SC Asset ไม่ได้ทำธุรกิจอสังหาเพียงอย่างเดียว แต่พยายามหาช่องทางรายได้จากช่องทางอื่นๆ ด้วย โดยตัดสินใจเปิดตัว SCX Corporation เป็นบริษัทในเครือตั้งแต่ปี 2023 เพื่อทำภารกิจสร้างธุรกิจที่มาจากรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องจักรที่เข้ามาช่วยลดความเสี่ยงให้กับองค์กร
ซึ่ง SCX Corporation เองก็วางโรดแมปสร้างธุรกิจที่มาจากรายได้ประจำจาก 3 ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจโรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงานให้เช่า โดย 3 ปีมานี้ใช้เงินลงทุนไปแล้วมากกว่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น
- ปรับปรุงอาคารสำนักงาน อาทิ อาคารชินวัตร ทาวเวอร์ 3 ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 ตึก พื้นที่รวมกว่า 1.2 แสนตารางเมตร
- ลงทุนสร้างโรงงานและโกดังสินค้า 5 ทำเล พื้นที่ราว 2 แสนตารางเมตร
- ลงทุนสร้างโรงแรม YANH Ratchawat เปิดให้บริการปีที่แล้ว และล่าสุดเปิดตัว Kromo, Curio Collection by Hilton บนถนนสุขุมวิทมูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท ร่วมทุนกับ DAIWA HOUSE INDUSTRY จากญี่ปุ่น โดยมี Hilton เป็นผู้บริหาร
ปัจจุบัน Asset Portfolio ของ SCX กว่า 90% มาจากธุรกิจอาคารสำนักงาน แต่นับจากนี้ไปอีก 5 ปีธุรกิจโรงแรมจะแซงหน้าขึ้นเป็น 58% คิดเป็นสัดส่วนที่ Contribute ให้กับ SC Asset เท่ากับ 25%
เพราะปัจจุบันธุรกิจโรงแรมอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 แห่ง ได้แก่ The Standard Pattaya Jomtien ที่พัฒนาร่วมกับ Syntec Construction โดยมี The Standard เป็นผู้บริหารโรงแรม พร้อมเปิดให้บริการปลายปีนี้ รวมถึง voco Bangkok Siam มูลค่า 2,200 ล้านบาท ตรงข้ามศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งร่วมลงทุนกับ IHG Hotels & Resorts เปิดให้บริการปี 2029
รชฎ นันทขว้าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCX Corporation เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมคิดเป็น 58% ของรายได้รวมจาก Recurring Income ภายในปี 2029 ซึ่งถึงเวลานั้นจะมีจำนวนห้องพักทั้งหมดมากกว่า 2,000 ห้อง และหลังจากนี้จะขยายโรงแรมครอบคลุม 4 เมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ, พัทยา, ภูเก็ต และสมุย โดยมุ่งเน้นการทำ M&A และร่วมลงทุนกับพันธมิตร
“เนื่องจากธุรกิจ Recurring Income เป็นธุรกิจที่ลงทุนสูง ดังนั้นโมเดลการร่วมลงทุนกับพันธมิตรจึงมีความเหมาะสม อีกด้านหนึ่งธุรกิจนี้ยังใช้เวลานานในการคืนทุน ก่อนหน้านี้เราลงทุนโดยกู้เงินจาก SC Asset แต่ปีหน้ามีแผนที่จะนำระดมทุนโดยจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เริ่มจากคลังสินค้า หลังจากนั้นอีก 2-3 ปีจะนำโรงแรมเข้ากองทรัสต์ เพื่อนำเงินไปลงทุนต่อไป ซึ่งเราวางแผนไว้ว่า 5 ปีนับจากนี้จะใช้เงินลงทุนอีกราว 15,000 ล้านบาท”