วันนี้คำว่า “สุขภาพดี” ไม่ได้หมายถึงแค่ร่างกายแข็งแรง แต่ยังรวมถึงจิตใจ การพักผ่อน และการบาลานซ์ชีวิตอย่างไรให้สมดุลจริงๆ โดยเฉพาะเทรนด์ที่กำลังมาแรงอย่าง Well-being จึงไม่ใช่แค่คำฮิต แต่กลายเป็นวิถีชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะคนไทยรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองหรือคำนึงถึงคุณภาพชีวิตแบบครบทุกมิติ
ภาพรวมในช่วงที่ผ่านมา ตลาด Well-being ในไทยกำลังได้รับความสนใจและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แอปออกกำลังกาย หรือกิจกรรมฟิตเนส แต่สิ่งที่เติบโตเร็วและสะท้อนแนวโน้มนี้ชัดที่สุด คือ อุปกรณ์Smartwatch เพราะช่วยให้คนติดตามสุขภาพตัวเองแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การนับก้าว การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ไปจนถึงคุณภาพการนอนและระดับความเครียด
หนึ่งในแบรนด์ที่มองเห็นโอกาสการขยายตัวของตลาด Well-being อย่าง Garmin หนึ่งในผู้นำด้าน Smartwatch และ Smart Health Technology ที่มีจุดแข็งด้านความแม่นยำของข้อมูลและความเข้าใจในพฤติกรรมคนรักสุขภาพ Garmin ไม่ได้ขายแค่ “นาฬิกา” แต่ขาย “ไลฟ์สไตล์สุขภาพ” ที่เชื่อมโยงกับแนวคิด Well-being อย่างสมบูรณ์

มิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวถึงภาพรวมตลาดไว้ว่า “ภาพรวมที่ผ่านมาของ Garmin สำหรับประเทศไทย เป็นเวลาเกือบ 5 ปี ครึ่งแรกในปี 2025 มีรายได้รวม 3.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นความต้องการของคนที่ต้องการนวัตรกรรมของ Garmin สำหรับในไทย ก็โตถึง 35%เห็นได้ว่าตลาดต่างประเทศมีบทบาทความสำคัญอย่างมาก รวมถึงยังเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะทำให้เติบโต”
นอกจากนี้ จากข้อมูลผู้ใช้บน Garmin Connect ยังพบว่า คนไทยทำกิจกรรมการฝึกความแข็งแรง (Strength Training) เพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยมีสถิติการทำกิจกรรมเติบโตถึง 40% รองลงมาเป็นกิจกรรมคาดิโอในร่ม (Indoor Cardio) อย่าง พิลาทิส HIIT เติบโตมากกว่า 15% สะท้อนให้เห็นถึงกระแสสุขภาพที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องในประเทศไทย เพื่อตอบกระแสสุขภาพและรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต
ล่าสุด Garmin ได้เข้าซื้อกิจการอย่าง มายแล็บส์ (My laps) หนึ่งในบริษัทชั้นนำการจัดการแข่งขันด้านกีฬาเพื่อให้บริการเทคโนโลยีสมรรถนะขั้นสูง การเข้าซื้อครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะขยายระบบนิเวศของ Garmin ด้วยความเชี่ยวชาญของมายแล็บส์ (My laps) ก็จะมอบข้อมูลเชิงลึกและการติดตามสถานการที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำมากขึ้นให้กับนักกีฬา ผู้แข่งขัน และผู้ใช้งานทั่วไป

เพราะ Wellness ไม่ได้เป็นแค่เทรนแต่เป็นอีกวิถีชีวิตของผู้คน เพราะปัจจุบันผู้คนไม่ได้แค่อยากมีชีวิตที่ยืนยาว แต่อยากอยู่แบบแข็งแรงด้วย ในประเทศไทย Longevity Lifestyle กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อมูลระบุว่า พฤติกรรมมีผลต่อการใช้ชีวิตถึง 75% ในขณะที่พันธุกรรมมีผลแค่ 25% นั่นหมายถึงว่าสุขภาพของเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของเรา
ศุภรดา จรูญโรจน์ รองผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “กระแสสุขภาพยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เพราะ Wellness ไม่ได้เป็นแค่เทรนแต่เป็นอีกวิถีชีวิตของผู้คน เพราะปัจจุบันผู้คนไม่ได้แค่อยากมีชีวิตที่ยืนยาว แต่อยากอยู่แบบแข็งแรงด้วย ในประเทศไทย Longevity Lifestyle กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อมูลระบุว่า พฤติกรรมมีผลต่อการใช้ชีวิตถึง 75% ในขณะที่พันธุกรรมมีผลแค่ 25% นั่นหมายถึงว่าสุขภาพของเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของเรา”
โดยนวัตกรรมเทคโนโลยีของ Garmin ตั้งอยู่บนสามเสาหลัก คือ 1.ให้คำแนะนำ 2.ฝึกทางด้านกีฬา 3.เสริมสร้างความปลอดภัย เป้าหมายคือเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับธุรกิจ ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องGarmin มองเห็นโอกาสเติบโตของตลาด Smartwatch ทให้ประเทศไทยจะกลายเป็นอีกหมุดหมายใหม่ที่ Garmin จะสร้างโรงงานใหม่ที่จังหวัดชลบุรี เราจะได้เห็นพร้อมกันในช่วงไตรมาสที่ 4 อย่างแน่นอน

“สำหรับ Garmin เราเชื่อว่าสมาร์ทวอทช์เป็นได้มากกว่านั้น การนำมาสู่การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้สมาร์ทวอทช์ของเราไปไกลกว่าการติดตามข้อมูล แต่จะนำไปสู่การนำเสนออินไซด์เฉพาะบุคคล รวมถึงคำแนะนำที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือการปรับปรุงพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนตามเป้าหมายสุขภาพและข้อมูลจริงของผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ เสมือนมีโค้ชดูแลสุขภาพส่วนตัว ช่วยยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตให้กับผู้ใช้ในทุกๆ วัน (Technology That Empowers Life)” ศุภรดา กล่าว
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Well-being ไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่คือการเปลี่ยนผ่านของวิถีชีวิตคนไทย ที่ต้องการมี “สุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงแค่อายุที่ยืนยาว” รวมไปถึงการดูแลในแบบของตัวเอง ทั้งกาย ใจ และสมดุลชีวิต การ์มินจึงไม่เพียงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสุขภาพ แต่ยังเป็นแบรนด์ที่เข้าใจชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง