6 กลยุทธ์
ดึงคนเข้าโรงหนัง
เป้าหมายการเติบโตของเมเจอร์ในปีนี้อยู่ที่ 10% ซึ่งเป็นตัวเลขการเติบโตที่ถูกมองว่าใกล้เคียงกับการเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของบ้านเราที่ในปีนี้มีหนังฟอร์มยักษ์จากฮอลลี่วู้ดเข้ามาฉายในบ้านเราหลายเรื่อง ซึ่งน่าจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ตลาดมีการเติบโตในตัวเลขประมาณ 10%
อย่างไรก็ตาม เมเจอร์ในฐานะลีดเดอร์ของตลาดโรงภาพยนตร์ของบ้านเรา ยังคงเดินหน้าเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคที่เข้ามาดูหนังเป็นประจำให้มีความถี่ในการดูมากขึ้น
ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าที่เป็นเฮฟวี่ ยูสเซอร์ จะมีความถี่ในการชมภาพยนตร์ประมาณ 4 เรื่องต่อเดือน จากหนังที่เข้าฉายประมาณ 5 – 6 เรื่องต่อเดือน รองลงไปจะเป็นกลุ่มไลท์ ที่มีความถี่ในการชม 2 เรื่องต่อเดือน โดยเมเจอร์น่าจะมองไปที่กลุ่มที่มีความถี่ในการชมน้อยกว่า 1 เรื่องต่อเดือน ให้มีการเข้ามาชมในความถี่ที่เยอะขึ้น โดยกลยุทธ์หลักๆ ที่นำมาใช้จะประกอบไปด้วย
1.มองหา Pain Point หรือจุดอ่อนของสินค้าและบริการที่ผู้บริโภครู้สึกว่า “ยังไม่โอเค” เพื่อนำมาแก้ไข และทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้ ตัวอย่างในเรื่องนี้ ก็คือ การเปิดโรงภาพยนตร์ KODOMO Kids Cinema ที่เข้ามาช่วยทำให้ พ่อ แม่ รุ่นใหม่ที่เคยเข้าโรงหนังบ่อยๆ สามารถกลับมาดูหนังได้อีกครั้ง เนื่องจากไม่ต้องกังวลว่าลูกๆ จะไปรบกวนคนข้างๆ เหมือนช่วงที่ผ่านมา
การหา Pain Point นี้ ยังรวมถึง การเตรียมเจาะกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน ด้วยเซอร์วิสที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้ดีมากขึ้น อาทิ การเพิ่มที่จอดรถ หรือมีพื้นที่สำหรับแต่งหน้าหลังดูหนังจบ เป็นต้น
2.ใช้กลยุทธ์ Segmentation มากขึ้น เพื่อเจาะเข้าหากลุ่มลูกค้าที่ยังมีโอกาสเติบโตได้ดี โดยจะใช้ฐานข้อมูลของบัตร M Gen เข้ามาเป็นตัวช่วย ซึ่งในปีนี้จะเริ่มมีการทำ Big Data Analysis ที่วิเคราะห์ลงลึกถึงไลฟ์สไตล์ เพื่อนำข้อมูลมาแชร์กับพันธมิตรในการทำตลาดร่วมกัน
3.ยังคงใช้กลยุทธ์ราคาบนพื้นฐานที่ไม่กระทบกับการทำธุรกิจ ซึ่งกลยุทธ์ราคาที่เมเจอร์ทำสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มจำนวนคนดูในบางรอบ บางวัน อาทิ ราคา 100 – 120 บาท ในช่วงที่เป็นมูฟวี่ เดย์ วันพุธ ที่สามารถดึงคนทำงานตามห้างเข้ามาดูหนังในกลางสัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนเข้ามาดูหนังไม่มากนักได้เป็นอย่างดี