ในยุคที่แพลตฟอร์ม Food Delivery เติบโตอย่างรวดเร็ว การรักษาความสัมพันธ์กับ “ไรเดอร์” หรือผู้ส่งอาหารกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ หนึ่งในผู้เล่นหลักอย่าง LINE MAN ให้ความสำคัญกับการดูแลไรเดอร์อย่างจริงจัง ผ่านกลยุทธ์และกิจกรรมต่างๆ ที่สะท้อนความตั้งใจในการเป็นเพื่อนคู่คิดและเพื่อนร่วมทางของไรเดอร์ตลอดมา
อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ของ LINE MAN เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีไรเดอร์ในระบบกว่า 140,000 คน แบ่งเป็นไรเดอร์ 2 ล้อราว 100,000 คน และกลุ่มไดรเวอร์ 4 ล้อประมาณ 40,000 คน ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 300 อำเภอทั่วประเทศ ไรเดอร์กลุ่มนี้ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ แต่ทำงานในรูปแบบฟรีแลนซ์ที่รับงานตามออเดอร์ ซึ่งข้อดีของโมเดลนี้คือความยืดหยุ่นและการตอบสนองต่อปริมาณงานในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายในการสร้างความผูกพันและรักษาประสิทธิภาพของไรเดอร์
ความท้าทายสำคัญคือความแตกต่างของความต้องการในแต่ละพื้นที่ เช่น เมืองใหญ่ที่มีความต้องการสูงและคนสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก อาจแตกต่างจากอำเภอเล็กๆ ที่ออเดอร์น้อยและการแข่งขันแพลตฟอร์มหลายเจ้าเพิ่มขึ้น โดยมีการนำโปรโมชันเพิ่มเงินค่ารอบเพื่อดึงดูดไรเดอร์ ซึ่งสิ่งที่แพลตฟอร์มกลัวที่สุดคือ “ลูกค้าสั่งอาหารแล้วไม่มีไรเดอร์รับงาน” เพราะจะทำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้ของคู่แข่งทันที ดังนั้นเป้าหมายหลักของ LINE MAN คือการรักษาระดับไรเดอร์ให้เพียงพอกับออเดอร์ในช่วงพีค และสร้างระบบจูงใจที่เหมาะสมเพื่อความต่อเนื่องของบริการ

“LINE MAN มองว่าการรักษาไรเดอร์เก่า (Retention) เป็นเรื่องสำคัญมาก แม้หลายคนจะมองว่างานของไรเดอร์อาจะดูเหมือนแค่ขับรถส่งอาหาร แต่จริงๆ แล้วต้องมีความเชี่ยวชาญ เช่น เห็นชื่อร้านแล้วรู้เลยว่าร้านอยู่ตรงไหน ต้องจอดรถตรงไหน ร้านนี้ควรมาช้าหรือเร็ว ซึ่งถ้าเป็นไรเดอร์ที่มีประสบการณ์สูง เขาจะทำงานได้มีประสิทธิภาพ” อิสริยะ กล่าว
เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับไรเดอร์ LINE MAN จึงจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ไรเดอร์และครอบครัวได้มีส่วนร่วม เช่น กิจกรรมวันพ่อ วันแม่ วันวาเลนไทน์ และกิจกรรมสันทนาการ เช่น ดูหนังหรือรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อสร้างความผูกพันที่แข็งแรงและบรรยากาศที่ดีในชุมชนไรเดอร์
สำหรับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ LINE MAN มอบให้ไรเดอร์ มีดังนี้
1. ประกันอุบัติเหตุฟรี
- ค่าชดเชยการรักษาพยาบาลสูงสุด 100,000 บาทต่อคน
- ค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงสุด 200,000 บาทต่อคน
เรื่องสวัสดิการ โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุ ถือเป็นประเด็นที่ไรเดอร์ถามถึงมากที่สุด อิสริยะ เล่าย้อนไปช่วงแรกว่าระบบประกันภัยสมัยก่อนที่ยังมีข้อจำกัด ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าไรเดอร์อยู่ในระหว่างทำงานหรือไม่ ทำให้ต้องใช้วิธีเหมาจ่ายรายเดือนและไม่สามารถครอบคลุมไรเดอร์ทุกคน แต่ปัจจุบันบริษัทประกันสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับแพลตฟอร์ม เพื่อยืนยันสถานะการทำงานของไรเดอร์ได้แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ไรเดอร์ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ได้รับประกันภัยทันทีหากเกิดอุบัติเหตุ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับไรเดอร์และลดช่องว่างในระบบประกันแบบเดิม
2. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ออกแบบโปรแกรมสุขภาพสำหรับไรเดอร์
3. พัฒนาทักษะอาชีพ เช่น ซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, เสริมทักษะภาษาอังกฤษกับ Globish, เสริมทักษะภาษาจีนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจีน
4. ความปลอดภัยบนท้องถนน เช่นการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย, โครงการหยุดให้คนข้ามทางม้าลาย โดย Rabbit Crossing, อบรมช่วยชีวิตเบื้องต้นโดย BDMS, อบรมขับขี่ปลอดภัยโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
5. กิจกรรมเพื่อสังคม เช่น โครงการปันอิ่มสุข, ไรเดอร์-พนักงานร่วมบริจาคเลือดในวันกาชาดสากล, มอบทุนการศึกษารวมกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ให้กับบุตรไรเดอร์และไรเดอร์ที่ส่งตัวเองเรียน
อิสริยะ เล่าว่า ทุนการศึกษาปีนี้พิเศษกว่าปีที่แล้วตรงที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับไรเดอร์ที่กำลังเรียน เพราะมีกลุ่มไรเดอร์ feedback มาว่า ‘พวกผมก็ส่งตัวเองเรียน อยากได้ทุนบ้าง’ คือไม่ใช่ลูกหลาน แต่เป็นตัวไรเดอร์เองที่เรียนมหาลัย เราเลยเพิ่มสำหรับไรเดอร์ที่ส่งตัวเองเรียนด้วย แจกมาแล้ว 2 ปี ปีละ 1 ล้านบาท
6. กิจกรรมกระชับมิตรชุมชนไรเดอร์ เช่น ทริปเชียงใหม่ on tour เพื่อเสริมความสัมพันธ์และสร้างความอบอุ่นในกลุ่ม
7. บริการผ่อนชำระสินค้า สามารถซื้อสินค้าเช่น สมาร์ทโฟน ทองคำ ผ่านระบบผ่อนชำระรายวันหักจากรายได้โดยตรง ซึ่งเป็นโมเดลไฟแนนซ์ภายในแพลตฟอร์มที่ลดความเสี่ยง เพราะใช้ข้อมูลรายได้จริงของไรเดอร์ นอกจากนี้ ยังมีสิทธิ์ซื้อแพ็กเกจเน็ตมือถือราคาพิเศษ คูปองเติมน้ำมัน และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ร่วมดีลกับพาร์ทเนอร์ โดยทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างแรงจูงใจให้ไรเดอร์อยู่นานกับแพลตฟอร์ม
8. สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ค่าเช่ายานยนต์ไฟฟ้าเริ่มต้น 790 บาทต่อวัน เช่าครบ 6 ปีสามารถเป็นเจ้าของรถได้ โดยรถทุกคันจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
อิสริยะ กล่าวว่า LINE MAN ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงจากไรเดอร์ที่ทำงานจริงเป็นหลัก ผ่านการสำรวจความคิดเห็นและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นตามความต้องการของไรเดอร์เอง ทีมงานที่ดูแลไรเดอร์จะลงพื้นที่ไปเจอไรเดอร์ตามจังหวัดต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้พวกเขาโหวตกิจกรรมหรือบริการที่อยากให้แพลตฟอร์มจัดให้ โดยมีการจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงวันสำคัญ เช่น วันพ่อ วันแม่ หรือวันเด็ก ซึ่งบางครั้งเกิดจากไอเดียที่มาจากทีมครีเอทีฟแบบทันทีที่เห็นความต้องการจริงของไรเดอร์ ทำให้กิจกรรมเหล่านี้ตรงใจและสร้างความผูกพันระหว่างแพลตฟอร์มกับไรเดอร์อย่างแท้จริง
