หนึ่งใน “ไบเบิ้ล” ค้าปลีก ของกลุ่มเทสโก้ ยักษ์ค้าปลีกจากประเทศอังกฤษ ที่ถูกสะท้อนออกมาในรูปของการทำตลาดในทุกประเทศก็คือ ถ้าหากต้องการเข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากที่สุด จะต้องมีสาขาของตัวเองอยู่ในทุกๆที่ ทำให้เทสโก้ เดินหน้าขยายสาขาเข้าไปในทุกแห่งที่มีกำลังซื้อรออยู่ ในบ้านเราคงคุ้นชินกับบทบัญญัตินี้มาแล้วจากการขยายเอาท์เลตในทุกเซ็กเม้นต์ค้าปลีกที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับค้าปลีกในเซ็กเม้นต์ซูเปอร์ คอนวีเนียนสโตร์ที่ปัจจุบันมีร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรสทั้งสิ้น 1,950 สาขา
เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส จะเข้ามาด้วยการขายความต่างจากคอนวีเนียนสโตร์ทั่วไปอย่างชัดเจน เริ่มจากการเป็นร้านที่มีคอนเซ็ปต์ “ท็อป อัพ คอนวีเนียนสโตร์” หรือร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่เป็นการผสมผสานคอนเซ็ปต์ระหว่างคอนวีเนียนสโตร์กับซูเปอร์มาร์เก็ตเข้าด้วยกัน มีพื้นที่ขายประมาณ 300 – 500 ตารางเมตร มีขนาดใหญ่กว่าร้านคอนวีเนียนสโตร์ทั่วไปที่มีขนาดประมาณ 300 ตารางเมตร
ในแง่ของสินค้าที่นำเสนอก็มีความแตกต่างเช่นกัน นอกจากสินค้าอุปโภคแล้ว เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ยังเน้นที่การทำตลาดอาหารสด อาหารแช่แข็ง ยา เบเกอรี่ และสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ ของเทสโก้ โลตัส โดยมีจำนวนสินค้าประมาณ 2,000 – 3,000 เอสเคยู
เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ถือเป็นร้านค้าปลีกในเซ็กเม้นต์ “ซูเปอร์ คอนวีเนียน” ที่ เป็นร้านค้าที่ผสมผสานระหว่างคอนวีเนี่ยนสโตร์ที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งมีทั้งของกิน อาหารสด ของใช้ ฯลฯ โดยการเกิดขึ้นของร้านค้าปลีกแนวนี้ มาจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป จากที่ซื้อของครั้งละจำนวนมากๆ มาสู่การซื้อของน้อยชิ้นลง และ เลือกที่จะซื้อจากร้านค้าใกล้บ้าน ซึ่งแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ สอดคล้องกับผลสำรวจของนีลเส็น ว่า การจับจ่ายคนไทยจะซื้อสินค้าต่อครั้งน้อยชิ้น ซื้อบ่อยครั้ง ต้องการร้านจำหน่ายสินค้าครบครัน ไม่อยากเสียเวลาหาที่จอดรถในไฮเปอร์มาร์เก็ต
การเข้าตลาดซูเปอร์คอนวีเนียนของเทสโก้ เป็นแรงบีบให้ผู้เล่นรายเดิมๆในตลาดต้องมีการปรับตัว และหันไปโฟกัสในตำแหน่งที่ไม่ชนกับเทสโก้โดยตรงโดยเฉพาะในเรื่องราคาซึ่งเป็นจุดแข็งของเทสโก้ แต่สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็คือการแข่งกันช่วงชิงพื้นที่ในการเปิดสาขา
ทำให้ในปัจจุบันมีสาขารวม 1,950 สาขา และจะเปิดเพิ่มอีก 53 สาขาในปีนี้ ทำให้ตัวเลขสาขาโดยรวมของเอ็กซ์เพรสจะทะลุ 2,000 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ถือเป็นเชนร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่มีสาขาเป็นอันดับ 2 รองจากเซเว่น อีเลฟเว่น โดยโลตัส เอ็กซ์เพรส เติมเต็มความเป็นเครือข่ายของตัวเองด้วยการกระโจนสู่ธุรกิจรับชำระค่าบริการซึ่งมีเคาน์เตอร์เซอร์วิสเป็นเจ้าตลาดอยู่
เทสโก้ เข้าตลาดด้วยการนำกลยุทธ์ราคามาใช้เพื่อกระตุ้นทั้งตัวผู้บริโภคและเจ้าของสินค้าและบริการ โดยลดราคาลงเหลือต่อบิลละ 5 บาท ในแต่ละช่วงเวลา พร้อมทำโปรโมชั่นออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงคนให้เข้ามาใช้บริการ ทำให้เทสโก้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในการเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าว และน่าจะเป็นก้าวสำคัญในการใช้เครือข่ายค้าปลีกของตัวเองต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับค้าปลีกในอนาคตอันใกล้นี้