เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของ ByteDance เจ้าของแอปพลิเคชันวิดีโอสั้น TikTok ที่จะทำโครงการเสนอซื้อหุ้นคืน 2 ครั้งต่อปีให้กับพนักงาน และอดีตพนักงานตั้งแต่ปี 2017 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสภาพคล่องและเพิ่มขวัญกำลังใจแก่พนักงานของบริษัท
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ทุกครั้งที่ ByteDance ประกาศโครงการมักทำสถิติราคาซื้อคืนหุ้นสูงขึ้นทุกครั้ง
จากปี 2023 ในราคา 155 เหรียญสหรัฐฯต่อหุ้น ในฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้จะเพิ่มเป็น 200.41 เหรียญสหรัฐฯต่อหุ้น หรือ 6,300 บาท เพิ่มขึ้น 5.5% จาก 189.90 เหรียญสหรัฐฯต่อหุ้นที่เสนอให้เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนมีมูลค่ามากกว่า 330,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
จากสถิติที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของ Tiktok ต่อเนื่อง
ในแง่รายได้ในไตรมาส 2 ของบริษัทพุ่งขึ้นแตะระดับ 48,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สามารถรักษาตำแหน่งบริษัทโซเชียลมีเดียที่มีรายได้มากที่สุดในโลกในด้านยอดขาย แซงหน้า Meta เจ้าของ Facebook และ Instagram ซึ่งมีรายได้ 42,300 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเวลาเดียวกัน
ในแง่ผู้ใช้งานเพิ่มเป็นมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก โดยเวลานี้ในยุโรปมีผู้ใช้ Tiktok มากกว่า 200 ล้านคน หรือประมาณหนึ่งในสามของประชากรทั้งทวีป ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 175 ล้านคนในปีที่แล้ว และเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มวัยรุ่น
ทั้งนี้การซื้อคืนหุ้นของ ByteDance ช่วยให้พนักงานของบริษัทเอกชนสามารถขายหุ้นบางส่วนออกไปและสะท้อนให้เห็นงบดุลที่แข็งแกร่งขึ้นจากธุรกิจในประเทศและต่างประเทศที่ขยายตัว
ปัจจุบัน บริษัทเอกชนในระยะหลังมักทำการซื้อหุ้นคืนเป็นประจำเพื่อรักษาและจัดหาสภาพคล่องให้กับพนักงานโดยไม่ต้องออกหุ้น เช่น การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก
หลายบริษัท รวมถึง SpaceX และ OpenAI ใช้เงินทุนจากนักลงทุนภายนอกเพื่อระดมทุนให้กับโครงการเหล่านี้ แต่ ByteDance ถือเป็นบริษัทที่แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ที่ใช้งบดุลของตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางการเงินและอัตรากำไรที่ดี
ByteDance ยังได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีน โดยได้ลงทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการซื้อชิป Nvidia สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI และพัฒนาโมเดลต่างๆ ของบริษัท