สำหรับอนาคต LINE MAN มีความตั้งใจจะเพิ่มสวัสดิการให้กับไรเดอร์ตามความต้องการจริง โดยยังคงเปิดรับฟังเสียงและจัดทำโหวตเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริงและดำเนินการตามนั้น ทำให้แพลตฟอร์มสามารถตอบสนองความต้องการของไรเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด

[ เปิดอินไซต์ ไรเดอร์ ]
ไรเดอร์ของ LINE MAN ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มที่ขับประจำ และกลุ่มที่ขับเป็นช่วงเวลา ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 25-34 ปี มากกว่า 40% และส่วนใหญ่เป็นเพศชายประมาณ 80%
ขณะที่ค่าคอมมิชชันของบริการเรียกรถ LINE MAN Ride ยังคงอยู่ที่ 10%
รายได้จากงานฟู้ด เฉลี่ย 12-23 k ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2568
พื้นที่ที่มีออเดอร์สูงอยู่ในโซน CBD หรือย่านธุรกิจและแหล่งรวมร้านอาหารใหญ่ๆ เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ ปทุมวัน สุขุมวิทตั้งแต่สยามถึงทองหล่อ และเยาวราช
พฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้าจะแตกต่างกันในแต่ละเซ็กเมนต์ คือ
- อาหาร จะมีพีคในช่วงเที่ยงและเย็น
- เรียกรถ จะพีคในช่วงเช้าและเย็น
โดยทั้งสองบริการมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องพื้นที่ให้บริการ ซึ่งเน้นบริเวณ CBD เป็นหลัก
[ ระบบค่ารอบ ปรับตามเวลาและพื้นที่ ]
ระบบค่ารอบหรือรายได้ต่อเที่ยวของไรเดอร์ใน LINE MAN นั้นเป็นแบบไดนามิก ไม่ได้ถูกกำหนดตายตัว แต่จะปรับเปลี่ยนตามปัจจัยหลากหลาย เช่น พื้นที่ เวลา และสภาพการจราจร โดยค่ารอบในโซน CBD จะสูงกว่าโซนอื่นๆ เนื่องจากต้นทุนการเดินทางและความต้องการสูงกว่า เพื่อกระตุ้นให้ไรเดอร์ไปเสริมในจุดที่มีความต้องการสูง LINE MAN ยังเพิ่มระบบ Incentive หรือโบนัสจูงใจในบางพื้นที่หรือในวันที่มีโปรโมชันพิเศษ แม้จะไม่สามารถบังคับไรเดอร์ได้เต็มที่ เนื่องจากงานนี้เป็นลักษณะฟรีแลนซ์ที่ไรเดอร์มีอิสระเลือกงานเอง
อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้คือสภาพอากาศ โดยเฉพาะช่วงฝนตกซึ่งปริมาณออเดอร์จะสูงขึ้น แต่ไรเดอร์บางส่วนอาจลังเลไม่ออกไปทำงาน ทำให้แพลตฟอร์มต้องมีโบนัสจูงใจพิเศษในช่วงนั้น
อิสริยะ ระบุว่า ค่ารอบและ Incentive เหล่านี้จะมีการปรับเปลี่ยนต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ เหตุการณ์พิเศษต่างๆ เช่น งานรับปริญญา หรือวันสำคัญต่างๆ ค่ารอบก็จะปรับเพิ่มขึ้นทันทีเพื่อกระตุ้นให้ไรเดอร์ออกมาทำงาน ถึงแม้ว่าการปรับค่ารอบในบางพื้นที่จะเกิดความไม่เท่ากัน เช่น ฝนตกในบางพื้นที่แต่ไม่ตกในอีกพื้นที่ จึงเกิดเสียงบ่นบ้าง แต่โดยรวมระบบนี้ช่วยรักษาสมดุลระหว่าง Supply กับ Demand ของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดอันดับหรือเทียร์ของไรเดอร์ก็มีบทบาทต่อโอกาสรับงานและรายได้ โดยเทียร์จะขึ้นอยู่กับจำนวนงานที่รับและเรตติ้งจากลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถให้ดาวสูงสุด 5 ดาว รวมถึงเขียนคำชมเชยได้ด้วย ไรเดอร์ที่ได้รับคำชมจะได้รับโบนัสเป็นเครดิตหรือเงินเล็กๆ น้อยๆ เพื่อกระตุ้นคุณภาพบริการ
