รู้หรือไม่? ร้านล้างรูปที่เราเห็นกันบ่อย ๆ อย่าง ‘FUJIFILM’ จริง ๆ แล้วมีสกินแคร์อย่าง ASTALIFT และ LUNAMER เป็นของตัวเองด้วย แถมไม่ได้ทำเล่น ๆ แต่ทำแบบวิทยาศาสตร์จัดเต็ม เป็น Photogenic Beauty อย่างแท้จริง!
จุดเริ่มต้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยความที่ FUJIFILM ผลิตฟิล์มถ่ายรูป บริษัทต้องรับมือกับศัตรูตัวร้ายอย่างแสงแดด ความร้อน และออกซิเจน ซึ่งเป็นตัวทำลายฟิล์มให้เสื่อมคุณภาพเร็ว ๆ ดังนั้นฟิล์มที่ดีต้องเต็มไปด้วย ‘สารต้านอนุมูลอิสระ’ และเทคโนโลยีเคมีระดับโมเลกุลที่ซับซ้อนมาก ที่น่าทึ่งคือกลไกการทำลายฟิล์มพวกนี้ ดันคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนผิวเราเวลาโดนแดด โดนมลภาวะ นั่นเลยเป็นจุดเริ่มที่ FUJIFILM เอาองค์ความรู้ลึก ๆ ที่มีมากว่า 80 ปี มาต่อยอดเป็นนวัตกรรมสกินแคร์ซะเลย
จากความรู้นั้น FUJIFILM ก็เลยพัฒนาแบรนด์สกินแคร์ออกมา เช่น ASTALIFT และ LUNAMER สกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่าย โดยหยิบเอาทั้งความสามารถด้านการจัดเรียงโมเลกุล การควบคุมการซึมผ่านของแสง ไปจนถึงเทคโนโลยีนาโนที่เดิมใช้กับฟิล์ม มาปรับใช้กับการดูแลผิว จนผลิตออกมาเป็นนาโนคอลลาเจนที่เล็กมาก ๆ ช่วยให้ผิวดูดซึมได้ดีขึ้น แล้วก็ยังคงความเสถียรไม่เสื่อมสภาพง่าย


ที่เด็ดอีกอย่างคือ ยังเอาความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ภาพที่ปกติใช้ทำกล้อง ใช้สร้างฟิล์ม มาสแกนและวิเคราะห์ผิวแบบละเอียดระดับพิกเซล เพื่อดูว่าผิวเปลี่ยนไปยังไงจริง ๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์ทุกตัวเกิดจากข้อมูลทดลอง ไม่ใช่เดาเอาหรือแค่ทำการตลาดสวย ๆ
และถึงหลายคนจะคิดว่า “ของแต่งหน้าจากแบรนด์กล้อง ใครจะใช้?” แต่เรื่องจริงคือ ASTALIFT กลายเป็นธุรกิจที่ช่วยประคองบริษัทในวันที่ตลาดกล้องแข่งขันหนักมาก ขนาดรายงานและบทวิเคราะห์หลายเจ้ายังเขียนเลยว่า ASTALIFT นี่แหละกลายเป็นเสาหลักรายได้ของ FUJIFILM หลังเปิดตัวในสิงคโปร์ ฮ่องกง และยุโรป และได้รับกระแสตอบรับดีจนบริษัทขยายไปประเทศอื่นต่อ
แม้รายงานการเงินล่าสุดจะบอกว่ากลุ่ม Consumer Healthcare โดยรวมยอดตกเล็กน้อย เพราะบางไลน์เครื่องสำอางขายไม่ค่อยดี แต่สินค้าหลักอย่าง ASTALIFT WHITE และ ASTALIFT MEN ยังขายดีอยู่ และยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มสกินแคร์ระดับพรีเมียม-ลักชัวรี เหมาะกับตลาด anti-aging ที่เน้นของที่มีงานวิจัยจริง ๆ
ตอนนี้ในไทยก็มีขายบน Lazada ซึ่งไลน์ที่เห็นบ่อย ๆ ก็มีตั้งแต่ Advanced Lotion, Jelly Aquarysta (ตัวดัง), Renewal Eye Cream ไปจนถึง White Essence Infilt หลายตัวก็รีวิวดีมาก ส่วนต่างประเทศก็มีจำหน่ายในญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และอีกหลายประเทศ ผ่านทั้งร้านตัวแทนและดรักสโตร์ ยิ่งพอมาดูฝั่งธุรกิจ Healthcare ของ FUJIFILM บริษัทก็ระบุชัดว่ากลุ่มเวชสำอางและสกินแคร์นี่เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ผลักดันจริง ไม่ได้ทำเป็นโปรเจกต์รองแต่อย่างใด
สรุปง่าย ๆ คือ FUJIFILM เป็นตัวอย่างของบริษัทที่เอาจุดแข็งจากอุตสาหกรรมหนึ่งไปต่อยอดสู่อุตสาหกรรมใหม่ได้แบบเหนือความคาดหมายมาก ๆ ใครจะไปคิดว่าความรู้เรื่องฟิล์ม กล้อง และเคมีระดับโมเลกุล จะกลายมาเป็นสกินแคร์ไฮเทคที่ขายดีได้จริง แต่พอเข้าใจเบื้องหลังแล้ว ก็น่าทึ่งว่าโลกของเทคโนโลยีมันเชื่อมกันได้