2 ปีของการลงทุน 4,000 ล้านบาทในธุรกิจเบียร์จนถึงวันนี้ “เสถียร เสถียรธรรมะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และ เบียร์คาราบาว-เบียร์ตะวันแดง ยอมรับว่ายังขาดทุน 1,000 ล้านบาท
สาเหตุที่ไม่เป็นไปตามที่หวังไว้เพราะ 1.เจอกับข้อจำกัดโดยเฉพาะการโฆษณา 2. ถูกผูกขาดโดยผู้เล่นรายใหญ่ ทำให้ไม่สามารถกระจายสินค้าได้ตามที่ตั้งใจไว้ โชคดีที่กลุ่มคาราบาวมีร้านค้าปลีกในเครืออย่าง CJ Express กว่า 1,000 สาขา และร้านถูกดีกว่า 3,000 สาขา ทำให้พอจะเป็นช่องทางขายได้
แต่ถึงอย่างนั้น เบียร์คาราบาว-เบียร์ตะวันแดง ก็ยังมีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 1% จากมูลค่าตลาดรวม 2.6 แสนล้านบาท
“เป็นธรรมดาของคนที่ติดกับอยู่ในข้อจำกัดต่างๆ ย่อมหาทางดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด” เสถียร กล่าว
นอกจากเปิดเบียร์รสชาติใหม่ “พัทยาบีชเบียร์” ไปเมื่อกลางปี ทำให้คาราบาวเป็นแบรนด์ที่มี 6 รสชาติมากที่สุดในตลาด (คาราบาว ลาเกอร์, คาราบาว ดุงเกล, ตะวันแดง ไวเซ่น, ตะวันแดง โรเซ่ ,ตะวันแดง ไอพีเอ)
วันนี้กลุ่มคาราบาวสู้ศึกครั้งใหม่ ครั้งนี้เป็นการบุกตลาดออนพรีมีส (On-Premise) ทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ ด้วยการส่ง “เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” จากตำนานโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง Microbrewery ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกของไทย ออกจำหน่ายนอกพื้นที่โรงเบียร์เป็นครั้งแรกมี 2 รสชาติ ได้แก่ ลาเกอร์ และ โรเซ่ ส่วนไวเซ่นจะเป็นลำดับต่อไป
“จากวันนี้ถึงต้นปีหน้า เราจะมีตู้เบียร์กระจายไปวางในร้านค้าราว 100 ตู้ และเตรียมเปิดตัวแท็ปเบียร์ใหม่ในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 ไม่เพียงเท่านั้น ปีหน้าจะเป็นปีที่ธุรกิจเบียร์เริ่มมีกำไร เพราะเดือนธันวาคม 2568 จะเป็นเดือนแรกที่เราไม่ขาดทุนแล้ว”
นอกจากนี้ เสถียร ยังเผยถึงความคืบหน้าในความร่วมมือกับ “ชิงเต่า” แบรนด์เบียร์ชื่อดังสัญชาติจีน ในการใช้คาราบาวเป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าเพื่อบุกตลาดไทยและอาเซียนในต้นปี 2569 ซึ่งการที่ชิงเต่าเข้ามาจะช่วยเติมเต็มช่องว่างกำลังการผลิตได้มาก เพราะในเชิงโครงสร้างการผลิตปัจจุบันคาราบาวมีกำลังการผลิตรวม 300 ล้านลิตรต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดิม 200 ล้านลิตร แต่ยังใช้ประสิทธิภาพเพียง 20% เท่านั้น
ความร่วมมือครั้งนี้ยังพ่วงมากับการที่ชิงเต่าจะเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดงในจีน โดยคาดว่าจะเริ่มทำตลาดใน 2–3 มณฑลก่อนขยายทั่วประเทศ