อิสริยะ เล่าว่า เรื่องเรตติ้งของไรเดอร์ ยกตัวอย่างเวลาเราสั่งข้าวก็จะมีให้กด 5 ดาว ทาง LINE MAN ก็จะดูจากเรตติ้งว่า 5 ดาว ทำงานดี มีคุณภาพ ลูกค้าไม่คอมเพลนมา หรือว่ามีลูกค้าเขียนชมมา เช่น บอกว่า ‘คนนี้น่ารักจังเลย’ อะไรแบบนี้ ซึ่งถ้าลูกค้าเขียนชมไรเดอร์เขาก็จะได้โบนัส แต่ต้องบอกว่าคนไม่ค่อยเขียนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็แค่กดดาว แต่ไม่ค่อยพิมพ์ เพราะถ้าลูกค้าชมว่าไรเดอร์บริการดีมาก เขาก็จะมีรางวัลให้ เช่น แจกเครดิต แจกเงิน หรือโบนัสเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้น

นอกจากฟู้ดเดลิเวอรี่ LINE MAN ยังขยายบริการไปยังการส่งพัสดุและ Messenger โดยไรเดอร์ 2 ล้อสามารถเลือกรับงานตามความถนัด ไม่ว่าจะเป็นงานส่งของจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านเฉพาะทาง หรือส่งเอกสารที่มีขั้นตอนซับซ้อน เช่น ขึ้นตึก รับเช็ค เซ็นเอกสาร ส่งไปรษณีย์ ซึ่งงานประเภทนี้มักได้ค่ารอบสูงกว่า
LINE MAN ยังนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไรเดอร์ เช่น ระบบพยากรณ์เวลาทำอาหาร ทำให้ไรเดอร์สามารถไปรับอาหารได้พอดี ลดเวลารอ เพิ่มจำนวนงานต่อชั่วโมงจากเดิม 1 งาน เป็น 3 งาน ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันลูกค้าก็ได้รับอาหารรวดเร็วและมีประสบการณ์ที่ดีขึ้น
หลังผ่านช่วงโควิด ตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน จากเดิมที่มีผู้เล่นมากถึง 5-6 ราย ปัจจุบันเหลือเพียง 2-3 รายที่แข่งขันอย่างจริงจัง บางรายที่ทุ่มตลาดหนักแต่ไม่สามารถรักษากำไรได้จึงถอนตัวออกไป การแข่งขันจึงเน้นความยั่งยืนและการบริหารกำไรขาดทุนเป็นหลัก
ในมุมของแพลตฟอร์ม อิสริยะเล่าว่า ปัจจุบันร้านอาหารสามารถซื้อโฆษณาให้เด่นขึ้นได้ในแอปพลิเคชัน หรือฝั่งของผู้ใช้งานเองก็มีความซับซ้อนในเรื่องของโปรโมชั่นมากขึ้น จากเดิมที่ส่วนลด 50 หรือ 100 บาทเป็นแบบตรงไปตรงมา กลายเป็นรูปแบบต่างๆ เช่น ลดค่าส่ง หรือเก็บโค้ดก่อนใช้ อันนี้ก็ไม่ได้ต่างจากแพลตฟอร์มที่เป็น e-commerce อื่นๆ สะท้อนถึงความโตและความซับซ้อนของตลาดที่เริ่มเข้าสู่ช่วงmaturity
สำหรับตลาดเรียกรถ LINE MAN ยังคงเน้นกรุงเทพฯ เป็นหลัก แม้จะมีบริการในต่างจังหวัดและสนามบินบ้าง แต่ยังเป็นผู้เล่นรายใหม่ในตลาด 4 ล้อ โดยจำนวนคนขับยังน้อยกว่าคู่แข่ง จึงขยายตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมพัฒนาฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวไทย เช่น ระบบเลือกขึ้นทางด่วน เพื่อแก้ปัญหาการโต้เถียงเรื่องค่าทางด่วนระหว่างผู้โดยสารกับคนขับ รวมถึงรองรับการจ่ายเงินผ่าน QR Code ซึ่งเป็นพฤติกรรมการชำระเงินที่ได้รับความนิยมในไทย ฟีเจอร์เหล่านี้ยังไม่มีคู่แข่งจากต่างประเทศ
แพลตฟอร์มยังมีมาตรการเข้มงวดในการรักษาคุณภาพไรเดอร์ โดยจะปิดบัญชีคนขับที่ทำผิดกฎ เช่น ชกต่อยหรือโกงเงินผู้โดยสาร ส่วนไรเดอร์ที่ไม่ active หรือลาออกจากระบบก็จะถูกจัดการด้วยระบบ Auto Inactive เพื่อรักษาคุณภาพและประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มโดยรวม
สุดท้าย มาตอบคำถามที่ว่า ทำไมไรเดอร์ ถึงสำคัญกับ LINE MAN?
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับไรเดอร์ในฐานะ “พระเอก” ของแพลตฟอร์ม ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทางธุรกิจ ด้วยโมเดลฟรีแลนซ์ที่ไรเดอร์สามารถเข้ามา ออกไปได้ง่าย หากไม่มีมาตรการรักษาไว้ บริษัทอาจต้องแบกรับต้นทุนสูงจากการเทรนคนใหม่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ไรเดอร์ที่มีประสบการณ์ ยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการจัดส่ง และภาพลักษณ์ของแพลตฟอร์ม
สวัสดิการครบถ้วนและกิจกรรมสัมพันธ์ยังช่วยสร้าง Emotional Engagement ที่ลึกซึ้ง ทำให้ไรเดอร์รู้สึกว่าบริษัทใส่ใจในคุณภาพชีวิตมากกว่าแค่งานส่งอาหาร ซึ่งเป็นแนวทางสอดคล้องกับเทรนด์การตลาดในยุคที่ผู้บริโภคและผู้ร่วมงานต้องการความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากขึ้น
การร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว ทำให้ LINE MAN ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มส่งอาหารทั่วไป แต่เรียกว่าเป็นระบบนิเวศที่เชื่อมโยงไรเดอร์ ชุมชน และสังคมเข้าด้วยกัน
บทเรียนของ LINE MAN สะท้อนว่าในยุคแพลตฟอร์มเศรษฐกิจ การจัดการแรงงานอย่างละเอียดและยืดหยุ่นควบคู่กับสวัสดิการที่ครบครัน คือหัวใจของความสำเร็จในตลาดที่แข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงเร็วนี้

นอกจากนี้ ทาง BrandAge Online ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ภัทรศยา รักษาราษฎร์ ตัวแทนไรเดอร์ที่เข้าร่วมกิจกรรม “พาแม่เที่ยว 1 วัน ฟินทั่วกรุง” เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ เพื่อฟังมุมมองของคนทำงานจริงกับเรื่องราวจากชีวิตบนท้องถนนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
ภัทรศยา เล่าว่า LINE MAN จะมีสิทธิพิเศษไล่ตั้งแต่ระดับ BRONZE, SILVER, GOLD, MASTER และ LEGEND แน่นอนว่าของเธอคือระดับ LEGEND ย้อนกลับไปเธอเริ่มอาชีพจากงานราชการ แต่ไม่ค่อยเวิร์ก จึงหันมาวิ่งไรเดอร์เต็มตัวจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 4 ปี ใน 1 วันทำงานอย่างน้อย 10 ชั่วโมง หยุดสัปดาห์ละ 1 วัน รายได้มั่นคงพอที่จะผ่อนบ้านและผ่อนอุปกรณ์ต่างๆ จนหมด บริษัทมีโครงการผ่อนสินค้า เช่น โทรศัพท์ iPad หรือหูฟัง เพื่อให้ไรเดอร์เข้าถึงสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น รายได้สูงสุดที่เคยทำได้ในหนึ่งวันเกือบ 4,000 บาท ยิ่งช่วงสงกรานต์คือไม่หยุดเลยเพราะจะได้ค่า Incentive เพิ่ม ส่วนรายได้เฉลี่ยต่อวันทุกวันนี้เกิน 1,000 บาท
สำหรับการเป็นไรเดอร์ในกรุงเทพฯ ไรเดอร์มักรู้จักกันตามโซน เนื่องจากจำนวนคนเยอะจึงมีการแบ่งโซนชัดเจน ซึ่งแต่ละโซนจะมีชื่อเรียกต่างกัน เช่น
มังกรคราม – ประเวศ
มังกรมรกต – บางพลี
มังกรทองแดง – ตลิ่งชัน
มังกรเทา – บางกรวย
มังกรทอง - คลองเตย, วัฒนา
มังกรดำ - ปทุมวัน, ราชเทวี, สัมพันธวงศ์, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, บางรัก
