ถ้าพูดถึงเมนูที่คนไทยมักนึกถึงเวลานัดเพื่อน นัดเดท หรืออยากหาของอร่อยในวันหยุด หนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ต้องมีชื่อของ “
ปลาแซลมอน” อยู่เสมอ จากวัฒนธรรมการกินญี่ปุ่นที่เข้ามาในบ้านเรา จนถึงการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่ผสมผสานกับอาหารไทย ทุกวันนี้แซลมอนจึงกลายเป็น
“อาหารแห่งวันหยุด” ไปแล้วอย่างแท้จริง
สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ก็คือ ไม่ว่าคุณจะกินแซลมอนที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านส้มตำ หรือซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตปลาแซลมอนเหล่านี้ล้วนเดินทางมาจากแหล่งเดียวกัน คือ นอร์เวย์ ประเทศแห่งทะเลน้ำแข็งและฟยอร์ดอันกว้างใหญ่ ที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร นั้นหมายถึงไม่ว่าจะนัดเพื่อนไปกินบุฟเฟต์ญี่ปุ่น ไปเดทกับคนรัก หรือแม้แต่แวะร้านส้มตำหน้าปากซอย ก็อาจได้เจอเมนู ส้มตำแซลมอน ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างไม่คาดคิด
ผลสำรวจจาก
สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (Norwegian Seafood Council – NSC) เผยว่า คนไทยนิยมกินแซลมอนมากที่สุดในช่วง เสาร์–อาทิตย์ โดยเฉพาะมื้อเย็น ซึ่งมักจะถูกเชื่อมโยงกับการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวหรือคนรัก มันจึงไม่ใช่แค่เมนูอาหาร แต่เป็น “กิจกรรมทางสังคม” ที่ช่วยสร้างความทรงจำและบรรยากาศแห่งความสุข
นอกจากนั้นทุกวันนี้ยังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ แซลมอนค่อยๆ ขยายจากเมนูมื้อเย็น มาสู่เมนู มื้อกลางวัน ที่ตอบโจทย์คนเมืองที่มองหาของกินง่ายๆ เร็วๆ แต่ยังดีต่อสุขภาพ เช่น ข้าวหน้าปลาแซลมอน หรือสลัดแซลมอน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
ใน 8 เดือนแรกของปี 2568 ไทยนำเข้าอาหารทะเลจากนอร์เวย์แล้วกว่า 23,000 ตัน มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 43% มูลค่าเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ โดยมีสามพระเอกหลักคือ
- แซลมอน 17,000 ตัน
- ฟยอร์ดเทราต์ 6000 ตัน
- ซาบะ 4,500 ตัน (มูลค่าโตขึ้นจากปีที่แล้ว 60% ปริมาณ 17%)
หากเจาะไปที่ช่องทางการขาย พบว่า 75% อยู่ในร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านญี่ปุ่นกว่า 5,500 แห่งทั่วประเทศ อีก 20% อยู่ในค้าปลีก และ 5% มาจากอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเติบโตเร็วในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
หนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้แซลมอนจากนอร์เวย์ยืนหนึ่งในตลาดไทย คือความสดใหม่ กว่า 90% เป็นแซลมอนสดที่ถูกลำเลียงเข้ามาทุกวันด้วยการบินไทยและสายการบินพาร์ตเนอร์ เฉลี่ยวันละ 15–16 ตัน ไม่ว่าคุณจะซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร หรือแม้แต่สั่งผ่านแอปเดลิเวอรี ปลาแซลมอนเหล่านี้ก็มาจากแหล่งเดียวกัน คือทะเลของนอร์เวย์
นั่นทำให้นอร์เวย์กลายเป็น ผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดของโลก และไทยก็ถือเป็น ตลาดนำเข้าใหญ่อันดับ 2 ของเอเชีย รองจากจีน แต่เหนือกว่าเกาหลีใต้และญี่ปุ่นในบางประเภทสินค้า
ที่น่าสนใจคือ เทรนด์ล่าสุดคือ
ร้านอาหารไทยเองเริ่มนำแซลมอนมาใส่ในเมนู เช่น ส้มตำแซลมอนหรือยำแซลมอน ซึ่งกลายเป็น “อาหารลูกผสม” ที่ตอบโจทย์ทั้งความอินเทรนด์และรสชาติถูกปากคนไทย นี่เองที่ทำให้แคมเปญ
“Salmon Saturday” สื่อสารได้อย่างทรงพลัง เพราะมันสะท้อนทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและคุณค่าของสินค้าในเวลาเดียวกัน
ในวันนี้ไม่ว่าคุณจะชอบกินแซลมอนแบบดั้งเดิมหรือเมนูสร้างสรรค์อย่างส้มตำแซลมอน แซลมอนจากนอร์เวย์ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยในวันหยุดและมื้อพิเศษ เสาร์–อาทิตย์ จึงกลายเป็น “วันแซลมอน” ที่ทุกครอบครัวหรือคู่รักต่างรอคอย เพราะมันไม่ใช่แค่ปลา แต่คือความสดใหม่ ความสุข และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงเรากับทะเลนอร์เวย์อย่างใกล้ชิด
“เราภาคภูมิใจที่ได้เป็นประเทศแห่งอาหารทะเลที่มีสภาพแวดล้อมอันสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับการเติบโตของปลา ทำให้กลายเป็นอาหารทะเลที่มีคุณภาพโดดเด่นและเป็นที่ชื่นชอบทั่วโลก” โอซฮิลด์ กล่าวทิ้งท้าย