อุดม ติ่งต้อย หัวหน้าฝ่ายผลิตน้ำยาแอนติซีรัมและผลิตภัณฑ์เซลล์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “การเจาะเลือดและสเต็มเซลล์และการจัดเก็บนอกจากจะต้องใช้บุคลากรที่ผ่านการฝึกฝนและมีความรู้ความชำนาญ เพื่อให้สิ่งที่จัดเก็บสะอาดปราศจากเชื้อโรค และอยู่ในสภาพที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ยังต้องอาศัยเครื่องมือเครื่องใช้ที่ได้คุณภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ขั้นตอนดำเนินไปอย่างราบรื่น รวมถึงป้องกันความผิดพลาดในขั้นตอนการลำเลียง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงอันตรายต่อผู้ป่วยได้ เนื่องจากกระบวนการบริจาคเลือดและสเต็มเซลล์ของสภากาชาดไทยต้องใช้ฉลากในปริมาณที่เยอะมากต่อวัน เราจึงต้องมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถทำการทดสอบและส่งต่อเลือดและสเต็มเซลล์ไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วที่สุด หลังจากเริ่มใช้โซลูชั่นออโต้ไอดีของซาโต้นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา สภากาชาดสามารถร่นระยะเวลาในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการบ่งชี้อัตลักษณ์ (Identification) ในการรับ-จ่ายโลหิต ส่วนประกอบของโลหิต และสเต็มเซลล์ลงได้ถึง 97%”
ซาโต้ คือผู้บุกเบิกในด้านการพัฒนาระบบบ่งชี้อัตโนมัติ หรือ ออโต้ไอดี อย่างครบวงจรที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่าสองทศวรรษและเครือข่ายคู่ค้าระดับโลก ซาโต้คือผู้ผลิตและผู้ให้บริการเทคโนโลยีออโต้ไอดีที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าในกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ในด้านผลงานที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ วัสดุ อุปกรณ์เสริม ไปจนถึงบริการบำรุงรักษาและบริการหลังการขาย
ล่าสุด บริษัท ซาโต้ ออโต้ไอดี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านระบบออโต้ไอดีจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากว่า 7 ทศวรรษ และมีเครือข่ายในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ได้เปิดตัวโซลูชั่นใหม่ที่มีชื่อว่า PJM (Phase Jitter Modulation) เพื่อต้อนรับการเปลี่ยนผ่านของแวดวงการแพทย์ไทยสู่ยุค 4.0 โดยมุ่งเน้นการดำเนินการที่ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโลหิตเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการโลหิตของไทยให้ได้มาตรฐานระดับโลก
โซลูชั่น PJM เป็นโซลูชั่นที่ซาโต้พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและอ่านค่าบนฉลากของถุงบรรจุเลือดและหลอดสเต็มเซลล์อย่างครบวงจร โดยนำ “เทคโนโลยีบ่งชี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Identification)” หรือ RFID มาใช้ ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ส่วน คือ ป้าย และ อุโมงค์เครื่องอ่าน พร้อมสื่อสารกับผู้ใช้งานผ่านจุดเชื่อมต่อ (Interface) แบบต่างๆ ตลอดกระบวนการทำงาน
การทำงานระหว่างฉลากและเครื่องอ่านจะรับส่งกันในรูปแบบของคลื่นความถี่ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านข้อมูลบนฉลากได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัตถุจำนวนมากซึ่งถูกจัดเรียงไว้ในลักษณะเป็นแถวหรือชั้นต่อกัน ช่วยลดปัญหาการปนเปื้อนจากการเปิดภาชนะเพื่อตรวจสอบในระหว่างจัดส่ง รวมถึงความความคลาดเคลื่อนอันเกิดจากการอ่านข้อมูลโดยมนุษย์ ที่สำคัญคือระบบเครื่องอ่านอัตโนมัตินี้สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของระบบอ่านข้อมูลป้ายโดยทั่วไปตรงที่สามารถอ่านและประมวลข้อมูล เช่น กรุ๊ปเลือด จำนวนของถุงเลือดที่ขนส่งมา หมายเลขของเลือด และวันหมดอายุ พร้อมทั้งแสดงผลได้อย่างแม่นยำ 100% แม้ในกรณีที่ถุงเลือดหรือหลอดสเต็มเซลล์ถูกวางซ้อนทับกันเป็นจำนวนมาก