มังกรส้ม - ลาดพร้าว, วังทองหลาง
มังกรเหลือง - บางกะปิ
มังกรเงิน - คลองสาน
มังกรแดง - ห้วยขวาง, พญาไท, ดินแดง
มังกรหยก - จตุจักร
มังกรฟ้า - พระนคร, ดุสิต
มังกรขาว - สาทร, ยานนาวา, บางคอแหลม
โดยภัทรศยาทำงานในโซนดินแดง–ห้วยขวาง หรือที่เรียกว่า “โซนมังกรแดง” การทำงานในโครงการมังกรต้องจองรอบทุก 7 วัน หากโซนเต็มก็ต้องเลือกวิ่งในโซนอื่น ระบบหลังบ้านจะใช้ข้อมูลแผนที่ความร้อนเพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่ไหนมีออเดอร์สูงและจัดสรรไรเดอร์ให้เหมาะสม
เธอเล่าต่อว่าการทำงานในโซนมังกรมีข้อดีคือวิ่งในพื้นที่คุ้นเคย ทำงานได้เร็ว ค่าสึกหรอของรถน้อยกว่าวิ่งทั่วกรุงเทพฯ แต่ก็มีไรเดอร์บางคนที่ชอบวิ่งหลากหลายประเภทงานและไม่จำเป็นต้องอยู่ในโครงการมังกรเสมอไป เพราะระบบทั่วไปก็ยังมีงานจัดให้ตลอด การแข่งขันในโซนมังกรแม้จะสูงเพราะอยู่ในพื้นที่ที่มีคนและออเดอร์หนาแน่น แต่ไรเดอร์ในโครงการมักเป็นคนที่มีวินัยและรักษาคุณภาพงานได้ดี จึงได้รับสิทธิพิเศษตอบแทนจากบริษัท

สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมกับทาง LINE MAN รายได้หายไปหนึ่งวันหรือไม่ ผู้ดูแลไรเดอร์บอกว่าจริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับประเภทของกิจกรรม หากเป็นกิจกรรมซ่อมบำรุงหรือกิจกรรมที่อยู่ในโครงการต่อเนื่อง บริษัทจะมีค่าชดเชยให้ รวมถึงการซัพพอร์ตค่าเดินทาง อาหารกลางวัน และอาหารว่างครบถ้วน เพราะเข้าใจว่าการมาร่วมงานย่อมมีค่าใช้จ่ายและอาจกระทบเวลาทำงานของไรเดอร์
ความแตกต่างระหว่างไรเดอร์ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เธอบอกว่าต่างจังหวัดต้องแยกเป็นรายพื้นที่ เพราะสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะตั้งเป้ารายได้ไม่สูงมาก ขณะที่ไรเดอร์กรุงเทพฯ จะมีการแข่งขันสูงกว่า เพราะมี Incentive พิเศษและมีเป้าหมายในการวิ่งรอบเพื่อทำรายได้เพิ่มขึ้นในบางหัวเมืองใหญ่ บริษัทก็พยายามจัดกิจกรรมและสร้างแรงจูงใจเพื่อกระจายรายได้ให้ไรเดอร์ในพื้นที่
เมื่อเจาะลึกลงไปถึงแต่ละภาค เธอสังเกตว่าคนภาคเหนือมักทำงานด้วยจังหวะช้าๆ และมีความผ่อนคลาย ภาคใต้ขึ้นชื่อเรื่องการพูดตรงๆ เวลามีความคิดเห็น ส่วนบางจังหวัด เช่น ฉะเชิงเทรา ลพบุรี และอยุธยา จะมีคอมมูนิตี้ไรเดอร์ที่เข้มแข็ง ไม่ต้องรอให้บริษัทจัดงานก็รวมตัวกันทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเอง ทั้งบริจาคและลงพื้นที่ช่วยงานอุทกภัย บางครั้งก็ประสานกับบริษัทเพื่อร่วมกันช่วยเหลือ
ทั้งหมดนี้ สำหรับภัทรศยาและไรเดอร์อีกนับไม่ถ้วน อาชีพนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขับรถส่งอาหารเพื่อแลกกับรายได้ แต่คือโอกาสในการสร้างอนาคต ปลดหนี้ ดูแลครอบครัว และยังคงได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือก ในฐานะผู้บริโภค เราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของความหมายนี้ได้ง่ายๆ แค่เพียงลงมารับอาหารตรงเวลา ไม่ปล่อยให้ไรเดอร์ต้องรอ...