ดูเหมือนว่า ธุรกิจ Non-Oil จะกลายเป็นอีกหมุดหมายสำคัญในการเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้กับบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG โดยในปีที่แล้ว ธุรกิจ Non – Oil ของ PGT มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งครอบคลุมทุกมิติ
โดยในมุมของปริมาณทางฝั่งธุรกิจ Non-Oil มีรายได้เติบโต 31.2% จากปีก่อน ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP 10 เท่า (GDP เติบโต 2.5% จากปีก่อน) ขณะที่กำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน
โดยมีกาแฟพันธุ์ไทยเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจ Non-Oil ด้วยการเติบโตที่โดดเด่น ด้วยการขยายสาขา แบบก้าวกระโดด ที่ในปีนี้จะมีการขยายสาขาในภาพรวมเพิ่มขึ้นถึง 800 สาขา ขยับตัวเลขสาขารวมขึ้นไปแตะที่ 2,100 สาขา
ส่วนในปี 2569 พันธุ์ไทยเองมีเป้าหมายที่จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นถึง 1,000 สาขา เพื่อที่จะให้สามารถบรรลุเป้าหมาย การมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 สาขา ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า
สิ่งที่ตามมานอกเหนือจากการมีสาขาอยู่ในมือจำนวนมากก็คือการเติบโตในเรื่องของ Branding ที่วันนี้ แบรนด์ พันธุ์ไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับของลูกค้าในวงกว้าง แน่นอนว่า การมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งสามารถนำมาต่อยอดไปสู่ธุรกิจ อาหารได้ไม่ยากเย็นนัก

และที่ถือเป็นโมเดลทดลองก็คือการเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย ที่เริ่มจะมีความลงตัวมากขึ้น หลังจากเปิดสาขา แรกที่ริมคลองรังสิต ใกล้ดรีมเวิลด์ ในอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยใช้ชื่อว่า "Punthai Coffee Boat Noodle" ก่อนที่มี การเปิดสาขาที่ 2 ตามมาในย่านรังสิตเช่นกัน
การเปิดร้านเกี๋ยวเตี๋ยวเรือพันธุไทย ถือเป็นการผสมผสานระหว่างร้านกาแฟพันธุ์ไทยเดิมกับเมนูก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็น การทดลองตลาดเพื่อขยายแบรนด์ "พันธุ์ไทย" จากร้านกาแฟไปสู่ธุรกิจอาหาร โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากการที่ แบรนด์เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว
ถือเป็นรูปแบบสาขาที่ช่วยเพิ่มแรงส่งให้กันและกันได้เป็นอย่างดี เพราะลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ หลังจากกินก๋วยเตี๋ยว เสร็จก็สามารถซื้อกาแฟกลับบ้านได้ โดยเป็นการตอบโจทย์ Journey ในการมาร้านกาแฟที่สามารถใช้บริการมากกว่าการดื่ม กาแฟ ซึ่งเป็นรูปแบบการขยายสาขาของแบรนด์ร้านกาแฟหลายๆ แบรนด์ในบ้านเรา ที่เริ่มมีการนำเมนูอาหารเสริมเข้าไป เพื่อ เพิ่มโอกาส และเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ามาใช้บริการให้มีมากขึ้น
สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด บอกกับเราว่า การเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารใน สไตล์สตรีท ฟู้ดแบบไทยๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่เข้ามาเสริมพอร์ตธุรกิจ Non – Oil ของ PTG ให้มีความแข็งแกร่ง และมี ความหลากหลายมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านั้น มีธุรกิจร้านอาหารที่เป็น QSR อย่าง Subway อยู่ในพอร์ต
“การทดลองเปิดสาขาแรกและสาขาที่ 2 ของร้านเกี๋ยวเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี หลังจากนี้จะมีการขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น โดยวางเป้าหมายไว้ว่าจะมีการเปิดเพิ่มเป็น 5 สาขาภายในปีนี้ ซึ่งจะยังคงยึดโลเคชันในย่านรังสิตเป็นหลัก ส่วนในปีหน้าวางเป้าหมายไว้ว่าจะเปิดเพิ่มอีก 24 สาขา”
การเปิดตัวร้าน "ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย" เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การทำ Brand Extension ของ PGT ที่เป็นการใช้ ประโยชน์จากชื่อเสียงของแบรนด์เดิม แบรนด์ "พันธุ์ไทย" เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางอยู่แล้วในฐานะร้านกาแฟที่มีสาขา จำนวนมาก โดยเฉพาะในสถานีบริการน้ำมันพีที
แน่นอนว่า การนำชื่อแบรนด์ที่คุ้นเคยมาใช้กับธุรกิจอาหารจะช่วยให้ลูกค้ายอมรับ และเปิดใจลองสินค้าใหม่ได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น แทนที่จะต้องสร้างแบรนด์ใหม่ทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ธุรกิจอาหารเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและอยู่คู่กับคนไทยมานาน มองเห็นโอกาส ในการขยายธุรกิจจากกลุ่มเครื่องดื่มและเบเกอรี่ไปสู่กลุ่มอาหารจานหลัก เพื่อเพิ่มความหลากหลายของบริการและสร้างการ เติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต
ผู้บริหารของพันธุ์ไทย บอกว่า การขยายสาขาในช่วงแรกอาจจะเป็นการเข้าไปเปิดในสถานีบริการน้ำมันของ PT ก่อน หลังจากนั้นจะมีการมองหาโลเคชันที่หลากหลายออกไปทั้งในมอลล์ และสแตนด์อะโลน โดยจะมีครัวกลางทำหน้าที่ในการ ซัพพอร์ตการขยายสาขา
นอกจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแล้ว พันธุ์ไทยยังมองถึงการเปิดร้านอาหารในแนวสตรีทฟู้ดที่คนไทยคุ้นเคยเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการทดลอง เพื่อเข้ามาช่วยเสริมพอร์ตร้านอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน การรุกตลาดร้านอาหารในครั้งนี้ยังมีการเชื่อมโยงกับ Ecosystem ของ PTG โดยเฉพาะในเรื่องของ ตัวบัตรแม็กซ์ การ์ด ที่เป็นลอยัลตี้ โปรแกรมของ PTG ที่มีผู้ถือบัตรรวม 25 ล้านใบ ซึ่งจะเข้ามาช่วยซัพพอร์ตทั้งในเรื่องของ ดาต้า และสิทธิพิเศษที่จะช่วยดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
ถือเป็นอีกการรุกที่น่าจะช่วยเสริมให้พอร์ต Non – Oil ของ PTG มีความแข็งแกร่ง และเติบโตได้ตามเป้าหมาย ที่วางไว้....