ถ้าเคยคิดว่า “ตรุษจีน” คือเทศกาลเดียวกันสำหรับทุกคน ปีนี้อาจต้องคิดใหม่ เพราะภายใต้ซองแดงสีเดียวกัน ความหมายของคำว่าเทศกาลในใจของแต่ละคน ไม่ได้เหมือนกันอีกต่อไป และความต่างนั้นไม่ได้สะท้อนแค่ทัศนคติ แต่สะท้อนผ่าน “วิธีใช้เงิน” อย่างชัดเจน
วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยประเพณีเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยตัวตน ความเชื่อ และบทบาทที่ตัวเองแบกรับอยู่ในครอบครัว
ตรุษจีนจึงไม่ใช่แค่วันไหว้เจ้า แต่มันคือพื้นที่ที่แต่ละเจเนอเรชันกำลังตีความใหม่ในแบบของตัวเอง ในบ้านเดียวกัน อาจมีสามความรู้สึกเกิดขึ้นพร้อมกัน คนหนึ่งมองหาโชคและพลังบวก คนหนึ่งมองหาความมั่นคงและความพร้อม อีกคนมองหาความต่อเนื่องของรากเหง้า และทั้งหมดกำลังใช้เงินด้วยเหตุผลที่ต่างกัน
เมื่อเทศกาลหนึ่งถูกตีความต่างกัน โอกาสทางธุรกิจก็ยิ่งขยายตัวตามไปด้วย จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล มองว่า “เทศกาลตรุษจีนปีนี้จะเป็นแรงขับสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ท็อปส์สามารถทำตัวเลขการเติบโตของยอดขายในช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 20% สะท้อนให้เห็นว่าพลังการใช้จ่ายในเทศกาลยังคงแข็งแรง เพียงแต่แบรนด์ต้องเข้าใจแรงจูงใจของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป”
ขณะที่ฝั่งเดอะมอลล์เองก็มองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจเทศกาลนี้เช่นกัน โดยประเมินว่าตรุษจีนจะทำให้เกิดเงินสะพัดกว่า 4,200 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าแม้ความหมายของเทศกาลจะถูกตีความใหม่ในแต่ละเจน แต่ “พลังทางเศรษฐกิจ” ของตรุษจีนยังคงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาทองของค้าปลีกไทย
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า การจับจ่ายของทั้งสามเจเนอเรชันไม่ได้หายไปไหน หากแต่กำลังกระจายตัวตามแรงจูงใจที่แตกต่างกัน พวกเขาไม่ได้ขัดแย้งกันในเชิงพฤติกรรมการใช้จ่าย เพียงแค่ให้ความหมายกับเทศกาลเดียวกันในคนละมิติ และนี่คือเหตุผลที่แบรนด์ไม่ควรมองตรุษจีนเป็นแค่ “ช่วงขายของ” แต่ต้องมองให้ลึกลงไปว่า ใครกำลังใช้เทศกาลนี้ตอบโจทย์ชีวิตแบบไหน
แล้วแต่ละเจนมองตรุษจีนอย่างไรบ้าง? วันนี้ Brandage พามาดูอินไซต์ตามเจเนอเรชัน ที่คุณจะเห็นได้ว่าภายใต้ซองแดงใบเดียวกัน มีความหมายไม่เหมือนกันเลย
