หลายคนอาจจะรู้จัก “ฟังใจ” จากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงของไทยที่เปิดให้บริการมากว่า 10 ปี แต่เพราะธุรกิจแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งปัจจุบันนั้นแข่งกันด้วย Scale ทำให้ฟังใจเหนื่อยที่จะแข่งขันกับแพลตฟอร์มระดับโลก
ศรัณย์ ภิญญรัตน์ CEO และผู้ก่อตั้งฟังใจ ยอมรับว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป การที่ตลาดแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งมีผู้เล่นระดับโลกเข้ามาทำให้โครงสร้างของตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน และยากที่ผู้ประกอบการรายเล็กจะแข่งขัน
ดังนั้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมดนตรีไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ฟังใจจึงได้ประกาศการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญในรอบ 11 ปี โดยเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและผู้จัดงานดนตรีไปสู่การเป็น "Music Integrator" ที่เชื่อมโยงแบรนด์ ศิลปิน และผู้บริโภคเข้าด้วยกันผ่านประสบการณ์ดนตรีแบบครบวงจร
การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของฟังใจที่ต้องการยกระดับสู่การเป็น Music Integrator ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดผ่านดนตรีแบบครบวงจร หลังจากเริ่มต้นในปี 2557 ในฐานะแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงอิสระ ก่อนจะขยายสู่ธุรกิจนิตยสารออนไลน์ Fungjaizine และต่อยอดศักยภาพสู่ผู้จัดงานดนตรีหลากหลายรูปแบบ
"การรีแบรนด์ครั้งนี้เป็นผลจากการเล็งเห็นถึงทิศทางตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เราพบว่าแบรนด์ต่างๆ กำลังมองหาวิธีเข้าถึงผู้บริโภคผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย ซึ่งดนตรีเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง และฟังใจมีความเชี่ยวชาญในการเชื่อมโยงศิลปิน แบรนด์ และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน ในขณะที่ผู้บริโภคเองก็มองหาประสบการณ์ทางดนตรีที่แตกต่างและมีคุณค่ามากขึ้น สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำคือ แม้ฟังใจจะปรับโมเดลธุรกิจใหม่ แต่อุดมการณ์ 'ประชาธิปไตยทางดนตรี' และการสร้างพื้นที่ให้ศิลปินหน้าใหม่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเรา การพัฒนาครั้งนี้จะช่วยให้เราสนับสนุนวงการดนตรีไทยและนักดนตรีอิสระได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น เป็นการตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่าย และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับฟังใจในระยะยาว" ศรัณย์ อธิบาย

ส่วนหนึ่งของการตัดสินใจรีแบรนด์ฟังใจครั้งนี้เกิดจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมูลค่าระดับโลกอยู่ที่ 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 12.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.4% ต่อปี โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลกถึง 12.3% ต่อปี
ศรัณย์ ย้ำว่าดนตรีเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลัง เพราะเสียงทำงานได้ดีกว่าภาพถึงร้อยเท่า มนุษย์รับรู้เสียงตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และเสียงสามารถสร้างอารมณ์ร่วม ปลุกความทรงจำ และกระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคได้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่บอกว่า 97% ของแบรนด์ทั่วโลกเชื่อว่าดนตรีช่วยทำให้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น และ 76% ได้นำเครื่องมือมิวสิคมาร์เก็ตติ้งมาใช้แล้ว
“พฤติกรรมผู้บริโภคหลังโควิดก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ผู้คนไม่ได้ต้องการแค่การฟังเพลงที่บ้าน แต่โหยหาประสบการณ์ร่วม การออกมาเจอกันในพื้นที่จริง ในประเทศไทยมีงานมิวสิคอีเวนต์เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี 2019 และ 2022 ปัจจุบันมีงานไลฟ์มิวสิคอีเวนต์เกิน 500 งานต่อปี โดยมีคนเข้าร่วมงานอย่างน้อยหนึ่งล้านคนต่อปี คอนเสิร์ตและเฟสติวัลจึงกลายเป็นโอกาสสำคัญที่แบรนด์จะสามารถเข้าถึงลูกค้าแบบมีความเกี่ยวโยงทางอารมณ์และมีความหมายได้”

การเปลี่ยนมาเน้น Music Integrator ครั้งนี้ ศรัณย์ อธิบายว่า จุดแข็งของฟังใจในฐานะ Music Integrator มาจากสามจุดเด่นหลัก ได้แก่ ความเป็นกลางในวงการดนตรีที่ทำให้สามารถรวมศิลปินและวงดนตรีจากทุกค่ายเพลงรวมถึงศิลปินอิสระไว้ในโปรเจกต์เดียวกันได้ ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการตลาดและวงการดนตรี ซึ่งรวมนักดนตรี สเปซดีไซเนอร์ ผู้ผลิตอีเวนต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลลูกค้าเข้าด้วยกัน และประสบการณ์การสั่งสมมากกว่า 10 ปีในการจัดงานดนตรีมากกว่า 200 อีเวนต์ พร้อมคอมมูนิตี้ที่มีผู้ติดตามกว่าหนึ่งล้านคนและเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั่วเอเชีย
การปรับโฉมครั้งนี้ผู้บริหารของฟังใจวางอยู่บนจุดแข็ง 3 ประการ ได้แก่
1. Industry Neutrality & Cross-Platform Power การวางตัวเป็นกลางในอุตสาหกรรม ทำให้สามารถรวบรวมศิลปินและวงดนตรีได้จากทุกค่ายเพลง รวมถึงศิลปินอิสระ
2. Hybrid Expertise Team การมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการตลาดและการจัดการวงการดนตรีโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้การสร้างสรรค์แคมเปญเป็นไปอย่างกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ
3. Proven Track Record & Proprietary Assets ประสบการณ์จากการจัดงานดนตรีและการมีทรัพย์สินทางปัญญาของเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ เช่น Maho Rasop Festival และงานอื่น ๆ กว่า 200 งาน
โดยฟังใจได้กำหนดโครงสร้างธุรกิจใหม่โดยมุ่งเน้น 3 บริการหลัก ประกอบด้วย
1. Concert & Festival Sponsorship การผสานความต้องการของแบรนด์เข้ากับงานอีเวนต์ที่ฟังใจเป็นผู้จัด ผ่านการพัฒนากิจกรรมที่ออกแบบมาอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละความต้องการ
2. Event Management Services บริการจัดการอีเวนต์ดนตรีแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางกลยุทธ์การผสานแบรนด์ การประชาสัมพันธ์ การผลิตงานอีเวนท์ตั้งแต่เริ่มวางแผนจนจบงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการ Music Influencers ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ครอบคลุมทุกมิติ
3. Music Marketing Campaign Development ที่ถือเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงาน ครอบคลุมการพัฒนาแคมเปญจากโจทย์ธุรกิจของลูกค้า การสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง และการแก้ไขปัญหาเชิงธุรกิจผ่านความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ฟังใจเป็น One-Stop Solution ที่แท้จริงสำหรับการตลาดผ่านดนตรี

“จุดเด่นของเราคือเรื่องครีเอทีฟที่สร้างความสนใจให้กับลูกค้า เราพยายามคิดงานที่มากกว่าแค่การแปะโลโก้ แต่เป็นการออกแบบกิจกรรมให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น การทำเซอร์ไพรส์โชว์ให้กับจอห์นนี่วอล์กเกอร์ การออกแบบบูธและกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมให้กับแบรนด์ต่างๆ อย่างซอฟเฟล โปรไทย ฮอนด้า และลีวายส์ รวมถึงการผลิตแคมเปญครบวงจรให้กับแบรนด์อย่างโค้ก บาร์บีคิวพลาซ่า บัดไวเซอร์”
ฟังใจคาดว่าการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเชื่อมโยงแบรนด์กับวงการดนตรี พร้อมตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจให้เติบโตขึ้น 67 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 ปี โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มอุตสาหกรรม FMCG, Lifestyle และ Automotive ตลอดจนขยายความครอบคลุมนี้ไปยังตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศในอนาคต
เป้าหมายของฟังใจนั้น ต้องการสร้างรายได้ถึง 100 ล้านบาทภายในปี 2026 และเป็น Top of Mind ของ Music Integrator ในประเทศไทย