ชื่อของ "หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา" ถูกจดจำในฐานะดีไซเนอร์ฝีปากกล้าจากรายการ The Face Men Thailand หรือผู้อยู่เบื้องหลังชุดราตรีระดับประเทศของ Miss Universe Thailand แต่ในมุมมองทางธุรกิจ สิ่งที่ผู้ชายคนนี้สร้างขึ้นภายใต้ชื่อ ASAVA Group นั้นยิ่งใหญ่และซับซ้อนกว่าภาพที่เห็นหน้าสื่อ
จากจุดเริ่มต้นในปี 2008 ที่ต้องการทำเสื้อผ้าให้ผู้หญิงดูฉลาดและโก้หรู วันนี้ ASAVA กลายร่างเป็นอาณาจักรที่ครอบคลุมทั้ง Fashion, Food และ Entertainment โดยมีแกนกลางสำคัญคือคำว่า "Style & Soul"
วันนี้เราจะไปสำรวจอาณาจักรของพลพัฒน์ ว่ามีอะไรบ้าง ประกอบไปด้วย 3 กลุ่ม
1. The Fashion Empire: จาก Niche สู่ Mass และ Corporate
ธุรกิจหลักที่เป็นหัวใจของอาณาจักรคือแฟชั่น แต่คุณหมูไม่ได้ทำแค่แบรนด์เดียว เขาแตกไลน์สินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ได้แก่
ASAVA : แบรนด์แม่ที่เน้นความเรียบโก้ สำหรับผู้หญิงทำงาน ผู้บริหาร หรือออกงานสังคม มี Signature คือโครงเสื้อที่เนี้ยบกริบและการตัดเย็บระดับห้องเสื้อชั้นสูง ปีนี้มีแผนโกอินเตอร์ร่วมมือกับ DITP กระทรวงพาณิชย์ไปยังประเทศในตะวันออกกลาง และร่วมมือกับสภาหอการค้าไทย-จีน เพื่อหาพาร์ทเนอร์เป็นตัวแทนจำหน่ายในจีน พร้อมกันนี้มีแผนปรับโฉมร้านที่สุขุมวิท 45
ASV: แบรนด์น้องสาวที่ดูสนุก ขี้เล่น และเข้าถึงง่ายขึ้น เน้นกลุ่มวัยรุ่นหรือ First Jobber โดยปีนี้จะปรับราคา Opening Price ลดลงมาราคาประมาณพันปลายๆ เพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น
White Asava : เริ่มจากตลาดชุดเจ้าสาว ที่เน้นความคลาสสิกเหนือกาลเวลาไม่ตามแฟชั่นจนล้าสมัย ต่อมาได้พัฒนามาเป็นเสื้อผ้าสไตล์ Custom Made
MOO Bangkok: แบรนด์น้องใหม่ล่าสุด ต่อยอดสินค้าสู่ Life style items เน้นเสื้อผ้าผู้ชายเจาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z และ Millennial
Uniform by Asava : นี่คือขุมทรัพย์ที่แท้จริง เนื่องจากเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ Generate รายได้หลักให้กับกลุ่มของ ASAVA มาจากการรับออกแบบและผลิตยูนิฟอร์มให้กับองค์กรยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ โดยมี Bangkok Airways เป็นลูกค้ารายแรกๆ จนถึงปัจจุบัน ในขณะที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้า Uniform Design ด้วย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย กรุงเทพ LH Bank ตลอดจนโรงแรม SO/ Bangkok และเมืองไทยประกันชีวิต ฯลฯ ซึ่งเป็นการนำ DNA ของ ASAVA ไปอยู่บนตัวพนักงานนับหมื่นคน
แต่เนื่องจากจำนวนสาขาธนาคารที่ลดลง Asava จึงแก้เกมโดยขยายฐานเข้าสู่กลุ่มธุรกิจ Hospitality ซึ่งถือเป็นการส่งออก Service Identity ผ่านงานดีไซน์เครื่องแต่งกาย โดยปีที่ผ่านมามีโรงแรม Aman Nai Lert Bangkok และสถาบันจุฬาภรณ์เป็นลูกค้า ส่วนปีนี้ทำให้กับโรงแรม Fairmont Bangkok Sukhumvit
2. The Food Business: รสนิยมที่ 'กิน' ได้
คุณหมูมีความเชื่อว่า "แฟชั่นกับการกินคือเรื่องเดียวกัน" เพราะมันสะท้อนรสนิยมการใช้ชีวิต เขาจึงขยายธุรกิจสู่ Sava Group เพื่อเติมเต็มคำว่า Lifestyle ให้สมบูรณ์
SAVA THAI THAI FLAVOR : ร้านอาหาร All Day Dining ที่เป็นเหมือนห้องรับแขกของบ้าน นำเสนอเมนู "Comfort Food" หรืออาหารรสมือแม่ที่ยกระดับวัตถุดิบและการจัดวางให้สวยงาม
Co-Limited : แบรนด์ร้านอาหารที่ร่วมมือกับ NARA GROUP ยกระดับสตรีตฟู้ดไทยสู่สากล เน้นเมนูรสจัดจ้าน ซึ่งคอนเซ็ปต์ร้านนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจนขยายไปต่างประเทศในลักษณะแฟรนไชส์ อาทิ ฟิลิปปินส์
3. The Entertainment Business: บทบาทใหม่ในฐานะ 'ผู้จัดซีรีส์'
ปี 2025 คุณหมูกระโดดลงมาเป็นโปรดิวเซอร์ซีรีส์เต็มตัวแล้ว โดยเปิดบริษัทโปรดักชันในชื่อ ASA Studio และผลิตคอนเทนต์ให้กับแพลตฟอร์ม MONOMAX โดย "MANDATE คมเดือน" เป็นโปรเจกต์แรก ล่าสุด ASA STUDIO จับมือกับ JUSTUP (ในเครือโพลีพลัส) เปิดตัวบริษัทบริหารศิลปินอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ MJ ARTIST MANAGEMENT เดินหน้าบริหารและผลักดันศิลปินแบบครบวงจร เพื่อป้อนซีรีส์ 3-4 เรื่องในปีนี้
ถือเป็นการเติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญให้ Ecosystem ของอาณาจักรนี้ครบวงจรยิ่งขึ้น ทั้ง Fashion, Food, และ Entertainment แต่หากถามถึง 3 กลุ่มธุรกิจว่าอะไรที่ทำให้คุณหมูใช้ Energy ไปมากที่สุด “แฟชั่น” คือคำตอบสุดท้าย
“ธุรกิจบันเทิงเป็นโอกาสที่มีเข้ามา ประกอบกับผมจบมาทางด้านการแสดง ทำให้ตัวเองมี Passion ในเรื่องนี้อยู่แล้ว และเป็นทักษะที่ทำได้ เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่ได้เอามาใช้ ก็เลยอยากทำตรงนี้ แต่เมื่อเทียบกันแล้วธุรกิจแฟชั่นยังเป็นอะไรที่ผมใช้พลังไปกับมันมากที่สุด และยังเป็น Core Business ที่ทำรายได้หลักให้กับ ASAVA Group”