เมื่อเอ่ยชื่อ ฟูจิฟิล์ม (FUJIFILM) หลายคนอาจยังนึกถึงแบรนด์กล้องถ่ายรูปที่อยู่คู่กับความทรงจำมาหลายทศวรรษ แต่แท้จริงแล้ว ฟูจิฟิล์มคือหนึ่งในองค์กรเทคโนโลยีระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายกว่าที่คิด โดยใช้เทคโนโลยีจากเลนส์กล้องเป็นต้นแบบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ฟูจิฟิล์ม ไม่ว่าจะเป็นกล้องส่องทางไกล เครื่องพิมพ์ สารเคมีในห้องแล็บฯ หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ทางฟูจิฟิล์มก็มีเช่นกัน โดยธุรกิจหลักภายใต้แบรนด์ฟูจิฟิล์มประกอบด้วย ธุรกิจภาพถ่าย (Imaging) ธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Materials) ธุรกิจการแพทย์ (Healthcare) และธุรกิจโซลูชันสำนักงานและเครื่องพิมพ์ (Business Innovation) ซึ่งธุรกิจ Business Innovation ครองสัดส่วนทางรายได้มากที่สุดภายใต้แบรนด์ฟูจิฟิล์ม
วันนี้ เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักผู้ที่อยู่เบื้องหลังโซลูชันดิจิทัลและเครื่องพิมพ์สำนักงาน ธุรกิจที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์ระดับโลกอย่างฟูจิฟิล์ม (FUJIFILM) เมื่อหลายปีก่อน เราอาจจะคุ้นเคยกับแบรนด์เครื่องถ่ายเอกสารยี่ห้อฟูจิ ซีร็อกซ์ (FUJI Xerox) หรือที่เรามักเรียกกันติดปากเมื่อต้องการสำเนาเอกสารว่า ‘ซีร็อกซ์’ ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 2019 แบรนด์ฟูจิฟิล์มได้ทำการเข้าซื้อกิจการ FUJI Xerox ทั้งหมดและได้รีแบรนด์ในปี ค.ศ. 2021 เป็น ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (FUJIFILM Business Innovation) สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ต้องการเป็นมากกว่าเครื่องถ่ายเอกสารและปรับตัวทางธุรกิจให้สอดรับกับเทรนและรูปแบบการทำงานทั่วโลกที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ใช้กระดาษน้อยลง และพึ่งพาการทำงานลักษณะดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
เพื่อตอกย้ำการวาง Brand Positioning ใหม่ของ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ที่ต้องการเป็นมากกว่าผู้จำหน่ายเครื่องพิมพ์เอกสาร วันนี้ทางแบรนด์ได้เดินหน้าปรับภาพลักษณ์องค์กรสู่บทบาท “ที่ปรึกษาด้านดิจิทัลโซลูชันแบบครบวงจร” หรือ Digital Solution Consultant ที่มององค์รวมการทำงานของลูกค้าแบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการทำงาน การสื่อสารภายใน ระบบข้อมูล หรือจุดที่ทำให้การทำงานด้านเอกสารล่าช้า พร้อมคัดสรรและนำเสนอโซลูชันที่สามารถแก้ Pain Point ของทุกกลุ่มธุรกิจด้วยเทคโนโลยี Workflow Automation ที่สร้างสรรค์พื้นที่การทำงานยุคดิจิทัลให้ผู้คนทั่วโลก ส่งเสริมกระบวนการทำงานให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น
ธุรกิจ Business Innovation ของแบรนด์ฟูจิฟิล์ม ภายใต้การบริหารงานโดย ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ได้ยกระดับการสื่อสารและสร้างการรับรู้กับกลุ่มเป้าหมายผ่านกลยุทธ์การสื่อสารแบบ 360 องศา คลอบคลุมทุกมิติ เชื่อมต่อกลุ่มเป้าหมายและลูกค้าในทุก ๆ Touchpoint ไม่ว่าจะเป็น งานสัมมนา งานอีเวนท์ของแบรนด์และร่วมกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ รวมถึงการทำสื่อบนแพลตฟอร์มออนไลน์แบบ Always On ส่งเสริมการสื่อสารและแบรนด์กับลูกค้าเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ
ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แบรนด์ฟูจิฟิล์มกำลังมุ่งสร้างตัวตนใหม่ในฐานะ “Holistic Brand” ที่พร้อมส่งมอบคุณค่าทางธุรกิจให้กับลูกค้าในทุกมิติตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ที่นำไปสู่การทำงานแบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรต้องการ Workflow ที่เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และเชื่อมโยงมากขึ้นกว่าที่เคย รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานในองค์กรด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีรองรับรูปแบบการทำงานในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

หากยังนึกภาพไม่ออก คุณธีรยา สุขมาก Strategic Communications Manager, FUJIFILM Business Innovation (Thailand) Co., Ltd. ได้เล่าถึงบทบาทของ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ไว้ว่า
“ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) แบ่งกลุ่มลูกค้าเป็นจำนวน 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจกลุ่มธนาคาร กลุ่มประกันภัย กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต กลุ่มโลจิสติกส์ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่แบรนด์ฟูจิฟิล์มทำมาโดยตลอด คือการเป็นมากกว่าผู้ขายและผู้ให้บริการ ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลางพร้อมส่งมอบคุณค่าผ่านผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ภายใต้แนวคิด Customer Happy Experience การสร้างแบรนด์ให้แตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูงนั้น แบรนด์ต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าผ่านการรับรู้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารหรือตัวแทนของบริษัทที่เข้าให้บริการลูกค้า ที่ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) เราเริ่มจากการเข้าไปทำเข้าใจลักษณะธุรกิจของลูกค้า วิเคราะห์รูปแบบการทำงาน และนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริงตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือลูกค้ากลุ่มธนาคาร บริษัทประกันและองค์กรด้านการเงินต่าง ๆ ที่ต้องจัดการเอกสารปริมาณมาก นโยบายของบริษัทเราจะเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาของลูกค้าเป็นรายเคส เช่น ต้องออกใบแจ้งหนี้จำนวนมหาศาลภายในเวลาที่จำกัด ซึ่งเป็นเอกสารที่ต้องการความปลอดภัยสูง (Confidential Document) จากนั้นก็นำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลใส่ Template ตามประเภทเอกสาร เพื่อให้เอกสารแต่ละชุดเปลี่ยนข้อมูลเฉพาะบุคคลได้แบบรวดเร็วและแม่นยำ และอีกหนึ่งโซลูชันดิจิทัลที่ช่วยลดภาระการทำงานแบบซ้ำ ๆ ของกลุ่มธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมการผลิตคือ Robotic Process Automation (RPA) โดยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กร ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายภายในองค์กร ส่งเสริมให้พนักงานในองค์กรสามารถนำเวลาเป็นพัฒนางานของตนเอง พร้อมส่งมอบคุณค่าทางธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น”
กระบวนการทั้งหมดถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องพิมพ์แบรนด์ฟูจิฟิล์ม ที่รองรับงานปริมาณมาก พร้อมบริการหลังการพิมพ์ที่เชื่อมตรงกับไปรษณีย์ที่เข้ามารับเอกสารที่หน้าโรงงาน และนำส่งถึงลูกค้าปลายทางทันที ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่นจึงถูกเลือกเป็นผู้ช่วยให้เอกสารสำคัญทั้งหมดถูกผลิต ส่งออก และถึงผู้รับได้ตามเวลาแบบไม่สะดุด เรียกได้ว่าเป็นพลังขับเคลื่อนเบื้องหลังที่ทำให้งานสำคัญของลูกค้าถูกผลิตและส่งถึงปลายทางได้อย่างราบรื่น
นอกจากงานพิมพ์ประสิทธิภาพสูง ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ยังมีโซลูชันด้านดิจิทัลที่ช่วยองค์กรทำงานได้เร็วและเป็นระบบมากขึ้น เช่น บริการแปลงเอกสารกระดาษให้เป็นดิจิทัลเพื่อง่ายต่อการค้นหา การจัดเก็บ และการบริหารข้อมูล รวมถึงเทคโนโลยีกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ หรือ Robotic Process Automation ที่ช่วยลดการทำงานแบบซ้ำ ๆ และเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ที่ใช้งานร่วมกับ FUJIFILM IWpro ซอฟต์แวร์เรือธงจากฟูจิฟิล์ม ในการอ่านข้อมูลจากภาพและเอกสาร เพื่อให้การคีย์ข้อมูลเป็นเรื่องรวดเร็วขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยให้ลูกค้าทำงานได้ไหลลื่นขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนเล็กสุดไปจนถึงกระบวนการระดับองค์กร
ดังนั้น สิ่งที่ลูกค้าของฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ได้รับจึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ แต่คือประสบการณ์ด้านประสิทธิภาพที่ดีขึ้นจริงจากฟูจิฟิล์มสู่ลูกค้าระดับองค์กร (B2B) เพื่อให้องค์กรหรือแบรนด์สามารถส่งมอบบริการให้กับลูกค้าได้อย่างทันท่วงที (B2C) ด้วยโซลูชันที่ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ออกแบบมาได้อย่างเหมาะสมกับองค์กรยุคใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากคนในองค์กรไม่เข้าใจ Brand DNA อย่างลึกซึ้ง และไม่ขับเคลื่อนแนวคิดเดียวกันไปในทุกระดับของการทำงาน
เพื่อตอกย้ำความเป็น Holistic Brand ของฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ภายใต้แบรนด์ฟูจิฟิล์มที่ส่งมอบคุณค่าของแบรนด์ให้กับลูกค้าได้อย่างรอบด้านและไร้รอยต่อ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จึงให้ความสำคัญกับ “คน” ในองค์กรเป็นอันดับแรก การจะเป็น Holistic Brand ที่ลูกค้าเชื่อมั่นได้นั้น ต้องเริ่มจากการทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจบทบาทใหม่ของแบรนด์เพื่อเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายคือ การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า (Customer Happy Experience) ให้ได้ในทุก Touchpoint ของบริการ ซึ่งสอดรับกับปรัชญาของแบรนด์คือ Value from Innovation

“ที่นี่เรามีการประชุม Kick-off ที่จัดปีละ 2 ครั้งจึงกลายเป็นเวทีสำคัญที่ผู้บริหารญี่ปุ่นจะสื่อสารเป้าหมาย ภาพรวมธุรกิจ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นหัวใจในแต่ละปี พร้อมทั้งระบุ Key Message ที่ People Manager ต้องนำไปส่งต่อถึงทีมของตัวเองแบบไม่ตกหล่น มีทีม HR คอยติดตามผลเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน” คุณวิรดา เลิศมหัทธโน Head of Human Resources and Corporate Affairs Division, FUJIFILM Business Innovation (Thailand) Co., Ltd. กล่าว
เมื่อทิศทางและความเข้าใจเริ่มชัด การลงมือพัฒนาจึงตามมาอย่างเป็นระบบ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) มีการจัด Refresh Training อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับโซลูชันของบริษัท หลายคนได้ค้นพบว่า ที่ฟูจิฟิล์ม เรามีบริการหลากหลายกว่าที่คิดไว้มาก การสื่อสารกับ People Manager ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ เพราะหัวหน้าทีมคือหัวใจในการส่งต่อคุณค่าของแบรนด์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทีมจะสามารถสะท้อนประสบการณ์เดียวกันให้ลูกค้าได้ในทุกการทำงาน
อีกหนึ่งแกนสำคัญคือการขับเคลื่อนด้าน Digital Transformation (DX) ให้เกิดขึ้นจริง ด้วยแนวคิดที่มุ่งให้พนักงานมีทั้ง Mindset และ Skill Set ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การทำงานประจำวันกลายเป็นงานอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คุณวิรดา เล่าเสริมว่า “ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) แบ่งระดับพนักงานด้าน DX ออกเป็น DX Citizen ที่มีพื้นฐานแนวคิดดิจิทัล และ DX Specialist ที่สามารถลงมือทำและใช้เครื่องมือขั้นสูง เช่น Power BI, และ DX Champion ซึ่งเป็นหัวหน้าระดับ Division Head ที่คอยให้คำปรึกษาและผลักดันให้ทีมเดินหน้าอย่างมั่นใจ การสร้างแรงบันดาลใจจากภายในก็เป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญผ่าน Showcase ของพนักงานที่เรียนรู้ทักษะใหม่จากศูนย์และสามารถสร้างผลงานที่ทั้งบริษัทใช้ได้จริง”
ความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันแต่อย่างใด แต่เป็นการสร้างแรงกระเพื่อมในองค์กร ที่ส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดริเริ่มพัฒนาตัวเอง เมื่อได้รับทักษะใหม่ก็จะช่วยให้งานเสร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่น นำมาสู่ความภาคภูมิใจในศักยภาพของตัวเอง
ในขณะที่คนพัฒนา สภาพแวดล้อมขององค์กรก็พัฒนาตามไปด้วย ที่สอดรับกับความเป็น Tech-Company ของฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น เห็นได้จากการพัฒนาเครื่องมือภายในของตัวเองอย่าง FUJIFILM AI Chat ซึ่งช่วยลดภาระงานที่เคยกินเวลา เช่น สรุปการประชุม แปลภาษา พนักงานจึงสามารถนำเวลาไปโฟกัสกับงานที่มีคุณค่ามากกว่า พร้อมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมี Multi-skill เพื่อให้พร้อมรับกับการทำงานในสภาพแวดล้อมแบบ Hybrid Work ที่ต้องคล่องตัวและตอบสนองเร็วขึ้นกว่าที่เคย
มากไปกว่านั้น ที่ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ยังมีการสำรวจความคิดเห็นพนักงาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมประจำปีที่ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยประเทศไทยมีอัตราตอบกลับ 100% และ HR นำความคิดเห็นเหล่านั้นไปทำ Action Plan จริงแบบจับต้องได้

วัฒนธรรมองค์กรของ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ยังเน้นความเปิดกว้างและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามแนวคิดไคเซ็น (Kaizen) โดยพนักงานได้รับการสนับสนุนให้เสนอความคิดเห็นอย่างอิสระ และนำแนวคิดไคเซ็นมาใช้ในการพัฒนางานอย่างไม่หยุดนิ่ง ตั้งแต่การเปลี่ยนฟอร์มกระดาษให้เป็นรูปแบบดิจิทัลไปจนถึงระบบอนุมัติอัตโนมัติที่ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความคล่องตัว โดยยังคงใช้คนเพื่อกรองความถูกต้องในหลาย ๆ ขั้นตอนเป็นมาตรฐานการทำงานแบบญี่ปุ่น ที่สะท้อนถึงความพิถีพิถันในคุณภาพของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ฟูจิฟิล์ม ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้อย่างต่อเนื่อง
“สิ่งเหล่านี้คือความตั้งใจของ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ที่อยากให้ทุกคนรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่พร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็ว (Adapt to Change) ตั้งแต่วันที่โลกเปลี่ยนจากการถ่ายเอกสาร ฟิล์มถ่ายภาพสู่การเป็น Tech-company จนถึงวันที่ต้องก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทเทคโนโลยีเต็มตัว” คุณธีรยา กล่าว
เมื่อระบบภายในคล่องตัวขึ้น พนักงานก็สามารถมอบบริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ซึ่งตอกย้ำความเป็น Holistic Brand ในแบบ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ที่การปรับตัวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะด้านผลิตภัณฑ์ แต่เกิดขึ้นควบคู่ทั้งองค์กร ตั้งแต่วิธีคิดของพนักงานไปจนถึงโซลูชันที่ส่งมอบถึงมือของลูกค้า ภายใต้ Brand Positioning ใหม่ของแบรนด์เพื่อตอกย้ำการเป็น Digital Solution Consultant
นอกจากโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและช่วยขับเคลื่อนการทำงานรูปแบบดิจิทัล ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ยังมุ่งเน้นการประกอบธุรกิจบนถนนสายสีเขียวด้านความยั่งยืนผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจบน Sustainable Global Policy ที่ใช้ชื่อว่า Sustainable Value Plan 2030 (SVP2030) ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตลงถึง 50% ภายในปี 2030 รวมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ที่ใช้ทรัพยากรหมุนเวียน หรือ Remanufactured Machine สำหรับองค์กรที่ต้องการลดค่า Index การปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อก้าวสู่ความยั่งยืน จึงจะเห็นได้ว่า ฟูจิฟิล์มมีความตั้งใจในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น พร้อมส่งมอบนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการทำงานให้กับลูกค้าในทุกมิติตาม Global Campaign ที่ได้มีการเปิดตัวไปในปีที่ 2024 คือการแต่งแต้มรอยยิ้มให้กับโลกของเรา (Giving Our World More Smiles)

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ฟูจิฟิล์มไม่เพียงแต่ปรับและเปลี่ยนธุรกิจของตัวเองให้เหมาะสมกับความต้องการในโลกปัจจุบัน ทรานส์ฟอร์มธุรกิจอย่างต่อเนื่องไปสู่บริษัทที่ส่งมอบนวัตกรรมทางธุรกิจเป็น Tech Company ที่ช่วยยกระดับการทำงานได้จริง แน่นอนว่าไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีล้ำหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคนในองค์กรที่เติบโตไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ ทุกคนมีความตั้งใจในการสร้างความสุขให้ลูกค้าเหมือนกัน และพร้อมทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของ Holistic Brand ที่สร้างคุณค่าตั้งแต่ภายในจนถึงประสบการณ์ที่ลูกค้ารับรู้ในทุกการใช้งานอย่างแท้จริง