เมื่อเสียงแจ้งเตือนเงินเดือนเข้าคือเสียงสวรรค์ แต่เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เงินก้อนนั้นก็มักจะเดินทางออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งค่าบัตรเครดิต ผ่อน 0% สิบเดือน ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนค่าสุกี้ตี๋น้อยใน Spaylater และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เหลือใช้จริง ๆ มีไม่ถึงครึ่ง
มีรายจ่ายมากมายขนาดนี้ แต่เรทเงินเดือนแม้จะผ่านไปสิบปีก็ยังสตาร์ทเท่าเดิม เริ่มที่หมื่นหกยังไง ทุกวันนี้ก็ยังหมื่นหกอย่างนั้น จึงไม่แปลกที่ภาพรวมอัตราการขึ้นเงินเดือนขยับเพียง 14% ในขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลกลับโตขึ้นกว่า 200% ฟังดูเหมือนตลก แต่นี่เรื่องจริงอันน่าเศร้าจาก Insight ของทีทีบี ที่ชี้ว่ามนุษย์เงินเดือนนี่แหละ ที่เป็น ‘เดอะแบกตัวจริง’ การเงินยุคนี้ และมีหนี้เป็นเพื่อนแท้ของทุกวัย (แม้แต่หลังเกษียณ)
ผลสำรวจจากโปรแกรม ttb financial health check ซึ่งมีมนุษย์เงินเดือนเข้าร่วมกว่า 96,000 คน ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกุมภาพันธ์ 2568 พบว่า 8 ใน 10 คน หรือกว่า 82% มีภาระหนี้สิน และ 49% มีหนี้สะสมจากการจ่ายขั้นต่ำหรือผิดนัดชำระ และ 65% ของคนที่ยังจ่ายไหวดันเลือกที่จะจ่ายขั้นต่ำ ซึ่งหมายความว่าเงินที่ผ่อนไปทุกเดือนส่วนใหญ่ไม่ได้ลดต้นเลย มีแต่ดอกที่โตขึ้นเรื่อย ๆ
มากไปกว่านั้น เมื่อดูจากข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) และ ttb analytics ยังพบว่าคนไทยเกือบ 40% มีหนี้ในระบบ โดยมีหนี้เฉลี่ยกว่า 5 แสนบาทต่อคน โดยเฉพาะกลุ่มวัย 35-60 ปี ซึ่งเป็นวัยสร้างครอบครัวที่มีภาระสูงสุด และแม้แต่วัยเกษียณที่ไม่มีรายได้ประจำก็ยังต้องใช้หนี้ต่อ ทำให้บางคนต้องกู้ใหม่มาใช้หนี้เก่าแบบวนไป
ซึ่งในความจริงแล้วการมีหนี้นั้นไม่ผิด แต่ ‘พฤติกรรมที่ทำให้เกิดหนี้เพิ่ม’ นี่แหละที่น่ากลัว
หนี้ไม่ใช่ผู้ร้าย เพราะมันคือเครื่องมือในการขับเคลื่อนชีวิตและเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนกลายเป็นเดอะแบก คือรายจ่ายที่โตเร็วกว่ารายได้อย่างน่าตกใจ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในวันที่ข้าวราดแกงร้านป้าจาก 35 บาทกลายเป็น 65 บาท แต่เงินเดือนยังนิ่งอยู่ที่เดิม การมีหนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
เพียงแต่ตอนนี้หนี้ไม่ใช่บ้านหรือรถ แต่คือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยสูงกว่า 24% ต่อปี เริ่มจากบัตรเครดิต กู้ส่วนตัว ซื้อของผ่อน 0% สิบเดือน และเมื่อเงินเดือนออกก็หมดไปกับของที่เรายังใช้ไม่ทันผ่อนหมดของเดือนก่อน ประกอบกับพฤติกรรมติดแกลม การเปรียบเทียบตนเองกับคนในโลกโซเชียล และเทรนด์ใช้ชีวิตหรูหราแบบเซเลบแต่รายได้เท่าเศษเล็บ กลายเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้มนุษย์เงินเดือน “จ่ายก่อน คิดทีหลัง” พอคิดอีกที ก็กลายเป็นหนี้สะสมไปเสียแล้ว
ที่น่าหดหู่มากไปกว่านั้นก็คือ คนที่มีหนี้สะสมไม่ใช่แค่กลุ่มคนรายได้น้อยถึงปานกลาง แม้แต่คนรายได้สูงก็ยังเดือนชนเดือนไม่แพ้กัน แม้แต่คนที่มีรายได้ เกิน 100,000 บาทต่อเดือน ยังมีถึง 32% ที่ใช้ชีวิตเดือนชนเดือน และอีก 16% มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ นั่นเป็นเพราะว่าคนเหล่านี้ยังไม่มีภูมิคุ้มกันทางการเงินที่เพียงพอ ซึ่งทีทีบีพบว่า
- 77% มีเงินออมน้อยกว่า 10% ของรายได้
- 70% ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอ (ต่ำกว่า 6 เดือน)
- 80% ไม่มีความคุ้มครองหากเจ็บป่วยร้ายแรงหรือเหตุไม่คาดฝัน
ดังนั้น ไม่ว่าเราจะอยู่มีเงินเดือนเท่าไหร่ ความไม่มั่นคงทางการเงินก็ไล่ทันทุกคน
นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่มงาน Data และ Analytics ของทีทีบี กล่าวว่า “ประเทศไทยมีมนุษย์เงินเดือนกว่า 12.5 ล้านคน คิดเป็น 30% ของแรงงานทั้งหมด และสร้างรายได้ภาษีบุคคลธรรมดามากถึง 90% หรือกว่า 2.7 แสนล้านบาทต่อปี ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย”

แต่น่าเศร้าที่ฟันเฟืองเหล่านี้กำลังสึกกร่อนจากแรงกดดันรอบด้าน ทั้งหนี้สิน การขาดเงินออม ความเสี่ยงตกงานจาก AI และค่าครองชีพที่ไล่บี้ทุกเดือน จนหลายคนต้องอยู่ในโหมดรอดก่อน แล้วค่อยรวยทีหลัง ทีทีบีจึงมองว่าการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน คือสิ่งจำเป็นที่สุดในยุคนี้
ทีทีบีจึงพัฒนาโซลูชันทางการเงินครบ 4 มิติ ออม ใช้ กู้ ลงทุน พร้อมความคุ้มครอง เพื่อช่วยให้ “เดอะแบกตัวจริง” ได้หายใจคล่องขึ้น และสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ด้วยโปรแกรม ‘ผ่อนดีมีรางวัล’ บริการรวบหนี้ด้วยบ้าน รถ หรือสินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 7.99% ต่อปี เพื่อให้ปิดหนี้ได้ไวขึ้นและมีเงินเหลือใช้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ทีทีบียังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ผ่านบัญชี ttb all free ที่ฟรีค่าธรรมเนียมทั่วไทย และคุ้มยิ่งขึ้นเมื่อใช้คู่บัตรเดบิต ttb all free Disney ซึ่งช่วยควบคุมการใช้จ่ายไม่ให้เกินตัว รวมถึงบัญชี ttb ME save ที่ให้ดอกเบี้ยโบนัสเพิ่มขึ้นเมื่อฝากประจำทุกเดือน เพื่อสร้างวินัยการออมและเงินสำรองฉุกเฉิน
ส่วนในด้านความอุ่นใจ ธนาคารยังมีโซลูชันคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เช่น ประกันทีทีบี เหมา เหมา อัลตร้า แคร์ ที่ใช้สวัสดิการบริษัทช่วยลดค่าเบี้ย และยังได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น รวมถึงสิทธิประโยชน์จากบัญชี ttb all free ที่ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุดถึง 3 ล้านบาท
นอกจากการแบ่งเบาภาระในวันนี้ ทีทีบียังมองไกลถึงอนาคต ด้วยโซลูชันด้านการลงทุนและการลดหย่อนภาษี ผ่านกองทุนคุณภาพและประกันที่ครอบคลุม พร้อมเสริมความรู้ทางการเงินผ่าน fintips คอร์สออนไลน์ โค้ชปลดหนี้ และสัมมนาโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มนุษย์เงินเดือนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินได้รอบด้าน

“ทีทีบีเชื่อว่าความมั่นคงทางการเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้เท่านั้น แต่คือการมีเครื่องมือและวินัยทางการเงินที่ครบถ้วน เพื่อให้ทุกคนสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว” นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) กล่าวทิ้งท้าย