เอสซีจีเดินหน้าผลักดันแนวคิด “องค์กรแห่งโอกาส” (Organization of Possibilities) ด้วยความเชื่อที่ว่า “คน” คือหัวใจของการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต รวมถึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรสามารถแข่งขันและยืนหยัดได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี อธิบายให้ฟังว่า แนวคิด “องค์กรแห่งโอกาส” ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกในองค์กรมาอย่างยาวนาน แต่เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญแรงกดดันทั้งจากสงครามการค้า ภาษีนำเข้าที่สูง และการแข่งขันจากผู้เล่นระดับโลก ปัจจัยเหล่านี้หากใช้แค่เงินทุนหรือเทคโนโลยีอย่าง AI หรือ Robotic เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จุดสำคัญที่สุดคือต้อง "เปลี่ยนคน" ให้มี Passion และรู้สึกว่าการทำงานในองค์กรอย่างเอสซีจีเต็มไปด้วยโอกาสที่สามารถไขว่คว้าได้
“ผมเชื่อว่าแต่ละเจนเนอเรชันมีประสบการณ์ที่ต่างกัน เช่น Gen X และ Y อาจจะมองเรื่องความมั่นคง ความต่อเนื่อง หรือการยอมรับ ส่วน Gen Z ที่เป็นน้องใหม่ อาจจะมองเรื่อง Purpose และความรวดเร็วในการเติบโต ประสบความสำเร็จ ไม่อยากรอ อย่างไรก็ตาม ทุกเจนเนอเรชันต้องการโอกาสในการปล่อย Passion ออกมา ทุกคนพร้อมที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เช่น การเปลี่ยนอุตสาหกรรมไปสู่ Low Carbon”

เอสซีจีจึงมุ่งเปิดพื้นที่ให้คนในองค์กรได้ปลดปล่อยศักยภาพผ่านโครงการที่หลากหลายทั้งแบบดั้งเดิม คือการมอบทุนการศึกษา การหมุนเวียนงานไปจนถึงการเข้าร่วมโครงการอย่าง Zero to One by SCG โครงการที่ปั้นพนักงานที่มีไอเดียจากศูนย์ จนกระทั่งสามารถนับหนึ่งในการสร้างธุรกิจ และเป็น CEO หรือผู้บริหารในธุรกิจใหม่ (Startup) ของตัวเอง ที่เอสซีจีช่วยสนับสนุน Funding, Mentor, และ Sandbox ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Q-Chang แพลตฟอร์มสารพัดช่างซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการช่างที่มีมาตรฐาน ไว้ใจได้ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นช่องทางเติบโตส่งเสริมคนจบสายอาชีพให้มีงานทำ Dezpax แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการด้านแพ็กเกจจิ้งที่หลากหลายสำหรับร้านอาหารครบวงจรรายแรกในไทย พร้อมบริการออกแบบเเละงานพิมพ์ รวมถึงการสั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือน่าอยู่ (NaYoo) สตาร์ตอัปแพลตฟอร์มที่เป็นแหล่งข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ ให้บริการซื้อ-ขาย เช่าแบบบ้าน-รับสร้างบ้าน ครบจบในที่เดียว
“เรามีโอกาสให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษา การหมุนเวียนงาน หรือแม้แต่การสร้างธุรกิจใหม่ๆ ภายใต้เอสซีจี สิ่งเหล่านี้คือการมอบเวทีให้พนักงานปล่อยพลังออกมาอย่างแท้จริง”
นอกจากนี้ แนวคิด “องค์กรแห่งโอกาส” ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงคนรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งคนที่มีความตั้งใจทำอะไรบางอย่างที่มีความหมายเข้ามามีส่วนร่วมในเส้นทางการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ความยั่งยืนด้วยเช่นกัน โดยคุณธรรมศักดิ์เสริมว่าเอสซีจีต้องการคนที่มี Passion เข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Low Carbon และ Net Zero
“เส้นทางที่ยาวนานถึง 25 ปีกว่าจะไปถึงเป้าหมาย เราต้องการคนที่มี Passion ในเรื่องนี้เข้ามาร่วมงาน และเราจะให้โอกาสพวกเขาในการสร้างโลกที่ดีขึ้น หากทำงานข้างนอกอาจไม่ได้โอกาสแบบนี้ เพราะเรามีพร้อมทั้งเงินทุน มีเทคโนโลยี มีเครือข่าย เราต้องการแค่คนที่มี Passion เข้ามาขับเคลื่อน”
อย่างไรก็ตาม การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ทุกคนเชื่อว่าโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอในองค์กรอย่างเอสซีจี คือการทำให้คนทั้งองค์กรเข้าใจ เชื่อ และประพฤติปฏิบัติ คุณธรรมศักดิ์อธิบายว่า พนักงานแต่ละคนมีความพร้อมต่างกัน บางคนอาจจะต้องการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป บางคนพร้อมที่จะลุยเต็มที่ การสร้างวัฒนธรรมนี้ต้องไม่ใช่แค่ Process หรือ Campaign แต่แรงจูงใจที่สำคัญที่สุดต้องมาจากผู้นำ ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ CEO แต่คือผู้นำในทุกหน่วยงานของเอสซีจี เพื่อให้ผู้นำเหล่านี้เป็น Role Model และเป็นผู้ที่ “Walk the Talk”
“ตอนที่เราเริ่มแนวคิดองค์กรแห่งโอกาส เราเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ ให้ผู้นำแต่ละส่วนเข้ามาช่วยแสดงความคิดเห็นเมื่อพนักงานเห็นว่าเราทำจริงก็จะนำไปต่อยอดได้ Leadership Model จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร CEO เพียงคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนคน 50,000 คนได้ เราต้องการผู้นำในองค์กรเป็นพันๆ คน หรือถ้าเป็นหมื่นคนยิ่งดี เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถผลักดันองค์กรให้ปรับเปลี่ยนไปได้ เราต้องสร้าง Snowball Effect โดยเริ่มจากให้ผู้นำสนับสนุน มอบโอกาส และมั่นใจว่าเรื่องนี้องค์กรกำลังทำจริงแล้วจะเกิด Snowball Effect เอง”
เอสซีจีมองว่า “โอกาส” คือสิ่งที่ทำให้องค์กรแตกต่าง และเป็นเหตุผลที่สามารถดึงดูดให้คนเก่งเลือกอยู่กับองค์กรในระยะยาว
“คนจำนวนมากอาจมองเรื่องเงินเดือนซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของคนทำงาน, Career Progress หรือสวัสดิการแต่คนที่เข้ามาทำงานจริงๆ จะมองว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พวกเขามีการพัฒนาและมีโอกาสในการแสดงฝีมือขนาดไหน ถ้าพวกเขามีโอกาสพัฒนาและแสดงฝีมือ ผมเชื่อว่าคนเก่งๆ จะอยู่กับเรา เพราะพวกเขาจะรู้ว่าที่นี่คือที่ที่ใช่ แม้ว่าสิ่งที่พวกเขาตั้งใจทำจะยังไม่สำเร็จ แต่ถ้าได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ ได้เพื่อน ได้เครือข่าย ได้มุมมองใหม่ๆ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตก็จะมากขึ้น การให้ Incentive อื่นอาจเป็นเพียงแรงจูงใจระยะสั้น แต่ Incentive ที่เป็นโอกาสจะดึงดูดคนที่มีพลังเข้ามาทำงานร่วมกับเราได้”
นอกจากกระบวนการทำงานที่พร้อมส่งมอบโอกาสให้คนในองค์กร เอสซีจียังให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เพื่อให้คนทำงานอย่างสนุก เป็นกันเองและมีความสุข
“เรามีกิจกรรม Happy Workplace เช่น เปิดท้ายขายของ, งานเลี้ยงที่จัดแบบงานวัด มีเกมต่างๆ หรือบางโรงงานอย่างที่ SCGP หรือธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง ก็มีการจัดประกวดคาราโอเกะ สิ่งเหล่านี้มีขึ้นเพื่อให้พนักงานได้สังสรรค์กันบ้างหลังเลิกงาน สร้างบรรยากาศที่เป็น Happy Workplace รวมถึงยังส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมที่เป็นมิตรกับความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ช่วยให้การทำงานร่วมกันดีขึ้นด้วย”
เห็นได้ชัดว่า เอสซีจีไม่ได้มอง “องค์กรแห่งโอกาส” เป็นเพียงแนวคิด แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรด้วย “คน” ที่จะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้องค์กรเดินหน้าเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน วันนี้เอสซีจีไม่ได้เป็นเพียงองค์กรใหญ่ที่มั่นคงเท่านั้น หากแต่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับคนทุกเจนเนอเรชัน เป็นเวทีซึ่งทุกคนสามารถปล่อยพลัง และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต