BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,286
VIEWS

Market Segmentation ต่างจาก Customer Segmentation อย่างไร ใช้แบบไหนถึงได้ผลมากที่สุด

ส.ค. 21, 2568 R.Somboon
ตามตำราของการตลาด 101 แล้ว STP หรือ  Segmentation, Targeting, Positioning เปรียบเสมือน “เข็มทิศ” ที่จะทำให้เราสามารถนำมากำหนดทิศทางกลยุทธ์การทำตลาด ตลอดจนการวางตำแหน่งของแบรนด์หรือสินค้าของเราให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
 
โดยชุดเครื่องมือทางการตลาดที่เรียกว่า STP นี้ เข้ามาช่วยในการแบ่งส่วนการตลาด คัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย และกำหนดตำแหน่งของสินค้าหรือบริการ ทั้งหมดนี้จะเข้ามามีส่วนช่วยแบรนด์ให้สามารถวางกลยุทธ์และกำหนดทิศทางของแบรนด์โดยรวมได้เป็นอย่างดี
 
หากว่ากันเฉพาะในเรื่องของ Segmentation หรือการแบ่งส่วนการตลาดที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดีนี้จะถูกพูดถึงกันอย่างมาก เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาช่วยทำให้แบรนด์ของเรา สามารถวัดผลลัพธ์ได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับการเข้ามาเป็นตัวช่วยในการวิเคราะห์พฤติกรรมที่จะช่วยทำให้สามารถใช้ชุดกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้
 
โดยปกติแล้ว เรื่องของ Segmentation จะแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ไล่ตั้งแต่ แบบแรก Market Segmentation หรือ การแบ่งส่วนตลาด ออกเป็นกลุ่มเล็กๆ ตามกลุ่มผู้ซื้อหรือลูกค้า โดยแต่ละกลุ่มจะแบ่งออกตามความต้องการ ลักษณะเฉพาะ ที่อยู่ หรือแนวคิด เพื่อวางแผนทางการตลาดของธุรกิจเหล่านั้น ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
 
Market Segmentation นี้จะแบ่งส่วนตลาด โดยดูในเรื่องของ ปัจจัยทางประชากร หรือ Demographic Segmentation คือการทำ Market Segmentation ที่ง่าย และเป็นที่นิยมที่สุด อาทิ การแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็นกลุ่มผู้หญิงที่เป็นนักศึกษา และกลุ่มผู้หญิงเริ่มต้นทำงานของสินค้าประเภทสกินแคร์ เป็นต้น
ขณะที่การแบ่งส่วนตลาดอีกแบบก็คือการแบ่งตามพื้นที่ หรือ Geographic เป็นการแบ่งส่วนตลาดตามปัจจัยทางประชากรก็ว่าได้ แต่การแบ่งส่วนตลาดตามพื้นที่จะมุ่งเน้นไปที่ที่อยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้านั้นๆ โดยมีแนวคิดที่ว่ากลุ่มลูกค้าที่อาศัยในบริเวณพื้นที่เดียวกันจะมีความต้องการที่คล้ายคลึงกัน กลยุทธ์การแบ่งส่วนตลาดแบบนี้มีประโยชน์มากสำหรับสินค้าที่ต้องการขยายการใช้สินค้าให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด อาทิ การมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นพื้นที่ที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดของประเทศ
 
นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งส่วนตลาดตามพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งเป็นการแบ่งส่วนตลาดที่ที่ต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกทางการตลาด รูปแบบการตัดสินใจและการซื้อของผู้บริโภค ในการนำมาเป็นตัวตั้งต้นสำหรับแบ่งกลุ่มผู้บริโภคตามความสนใจในการตลาดและผลิตภัณฑ์ก่อนหน้า
 
แน่นอนว่า เรื่องของดาต้าของผู้บริโภคจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะจะช่วยทำให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อ และความสนใจของกลุ่มผู้บริโภคเหล่านั้นในอนาคต ที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การแบ่งส่วนแบบนี้ ทำให้สินค้าหรือบริการสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาของผู้บริโภคได้


ขณะที่แบบที่ 2 คือการแบ่งส่วนที่เรียกว่า Customer Segmentation จะเป็นการแบ่งกลุ่มตามลูกค้า ที่ในปัจจุบัน จะเป็นการมองเชิงจิตวิทยาของลูกค้ามากขึ้น โดยจะแบ่งกลุ่มลูกค้าตามความต้องการ หรือ Needs-based เป็นรูปแบบการแบ่ง Customer Segmentation ตามความต้องการในใช้งานผลิตภัณฑ์ อาทิ ลูกค้าใช้งานผลิตภัณฑ์บ่อยแค่ไหน นำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อะไร หรือลูกค้ามี Pain Point อะไรที่ต้องการให้เราเข้าไปช่วยแก้ไขให้ ซึ่งการแบ่งส่วนตลาดในรูปแบบนี้จะช่วยทำสามารถการตลาดเพื่อตอบโจทย์จุดประสงค์เหล่านั้นได้
 
การแบ่งส่วนแบบนี้ เราอาจจะดูในเรื่องของพฤติกรรมการช้อปปิ้ง พฤติกรรมการใช้สินค้าว่ามีปริมาณมาก / ใช้ปริมาณน้อยอย่างไร รวมถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าทั้งในเรื่องของความถี่ ตลอดจนความอ่อนไหวต่อราคา และเรื่องของBuyers Journey ควบคู่กันไปด้วย เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ และเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายจากการแบ่งส่วนในรูปแบบนี้


นอกจากนี้ Customer Segmentation ยังมีอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือการแบ่งกลุ่มลูกค้าตามมูลค่า หรือ Value-based เป็นรูปแบบการแบ่ง Customer Segmentation ตามมูลค่าที่ลูกค้าให้ธุรกิจ โดยแบ่งว่าทำเงินจากกลุ่มลูกค้าไหนได้มากกว่ากัน กลุ่มลูกค้าไหนทำเงินได้น้อยก็จะเน้นการตลาดไปที่พวกเขา เพื่อให้ทำเงินได้มากขึ้น เป็นต้น โดยการทำ Customer Segmentation มีเป้าหมายหลักคือการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ในงบประมาณที่น้อยลงมาจากการตลาดแบบเดิม เนื่องจากเป็นการทำตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการโดยตรง
 
โดยสรุปแล้ว Market Segmentation จะเป็นชุดเครื่องมือที่ใช้ในการดูตลาดเป้าหมายโดยรวม เป็นการแบ่งกลุ่มแบบกว้างๆ ที่ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก เน้นใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ผ่านการรับรู้ถึงแบรนด์ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าใหม่ที่อยากเข้าถึงและฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่
 
ขณะที่ Customer Segmentation จะเป็นการทำที่เจาะจงมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจกลุ่มลูกค้าเดิมได้ดีขึ้น เพราะเป็นการแบ่งกลุ่มลูกค้าตามข้อมูลที่มีอยู่ใช้เพื่อปรับปรุงการทำการตลาดให้ตรงกับกลุ่มผู้ซื้อแบบเฉพาะกลุ่มนั่นเอง ซึ่งไม่ว่าจะเป็น Market Segmentation หรือ Customer Segmentation ต่างก็ทำให้เราเข้าใจในเบื้องต้นว่า จะนำมาวางแผนในการทำตลาดอย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จ.....


แค่ Segmentation ไม่พอ จะเข้าใจความซับซ้อน ต้องมองลูกค้าแบบ Fragmentation

Market Segmentation ต่างจาก Customer Segmentation อย่างไร ใช้แบบไหนถึงได้ผลมากที่สุด

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact