BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,975
VIEWS

ในโลกการตลาดใบนี้มี 2 คำศัพท์ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาด นั่นคือคำว่า Brand Loyalty กับ Customer Loyalty ซึ่งแม้ทั้ง 2 คำนี้จะมีความคล้ายกัน แต่ก

ม.ค. 21, 2569 R.Somboon
ในโลกการตลาดใบนี้มี 2 คำศัพท์ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาด นั่นคือคำว่า Brand Loyalty กับ Customer Loyalty ซึ่งแม้ทั้ง 2 คำนี้จะมีความคล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างของมันอยู่ในตัว
               
หากจะให้อธิบายความหมายของคำว่า Brand Loyalty มันก็คือความจงรักภักดีในแบรนด์ ซึ่งหมายถึงความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และภูมิใจที่จะเลือกใช้สินค้าจากแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจไปใช้สินค้าแบบเดียวกันจากแบรนด์อื่น
 
ในเชิงจิตวิทยาแล้ว การทำให้ผู้บริโภคมีทัศนคติที่ดีและประทับใจต่อแบรนด์ เกิดจากประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากแบรนด์ รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ได้รับ ซึ่งทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์นั้นเกิดจาก 3 ส่วนสำคัญด้วยกัน ไล่ตั้งแต่
 
1.ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ ที่ผู้ซื้อจะมีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์เมื่อแบรนด์สามารถทำให้พวกเขารู้สึกวางใจและเชื่อมั่นได้ จากคุณภาพสินค้าและมาตรฐานที่คงเส้นคงวาของแบรนด์ โดยพวกเขารู้สึกมั่นใจว่าแบรนด์จะสามารถตอบสนองความต้องการได้ หากลูกค้าไม่มีความเชื่อมั่นก็จะต้องเสียเวลาหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจและสร้างเชื่อมั่นก่อนจะซื้อสินค้า
 
2.การทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับความเชื่อของผู้ซื้อ และสามารถทำให้พวกเขาประทับใจแบรนด์จนถึงขั้นยกให้อยู่ในใจ เช่น ลูกค้าผู้หญิงมีความเชื่อว่าเครื่องสำอางแบรนด์นี้ใช้แล้วจะทำให้ดูดี และมีเสน่ห์มากขึ้น ยิ่งหากแบรนด์ไหนสามารถผลิตสินค้าที่ตรงตามความเชื่อของผู้หญิงได้ ก็จะเกิดความเชื่อมั่นและกลายเป็นความภักดีต่อแบรนด์
 
3.เช่นเดียวกับเรื่องของความง่ายในการเข้าถึง หากแบรนด์นั้นสามารถเข้าถึงได้ง่ายก็จะก่อให้เกิดความภักดี เช่น  เมื่อต้องการซื้อแชมพูสระผมสักขวดก็จะนึกถึงซันซิล เพราะหาซื้อได้ง่าย ทั้งจากโมเดิร์นเทรด ร้านค้าใกล้บ้าน หรือแม้แต่การซื้อจากร้านค้าในออนไลน์ ซึ่งแรงส่งที่ทำให้พวกเขานึกถึงแชมพูแบรนด์นี้ ยังมาจากการโฆษณาที่มองเห็นได้จากทุกสื่อ เป็นต้น 
 
นั่นคือ ความหมายและคำอธิบายถึงคำว่า Brand Loyalty 
ขณะที่หากมองความหมายของคำว่า Customer Loyalty หรือความภักดีของลูกค้าแล้วจะพบว่า คือความเต็มใจของลูกค้าที่จะซื้อสินค้าหรือบริการจากบริษัทเดิมซ้ำอย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนไปใช้คู่แข่ง แม้ว่าคู่แข่งอาจเสนอผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันในราคาที่ถูกกว่าหรือสะดวกกว่า
 
โดยแก่นแท้แล้ว Customer Loyalty เป็นผลมาจากความพึงพอใจและการได้รับประสบการณ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอในการทำธุรกรรมครั้งก่อนๆ ซึ่งลักษณะสำคัญของ Customer Loyalty ประกอบไปด้วย
 
1.การซื้อซ้ำ (Repeat Purchases) โดยลูกค้าเลือกกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการเดิมเป็นประจำ
 
2.การไม่เปลี่ยนใจ (Resistance to Competitors) ลูกค้าไม่ถูกดึงดูดด้วยข้อเสนอที่ดีกว่าจากแบรนด์อื่นได้ง่าย
 
3.ขณะที่ในแง่ของพฤติกรรมเชิงปฏิบัติแล้ว พบว่า แรงจูงใจหลักมักมาจากประโยชน์ที่จับต้องได้ เช่น ความคุ้มค่า, โปรแกรมสะสมแต้ม (Loyalty Programs), บริการที่รวดเร็ว, หรือความสะดวกในการเข้าถึง
 
4.ความพึงพอใจเป็นพื้นฐาน โดยความภักดีนี้สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความพึงพอใจในคุณภาพหรือบริการที่ได้รับในแต่ละครั้ง


ส่วนการวัดในเรื่องของ Customer Loyalty เราจะวัดจาก
 
1.Transactional Loyalty ซึ่งเป็นความภักดีของลูกค้าที่สามารถวัดได้อย่างง่ายดายด้วย ยอดซื้อสินค้าว่ามีต่อเนื่องแค่ไหน โดยความภักดีประเภทนี้จะเก็บข้อมูลได้จากยอดการสั่งซื้อในแต่ละครั้งที่ลูกค้าทำการซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของเรา
               
2.Non-Transactional Loyalty เป็นการวัดความภักดีของลูกค้าที่ไม่ได้มองหรือวัดจากยอดขายสินค้าจนเห็นภาพชัดเจนเหมือนกับรูปแบบแรก แต่เป็นการวัดจากการ Engage กับแบรนด์ในการโต้ตอบและพูดถึงผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแทน ซึ่งในรูปแบบนี้จะถูกนำมาใช้ประกอบเพื่อดูผลในภาพรวม
               
หากจะให้สรุปความแตกต่างที่สำคัญของทั้ง Brand Loyalty และ Customer Loyalty แล้ว จะพบว่า Brand Loyalty คือความรักและความผูกพันที่ “ลึกซึ้ง” เป็นเรื่องของ Emotionalที่ทำให้ลูกค้ายึดติดกับแบรนด์ในระยะยาวและยอมจ่ายเพื่อแลกกับแบรนด์ที่พวกเขามีความภักดี
 
ขณะที่ Customer Loyalty คือความภักดีเชิง “พฤติกรรม” (Transactional) ที่เกิดจากการซื้อซ้ำ มักมีปัจจัยด้านราคามาเกี่ยวข้องและเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่า หากมีแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเข้ามาชักจูงใจด้วยข้อเสนอหรือสิทธิพิเศษที่มากกว่า ทำให้การใช้เครื่องมืออย่าง CRM หรือลอยัลตี้โปรแกรม กลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการดึงให้ลูกค้ายังคงมีลอยัลตี้ต่อเรา
 
โดยสรุปแล้ว Customer Loyalty คือการที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเพราะได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้ เช่น คุ้มค่า ราคาถูก หรือสะดวก
 
ส่วน Brand Loyalty คือการที่ลูกค้ารักและเชื่อในแบรนด์อย่างลึกซึ้ง จนเลือกแบรนด์นั้นโดยไม่สนใจปัจจัยภายนอกอย่างราคาหรือความสะดวก ซึ่งทั้ง 2 สิ่งมีความสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว แต่ต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันในการสร้างและรักษาไว้


หากต้องการสร้าง Customer Loyalty จะสามารถพิจารณาใช้โปรแกรม CRM และ Loyalty Program ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ให้ได้เหนียวแน่นมากที่สุด
 
เช่นเดียวกันกับ หากให้ลูกค้ามี Brand Loyalty ที่เข้มแข็งกับแบรนด์เราแล้ว การสร้าง Brand Loyalty จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ และความเชื่อมั่นในคุณค่าของแบรนด์ มากกว่าแค่สิทธิประโยชน์ทางกายภาพ ไล่เลียงตั้งแต่
 
1. สร้างความเชื่อมั่นและรักษาคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะหัวใจสำคัญที่สุดคือการมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสม่ำเสมอในทุกๆ ครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ ความสม่ำเสมอนี้สร้างความไว้วางใจพื้นฐานที่จำเป็นต่อความภักดีระยะยาว
 
2. กำหนดตัวตนและคุณค่าของแบรนด์ให้ชัดเจน โดยแบรนด์ต้องมีเรื่องราว (Brand Story) และจุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ (Brand Purpose) ที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงและเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ เช่น แบรนด์ที่เน้นเรื่องความยั่งยืนหรือกิจกรรมเพื่อสังคม
 
3. สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยม (Customer Experience) เป็นการสร้างผ่านทุก Touchpoints ของลูกค้ากับแบรนด์ต้องราบรื่นและน่าประทับใจ ตั้งแต่การเลือกซื้อ การใช้งาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย การแก้ไขปัญหาของลูกค้าอย่างรวดเร็วและกระตือรือร้นมีส่วนสำคัญมาก
 
4. สื่อสารและมีส่วนร่วมกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียและช่องทางอื่นๆ ในการสื่อสารเรื่องราว กิจกรรม และโปรโมชันใหม่ๆ ให้ลูกค้ารับทราบอย่างต่อเนื่อง การสร้างชุมชน (Community) ให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วมจะช่วยเพิ่มความผูกพันได้
 
5. สร้างโปรแกรมความภักดี (Loyalty Programs) ที่มีคุณค่าทางจิตใจแม้ว่าโปรแกรมสะสมแต้มจะดูเป็นเรื่องของ Customer Loyalty แต่สามารถยกระดับให้เป็น Brand Loyalty ได้โดยการเสนอรางวัลหรือประสบการณ์พิเศษที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น เช่น การเป็นสมาชิก VIP หรือได้รับสิทธิพิเศษก่อนใคร ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษและมีความสำคัญต่อแบรนด์นั่นเอง


Ultra V Thailand ฉลองครบรอบ 11 ปี สุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม “Glow GALA” พร้อมเปิดตัว ULTRACOL Brand Ambassador นักแสดงชื่อดังระดับโลก Lee Dong Wook

“แม่บุญล้ำ” ปลดล็อกภาพจำปลาร้าไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่เครื่องปรุงระดับอุตสาหกรรมที่ครองใจผู้บริโภค

ถอดรหัส 3 แกนความสำเร็จของ Samsung AI TV เบื้องหลังการครองอันดับ 1 2026 Thailand’s Most Admired Brand 12 ปีติดต่อกัน

“HomePro” จากผู้ค้าปลีกสู่ Home Lifetime Companion พร้อมสร้างจิ๊กซอว์เติมเต็ม Ecosystem ครองใจลูกค้าระยะยาว

ไปรษณีย์ไทย ขับเคลื่อนอนาคตสู่ยุค Lifestyle Logistics ด้วยยุทธศาสตร์ Trust-driven Growth

ถอดสูตรความสำเร็จลาซาด้า กับการเปลี่ยนสนามรบของ E-commerce จาก “ราคาถูกที่สุด” เป็น “เชื่อถือได้ที่สุด”

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact