำให้ไรเดอร์รู้สึกว่าบริษัทใส่ใจในคุณภาพชีวิตมากกว่าแค่งานส่งอาหาร ซึ่งเป็นแนวทางสอดคล้องกับเทรนด์การตลาดในยุคที่ผู้บริโภคและผู้ร่วมงานต้องการความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากขึ้น
 
การร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว ทำให้ LINE MAN ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มส่งอาหารทั่วไป แต่เรียกว่าเป็นระบบนิเวศที่เชื่อมโยงไรเดอร์ ชุมชน และสังคมเข้าด้วยกัน
 
บทเรียนของ LINE MAN สะท้อนว่าในยุคแพลตฟอร์มเศรษฐกิจ การจัดการแรงงานอย่างละเอียดและยืดหยุ่นควบคู่กับสวัสดิการที่ครบครัน คือหัวใจของความสำเร็จในตลาดที่แข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงเร็วนี้
นอกจากนี้ ทาง BrandAge Online ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ภัทรศยา รักษาราษฎร์ ตัวแทนไรเดอร์ที่เข้าร่วมกิจกรรม “พาแม่เที่ยว 1 วัน ฟินทั่วกรุง” เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ เพื่อฟังมุมมองของคนทำงานจริงกับเรื่องราวจากชีวิตบนท้องถนนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา 
 
ภัทรศยา เล่าว่า LINE MAN จะมีสิทธิพิเศษไล่ตั้งแต่ระดับ BRONZE, SILVER, GOLD, MASTER และ LEGEND แน่นอนว่าของเธอคือระดับ LEGEND ย้อนกลับไปเธอเริ่มอาชีพจากงานราชการ แต่ไม่ค่อยเวิร์ก จึงหันมาวิ่งไรเดอร์เต็มตัวจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 4 ปี ใน 1 วันทำงานอย่างน้อย 10 ชั่วโมง หยุดสัปดาห์ละ 1 วัน รายได้มั่นคงพอที่จะผ่อนบ้านและผ่อนอุปกรณ์ต่างๆ จนหมด บริษัทมีโครงการผ่อนสินค้า เช่น โทรศัพท์ iPad หรือหูฟัง เพื่อให้ไรเดอร์เข้าถึงสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น รายได้สูงสุดที่เคยทำได้ในหนึ่งวันเกือบ 4,000 บาท ยิ่งช่วงสงกรานต์คือไม่หยุดเลยเพราะจะได้ค่า Incentive เพิ่ม ส่วนรายได้เฉลี่ยต่อวันทุกวันนี้เกิน 1,000 บาท
 
สำหรับการเป็นไรเดอร์ในกรุงเทพฯ ไรเดอร์มักรู้จักกันตามโซน เนื่องจากจำนวนคนเยอะจึงมีการแบ่งโซนชัดเจน ซึ่งแต่ละโซนจะมีชื่อเรียกต่างกัน เช่น
มังกรคราม – ประเวศ
มังกรมรกต – บางพลี
มังกรทองแดง – ตลิ่งชัน
มังกรเทา – บางกรวย
มังกรทอง - คลองเตย, วัฒนา
มังกรดำ - ปทุมวัน, ราชเทวี, สัมพันธวงศ์, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, บางรัก
มังกรส้ม - ลาดพร้าว, วังทองหลาง
มังกรเหลือง - บางกะปิ
มังกรเงิน - คลองสาน
มังกรแดง - ห้วยขวาง, พญาไท, ดินแดง
มังกรหยก - จตุจักร
มังกรฟ้า - พระนคร, ดุสิต
มังกรขาว - สาทร, ยานนาวา, บางคอแหลม
 
โดยภัทรศยาทำงานในโซนดินแดง–ห้วยขวาง หรือที่เรียกว่า “โซนมังกรแดง” การทำงานในโครงการมังกรต้องจองรอบทุก 7 วัน หากโซนเต็มก็ต้องเลือกวิ่งในโซนอื่น ระบบหลังบ้านจะใช้ข้อมูลแผนที่ความร้อนเพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่ไหนมีออเดอร์สูงและจัดสรรไรเดอร์ให้เหมาะสม
 
เธอเล่าต่อว่าการทำงานในโซนมังกรมีข้อดีคือวิ่งในพื้นที่คุ้นเคย ทำงานได้เร็ว ค่าสึกหรอของรถน้อยกว่าวิ่งทั่วกรุงเทพฯ แต่ก็มีไรเดอร์บางคนที่ชอบวิ่งหลากหลายประเภทงานและไม่จำเป็นต้องอยู่ในโครงการมังกรเสมอไป เพราะระบบทั่วไปก็ยังมีงานจัดให้ตลอด การแข่งขันในโซนมังกรแม้จะสูงเพราะอยู่ในพื้นที่ที่มีคนและออเดอร์หนาแน่น แต่ไรเดอร์ในโครงการมักเป็นคนที่มีวินัยและรักษาคุณภาพงานได้ดี จึงได้รับสิทธิพิเศษตอบแทนจากบริษัท
สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมกับทาง LINE MAN รายได้หายไปหนึ่งวันหรือไม่ ผู้ดูแลไรเดอร์บอกว่าจริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับประเภทของกิจกรรม หากเป็นกิจกรรมซ่อมบำรุงหรือกิจกรรมที่อยู่ในโครงการต่อเนื่อง บริษัทจะมีค่าชดเชยให้ รวมถึงการซัพพอร์ตค่าเดินทาง อาหารกลางวัน และอาหารว่างครบถ้วน เพราะเข้าใจว่าการมาร่วมงานย่อมมีค่าใช้จ่ายและอาจกระทบเวลาทำงานของไรเดอร์
 
ความแตกต่างระหว่างไรเดอร์ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เธอบอกว่าต่างจังหวัดต้องแยกเป็นรายพื้นที่ เพราะสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะตั้งเป้ารายได้ไม่สูงมาก ขณะที่ไรเดอร์กรุงเทพฯ จะมีการแข่งขันสูงกว่า เพราะมี Incentive พิเศษและมีเป้าหมายในการวิ่งรอบเพื่อทำรายได้เพิ่มขึ้นในบางหัวเมืองใหญ่ บริษัทก็พยายามจัดกิจกรรมและสร้างแรงจูงใจเพื่อกระจายรายได้ให้ไรเดอร์ในพื้นที่
 
เมื่อเจาะลึกลงไปถึงแต่ละภาค เธอสังเกตว่าคนภาคเหนือมักทำงานด้วยจังหวะช้าๆ และมีความผ่อนคลาย ภาคใต้ขึ้นชื่อเรื่องการพูดตรงๆ เวลามีความคิดเห็น ส่วนบางจังหวัด เช่น ฉะเชิงเทรา ลพบุรี และอยุธยา จะมีคอมมูนิตี้ไรเดอร์ที่เข้มแข็ง ไม่ต้องรอให้บริษัทจัดงานก็รวมตัวกันทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเอง ทั้งบริจาคและลงพื้นที่ช่วยงานอุทกภัย บางครั้งก็ประสานกับบริษัทเพื่อร่วมกันช่วยเหลือ
 
ทั้งหมดนี้ สำหรับภัทรศยาและไรเดอร์อีกนับไม่ถ้วน อาชีพนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขับรถส่งอาหารเพื่อแลกกับรายได้ แต่คือโอกาสในการสร้างอนาคต ปลดหนี้ ดูแลครอบครัว และยังคงได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือก ในฐานะผู้บริโภค เราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของความหมายนี้ได้ง่ายๆ แค่เพียงลงมารับอาหารตรงเวลา ไม่ปล่อยให้ไรเดอร์ต้องรอ...  

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

เปิดสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2025” บน LINE MAN มัตจะฟีเวอร์ คนไทยยังติดแซ่บ และหมูทอดครองบัลลังก์ข้าวแกงไทย

Next Chapter นครพนม เมืองสายมู + สโลว์ไลฟ์ ที่กำลังโตสู่ Wellness & Retirement Hub แห่งใหม่ของไทย

What’s Next เช็กเทรนด์ธุรกิจ ร้านอาหาร ปรับร้านอย่างไรให้เดินต่อได้ในยุคดิจิทัล

“นมตรามะลิ” ผนึกกำลัง อานตี้ แอนส์ และ LINE MAN ตอกย้ำความแรง! เปิดแคมเปญ “นมนุ่มมมม” ยกระดับเพรทเซลและเครื่องดื่มทั่วประเทศ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact