ในวันที่บรรยากาศการจับจ่ายของคนไทยยังไม่กลับมาคึกคักเหมือนเคย เสียงสะท้อนจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ว่า “อยากใช้ แต่ต้องคิดก่อนซื้อ” กลายเป็นคำที่บ่งบอกพฤติกรรมของยุคนี้ได้ดีที่สุด หลังผ่านพ้นช่วงเศรษฐกิจผันผวนและค่าครองชีพที่ยังสูง หลายคนเริ่มหันมาใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น เลือก “ใช้เท่าที่จำเป็น” มากกว่า “ใช้เพื่อความสุข” ทำให้บรรยากาศในศูนย์การค้าหรือย่านช็อปปิ้งดูเงียบลงกว่าทุกปี
โดยเฉพาะในปัจจุบันผู้บริโภคไม่ตอบสนองต่อแคมเปญลด แลก แจก แถม เหมือนในอดีต แบรนด์ค้าปลีกหลายเจ้าจึงต้องมองหาเหตุผลใหม่ ที่จะทำให้คนอยากออกจากบ้านมาเดินห้าง อยากกลับมามีช่วงเวลาที่ดีร่วมกับเพื่อนๆอีกครั้งและนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ “เดอะมอลล์” เลือกคิดต่าง เพราะเมื่อการตลาดแบบเดิมเริ่มถึงทางตัน รีเทลเองก็ต้องมองหาเหตุผลใหม่ ที่ดึงดูดให้ผู้คนกลับมาเดินห้างและสร้างช่วงเวลาดีๆ ร่วมกับเพื่อนๆอีกครั้ง
และเมื่อโปรโมชั่นเดิมไม่ตอบโจทย์แล้ว เดอะมอลล์จึงหันมาเน้นการสร้างประสบการณ์และความสุขให้ลูกค้าแทน โดยการพลิกมิติแคมเปญปีใหม่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ซื้อ “ประสบการณ์” ก่อน “โปรโมชั่น”โดยชูอาร์ตทอยอย่าง มอน ชิชิ (Monchhichi) ตุ๊กตาลิงน่ารักจากประเทศญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นโดยบริษัท เซคิงุจิ (Sekiguchi) ในปี พ.ศ. 2517 มีเอกลักษณ์คือการดูดนิ้วโป้ง และมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดที่ต้องการสร้างตัวละครที่สื่อถึงความรัก ความอบอุ่น และความสุข มอน ชิชิ กลายเป็นที่ครองใจคนทั่วโลกด้วยความน่ารักมากกว่า 50 ปี

ภายใต้แคมเปญ MONCHHICHI x THE MALL GROUP THE GREAT NEW YEAR 2026 ประสบการณ์แห่งความสุขในรูปแบบใหม่ ที่ผสมผสานจิตวิญญาณของญี่ปุ่นเข้ากับความอบอุ่นแบบไทย ถือเป็นการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experience Marketing) ที่ผสมผสานพลังจาก Global Brand สู่ความเป็น Local Culture ของไทย ด้วยกระแสความนิยมของตลาดอาร์ตทอยและคาแรคเตอร์เซเลบริตี้ ที่กำลังเติบโตทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่มองของสะสมเป็นทั้งงานศิลปะและเครื่องแสดงตัวตน
วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเดอะมอลล์เคยจัดอีเวนต์ Art Toy Festival ที่สาขางามวงศ์วาน โดยร่วมงานกับศิลปินอาร์ตทอยไทยหลายคน ทำให้เห็นพลังของงานครีเอทีฟและศักยภาพของตลาดนี้อย่างชัดเจน มอนชิชิในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่แคมเปญหนึ่ง แต่คือการต่อยอดสู่การสร้างคัลเจอร์ ไลฟ์สไตล์ และป๊อปอัพสโตร์ที่ผ่านการพัฒนาระดับหนึ่งกว่าจะลงตัว”
เรียกว่าเป็นการยกระดับประสบการณ์เฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ของประเทศไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์กรุงเทพฯ และประเทศไทยให้เป็น “แลนด์มาร์กแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ของภูมิภาค” เป็นอีกก้าวสำคัญในการผสาน Soft Power ด้านวัฒนธรรมกับอุตสาหกรรมรีเทล
“ตลาดอาร์ตทอยในปัจจุบันเติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นวัฒนธรรมที่โดนใจทั้งเจเนอเรชันมิลเลนเนียล เจนซี ไปจนถึงกลุ่มครอบครัว ด้วยกระแสเทรนด์และคัลเจอร์ที่ผู้บริโภคไทยชื่นชอบอยู่แล้ว ทั้งความ “คาวาอี้” น่ารักกุ๊บกิ๊บ และความหลงใหลในญี่ปุ่นที่คนไทยเลือกเป็นที่เที่ยวอันดับต้นๆ ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่” วรลักษณ์ กล่าว

สำหรับ การนำมอนชิชิ (Monchhichi) เข้ามาเป็นไฮไลท์ของเทศกาลปีใหม่นี้ มีอะไรบ้างไปดูกัน- บรรยากาศการตกแต่ง ‘มอนชิชิ คริสต์มาสธีม’ (Monchhichi Christmas Theme) ตลอดจนคาแรคเตอร์มอนชิชิ ที่ถูกถ่ายทอดลงบนกระดาษห่อของขวัญและถุงช้อปปิ้ง ลวดลายพิเศษ ดีไซน์ขึ้นเฉพาะเทศกาลนี้ ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์
- พรีเมี่ยม มอนชิชิ ลิมิเต็ด คอลเลคชัน (Monchhichi Limited Collection) เมื่อช้อปปิ้งภายใต้แคมเปญครบตามกำหนดภายในศูนย์ฯ และห้างฯ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ รับทันที ‘มอนชิชิ ลิมิเต็ด คอลเลคชัน’ (Monchhichi Limited Collection) เช่น Monchhichi Bottle, Blanket, Tote Bag , Shopping Bag และ Tumbler โดยมีสิทธิพิเศษให้กับสมาชิก M Card และ Bangkok Bank M Visa ตามเงื่อนไขที่กำหนด
- มอนชิชิ ไทย ไทย คอลเลคชั่น (Monchhichi THAI THAI Collection) Exclusive Collections & First Launchเฉพาะประเทศไทย ภายในแผนก BETREND ที่ห้างฯในเครือเดอะมอลล์กรุ๊ปเท่านั้น นำเสนอสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น พร้อม Thailand Exclusive Collection เช่น Monchhichi ชุดมวยไทย, ลูกช้าง, ชุดนักเรียนไทยชาย-หญิง, The Mall Group Holiday Collection ของขวัญทั้งสินค้าแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ไอเทม จาก Take Toys ผู้ถือลิขสิทธิ์และจัดจำหน่ายสินค้า Monchhichi ในประเทศไทย
- Monchhichi Holiday Store - The First-ever Pop-Up Concept Store in Thailand ที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568 ครั้งแรกที่เดียวในไทยกับ “Monchhichi Holiday Store” ป๊อปอัพที่รวบรวมที่สุดของสินค้า และประสบการณ์ความสุขซนของ Monchhichi ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Joyful Gifting Destination พบกับสินค้าคอลเลกชันพิเศษ Thailand Exclusive เฉพาะประเทศไทย, The Mall Group Holiday Collection และ First Launch จาก Take Toys พิเศษที่ห้างฯ ในเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป ทั้งของขวัญ สินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ไอเทม พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ Monchhichi Meet & Greetและ ของรางวัลสุดเซอร์ไพรส์ รวมมูลค่ากว่า 200,0000 บาท และบริการห่อของขวัญแบบฟุโรชิกิสไตล์ญี่ปุ่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อช้อปฯครบตามที่กำหนด
- Monchhichi Christmas Town Experience Event ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 โดยนำเสนอประสบการณ์ที่หลากหลายจากคาแรคเตอร์ Monchhichi อาทิ คริสต์มาส Monchhichi สูงกว่า 12 เมตร และ Monchhichi ยักษ์สูงกว่าตึก 2 ชั้น พร้อมกิจกรรมมากมาย เช่น Monchhichi Carousel, Monchhichi House, Immersive Infinity Room, Monchhichi Express Station
- LINE สติ๊กเกอร์ Monchhichi

โดยทุกประสบการณ์ที่ส่งมอบล้วนสร้าง Social Engagement เพื่อสร้างโมเมนต์ที่ลูกค้าสามารถแชร์และเข้าถึงง่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และที่สำคัญความร่วมมือครั้งนี้กับบริษัท เซกิกูชิ (Sekiguchi) ไม่เพียงสร้างประสบการณ์สนุกสนาน แต่สะท้อน Strategic Fit ระหว่างสองธุรกิจครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดและประสบการณ์ลูกค้า การผสาน Global Brand เข้ากับ Local Culture ทำให้เราเพิ่มคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมของลูกค้าในช่วงเทศกาล ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
วันนี้แนวคิดเรื่อง “รีเทล” และ “ฟู้ด” ไม่ได้จำกัดแค่การซื้อขาย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “เอนเตอร์เทนเมนต์” ให้ลูกค้าได้รับความสนุกและสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไป คนไม่ได้มาศูนย์การค้าเพื่อซื้อของเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองหาประสบการณ์อื่นๆ เช่น มากินข้าว นัดพบเพื่อน ทำให้รีเทลหลายเจ้าก็ต้องพยายามหาเหตุผลใหม่ๆ ทำยังไงก็ได้ให้คนกลับมาเดินห้างในความถี่ที่มากขึ้น เมื่อลูกค้ากลับมา สิ่งอื่นๆก็จะดีตามขึ้นไปด้วย
“นี่คือเหตุผลที่เดอะมอลล์ตัดลดจำนวนแคมเปญโปรโมชั่น จากเดิม 4-5 แคมเปญ เหลือเพียง 1-2 แคมเปญ เพื่อเน้นเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นหลัก เช่น การนำไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมาผสมกับการสร้าง Social Engagement ผ่านมอนชิชิ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เกิดประสบการณ์ที่คิดใหม่ ทำใหม่ ไม่ใช่แค่ขายของด้วยโปรโมชั่น แต่สร้างแรงบันดาลใจและความสนุกให้ลูกค้า โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มสิ่งอื่น เพียงแค่โฟกัสให้ชัด เลือกรบในสนามที่คิดว่าทำแล้วชนะ เลือกสิ่งที่ใช่ และโฟกัสกับมัน” วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย