หมาเด็ก หมาแก่ก็มาเถอะ ขอแค่เป็นคนที่คุยกันรู้เรื่อง อยู่ข้างๆ เวลาต้องการใครสักคนก็พอ! เพราะสำหรับปีนี้ “เพื่อนคุย” กลายเป็นสิ่งที่คนโสดจำนวนมากต้องการมากกว่าคนรักเสียอีก
Tinder เผยอินไซต์ปี 2026 แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ที่ “ไม่ต้องผูก แต่ไม่หาย” กำลังเติบโต ผู้ใช้จำนวนมากไม่ได้อยากรีบเป็นแฟน แต่อยากมีใครสักคนที่พึ่งพิงทางอารมณ์ได้ นี่จึงเป็นสัญญาณใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านสู่เฟสใหม่ของการเดตในปีนี้
โดยเฉพาะ Gen Z เป็นเจเนอเรชันที่ Tinder ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะมากกว่า 50% ของผู้ใช้ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย คือคนกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นเจนที่ไม่ได้เร่งหาการแต่งงาน แต่กำลังค้นหาว่า “ตัวเองชอบอะไร และอยากมีใครแบบไหนมาอยู่ในชีวิต” ความต้องการจึงหลากหลาย ตั้งแต่ความเหงา ความรัก ไปจนถึงความสัมพันธ์ชั่วคราวแบบไม่ผูกมัด ทั้งหมด “ถูกทุกข้อ” เพราะแต่ละคนมีเหตุผลของตัวเองในการเข้ามาใช้แอป
จึงไม่น่าแปลกที่ความสัมพันธ์แบบ “สบาย ๆ” หรือ “Low Key Lover” จะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะคุยง่ายกว่า ชิลกว่า และมีความพร้อมทางอารมณ์มากกว่า ขณะเดียวกัน Tinder ในวันนี้ก็ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องโรแมนติก แต่เป็นพื้นที่สำหรับหาเพื่อนเที่ยว เพื่อนกิน หรือเพื่อนคุยได้เช่นกัน
แม้ว่าโลกออนไลน์จะทำให้การเชื่อมต่อต่างๆ เกิดขึ้นรวดเร็ว แต่ Tinder ชี้ว่า “ความสัมพันธ์ที่แท้จริง” ไม่ได้สร้างขึ้นจากการแมตช์หรือแชทไม่กี่บรรทัด ผู้คนยังต้องการเจอกันในโลกจริงเพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกัน Tinder จึงทำหน้าที่เป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่เปิดประตูให้ผู้ใช้ได้เจอคนใหม่ๆ และต่อยอดไปสู่กิจกรรมนอกจอในที่สุด
ทั้งหมดนี้คือภาพใหญ่ของไลฟ์สไตล์การเดตปี 2026 ที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน และ Tinder ได้สรุปเป็น 4 เทรนด์ใหญ่ ที่จะนิยามวิธีการเชื่อมต่อกันของคนรุ่นใหม่ ดังนี้
- ความชัดเจน (Clear-Coding) คนรุ่นใหม่ไม่ต้องการคาดเดา หรือการทำตัวลึกลับซับซ้อนอีกต่อไป แต่ต้องการความซื่อสัตย์ ความเปิดเผย และการสื่อสารอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา โดยข้อมูลระบุว่า 64% ของคนโสดวัยหนุ่มสาวต้องการความซื่อสัตย์ทางอารมณ์ และ 60% ต้องการการสื่อสารเจตนาที่ชัดเจน นอกจากนี้ 73% ของผู้ใช้รู้สึกว่าพวกเขาชอบใครเมื่อพวกเขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้
- การแสดงความคิดเห็น (Hot-Take Dating) ความสนใจจะมาพร้อมกับการแสดงความคิดเห็นและค่านิยมที่มีร่วมกัน อย่าง คนโสดรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการมีจุดยืนในสิ่งที่เชื่อ โดย 37% ของคนโสด ระบุว่าการมีค่านิยมร่วมกัน เป็นสิ่งที่จำเป็นในการออกเดท ส่วนอีก 41% จะไม่ออกเดทกับคนที่มีมุมมองทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่เกือบครึ่งหนึ่ง (ประมาณ46%) บอกว่ายังพอเปิดใจได้ แต่ผู้หญิงจะมีสัดส่วนน้อยกว่า (35%) ผู้ชาย (60%) เรื่องนี้ไม่ใช่การแบ่งแยก แต่เป็นเรื่องของการเป็นตัวของตัวเอง คนโสดมองหาคู่เดทที่เชื่อในหลักการเดียวกัน ตั้งแต่ความเท่าเทียมไปจนถึงความเห็นอกเห็นใจ
ส่วนเรื่องที่ทำให้ความสัมพันธ์ไปต่อไม่ได้คือ การเหยียดเชื้อชาติ (37%), มุมมองเรื่องครอบครัว (36%), และสิทธิของกลุ่มเพศหลากหลาย (32%) และเมื่อพูดถึงสิ่งที่ใคร ๆ ให้ความสำคัญคือความใจดียังครองอันดับหนึ่ง ขณะที่ 54% บอกว่าพฤติกรรมที่รับไม่ได้ที่สุดคือ การพูดจาหยาบคายหรือเหวี่ยงใส่พนักงานบริการ
- อิทธิพลของเพื่อนสนิท (Friendfluence) เพื่อนสนิทหรือกรุ๊ปแชทจะกลายเป็น "แม่สื่อ" ทั้งยังมีอิทธิพลต่อการเลือกคู่เดท ในปี 2026 เนื่องจากเพื่อนสามารถเห็น "Red Flags" ก่อนที่เราจะเห็นเพราะกว่า 42% ของคนโสดรุ่นใหม่บอกว่าเพื่อนมีอิทธิพลต่อการออกเดท และ 37% วางแผนที่จะออกเดทแบบกลุ่มหรือแบบเป็นคู่ในปีหน้า เพื่อนจึงกลายเป็นเหมือนผู้ช่วยด้านอารมณ์ของการเดทยุคปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น 34% บอกว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนทำให้พวกเขามีหวังกับความสัมพันธ์ในอนาคต
ในปี 2569 ถ้าคู่ Match ไม่ผ่านด่านกรุ๊ปแชท ทุกอย่างจบทันที เกือบ 85% ของผู้ใช้ฟีเจอร์ Double Date อายุต่ำกว่า 30 ปี และผู้ใช้หลัก ๆ เป็นผู้หญิง เพราะมีโอกาสที่จะ 'Like' และ Match กับโปรไฟล์คู่มากกว่าโปรไฟล์เดี่ยว ถึงเกือบ 3 เท่า และผู้ใช้ฟีเจอร์ Double Date มีการส่งข้อความมากขึ้นเฉลี่ย 25% เมื่อเทียบกับแชทเดี่ยวตัวต่อตัว
- การแสดงอารมณ์และความรู้สึก (Emotional Vibe Coding) การเป็นคนที่มีความพร้อมทางอารมณ์ มีความฉลาดทางอารมณ์ และความซื่อตรงทางอารมณ์ เป็นเสน่ห์ที่คนมองหาในความสัมพันธ์ คนโสดที่กำลังมองหาคนรู้ใจในปี 2569 จะต้องบาลานซ์ระหว่างการพูดคุยและไม่ปิดกั้นทางอารมณ์อีกต่อไป 56% ให้ความสำคัญกับบทสนทนาที่จริงใจมากที่สุด 45% ต้องการความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นหลังจากโดนปฏิเสธ และคำที่ใช้นิยามการเดทปี 25691 มากที่สุดคือ "มีความหวัง" เรียกได้ว่า ความหวังเป็นสิ่งที่กำลังมาแรง และคนโสดก็ไม่กลัวที่จะแสดงออกมา
เดทแรกควรมีบรรยากาศสนุกๆ ไม่กดดัน เช่น การเดินเล่นหรือการดื่มกาแฟ เพราะคนโสดมองหาความสัมพันธ์ที่เข้ากับจังหวะชีวิตตัวเอง โดย 35% ยังมองหาคนรักที่ "ค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์แบบชิลๆ" (ผู้หญิง 33%, ผู้ชาย 38%) คนที่ทำให้เกิดความรู้สึกสบายๆ ไม่ดราม่า และให้พลังงานดีๆ นอกจากนี้ บางคนไม่กลัวที่จะรู้สึกผิดหวัง 28% บอกว่าชอบความรู้สึกที่ได้แอบชอบ ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้ไปต่อก็ตาม
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Gen Z กำลัง “รีดีไซน์นิยามของการเดต” การเร่งสร้างสถานะไม่ได้จำเป็นเสมอไป แต่ความสัมพันธ์ที่จริงใจ ชัดเจน และตรงกับตัวตนต่างหากสำคัญกว่า ไม่ว่าจะในฐานะแฟน เพื่อน หรือแค่เพื่อนคุย
เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่มองว่าการเดตไม่ใช่สูตรสำเร็จอีกต่อไป แต่เป็น “พื้นที่เขียนเรื่องราวในชีวิตของตัวเอง” ด้วยความหวังแบบที่เข้ากับใจและจังหวะของแต่ละคนจริงๆ