และเมื่อการปรับโครงสร้างเชิงระบบของประเทศเวียดนาม ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจและการบริหาร จังหวัดรูปแบบใหม่ มาบรรจบกับศักยภาพการขยายธุรกิจของบีเจซี และความพร้อมของ MMVN หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ ฟื้นฟูกิจการ จึงเอื้อต่อการเร่งขยายสาขาและการเติบโตในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ
ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า การตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ MM Mega Market Vietnam ในครั้งนี้ถือเป็นจังหวะเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของบีเจซี เนื่องจาก เป็นช่วงเวลาที่ปัจจัยหลัก 3 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างเศรษฐกิจเวียดนามที่กำลังเปลี่ยนผ่านความพร้อมของ MMVN หลังการฟื้นฟู กิจการ และความแข็งแกร่งด้านศักยภาพการขยายธุรกิจของบีเจซี มาบรรจบกันอย่างเหมาะสม ส่งผลให้สามารถปลดล็อกการ เติบโตของ MMVN ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
หากมองในมุมมองด้านผลตอบแทน เวียดนามยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดย GDP ปีล่าสุด (2025) เติบโตประมาณ 8% ขณะที่ MMVN เป็นธุรกิจที่มีกำไรอยู่แล้ว และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ใช้แหล่งเงินทุน จากหนี้สินทั้งหมดโดยไม่มีการเพิ่มทุน
ส่งผลให้ดีลนี้ช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) ตั้งแต่ปีแรกหลังปิดดีล ทั้งนี้ยังมีโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผสาน ศักยภาพภายในกลุ่มธุรกิจผ่านโครงการ Synergy ต่างๆ อาทิ อำนาจต่อรองด้านการจัดซื้อ การพัฒนา Private Label และการ ทำ Cross-selling ซึ่งคาดว่าจะทยอยสะท้อนผลในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า
ด้านกระแสเงินสด MMVN มี EBITDA ประมาณ 1.2 พันล้านบาทต่อปี และไม่มีภาระหนี้เดิม แม้จะมีแผนลงทุนเพื่อ ขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 500–1,000 ล้านบาท แต่สามารถรองรับได้ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน โดยไม่สร้างภาระเชิง โครงสร้างต่อฐานะการเงินของบีเจซี
สำหรับแผนการเติบโตในระยะ 5 ปีข้างหน้า MMVN ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ประมาณ 24 สาขา ครอบคลุมหลายรูปแบบ ธุรกิจ ทั้ง Cash & Carry, Depot, Food Service และ Supercenter โดยใช้งบลงทุนต่อสาขาประมาณ 200–600 ล้านบาท และ ยึดหลักการพิจารณาผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและคุณภาพการเติบโตใน ระยะยาว
Metro Cash & Carry มีต้นกำเนิดและเป็นของกลุ่มทุนจากประเทศเยอรมนี โดยบริษัทแม่ คือ METRO AG ซึ่งเป็น กลุ่มค้าส่งข้ามชาติที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองดึสเซลดอร์ฟ (Düsseldorf) ประเทศเยอรมนี โดย Metro เข้ามาเริ่มดำเนิน ธุรกิจในเวียดนามตั้งแต่ปี 2002 ก่อนที่จะถูก TCC Group ของคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ซื้อไปในปี 2016 พร้อมเปลี่ยนชื่อจาก Metro Cash & Carry เป็น MM Mega Market Vietnam ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีสาขารวมกันอยู่ที่ประมาณ 19 สาขา โดย MM Mega Market Vietnam จะอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทในเครือ TCC Land International (Singapore)

จนกระทั่ง เมื่อต้นปี 2026 ที่ผ่านมา บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ TCC เช่นกัน) ได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ MM Mega Market Vietnam อย่างเป็นทางการด้วยมูลค่าประมาณ 22,500 ล้านบาท
เป้าหมายการเปลี่ยนแปลงของการให้ BJC เข้ามาเป็นเจ้าของโดยตรงนั้นก็เพื่อรวมศูนย์ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่ง BJC เป็นเจ้าของ Big C เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองและขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั้งภูมิภาค โดย BJC มีสาขาของบิ๊กซีครอบคลุมอยู่ในประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว
แม้จะมีการเปลี่ยนมือ แต่ MMVN ยังคงเป็นธุรกิจของตระกูลสิริวัฒนภักดี เพียงแค่มีการโอนย้ายการถือหุ้นจากบริษัท โฮลดิ้งส่วนตัวเข้ามาอยู่ภายใต้บริษัทมหาชนอย่าง BJC เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง และยั่งยืนในตลาดเวียดนาม
หลังจากที่ BJC เข้ามาดูแล MM Mega Market Vietnam อย่างเต็มตัว แผนการขยายสาขาและยุทธศาสตร์หลักจะ มุ่งเน้นไปที่การสร้าง "อาณาจักรค้าปลีก-ค้าส่งแบบครบวงจร" ในเวียดนาม โดย BJC มีแผนจะเพิ่มจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่อง 24 สาขาภายใน 5 ปี จากเดิมที่มีสาขาอยู่ในหัวเมืองหลัก อาทิ โฮจิมินห์, ฮานอย, ดานัง โดยจะกระจายไปยังเมืองรองที่มี ศักยภาพการเติบโตสูง
การขยายสาขาไม่ได้เน้นแค่ห้างขนาดใหญ่ แต่จะเน้นไปที่รูปแบบของ Multi Format ที่มีทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงขยาย ไปสู่รูปแบบสาขาขนาดเล็กอย่าง "B's Mart" ที่เป็นฟอร์แมตของร้านสะดวกซื้อ เพื่อเพิ่ม Proximity ในการเข้าถึงชุมชนมากขึ้น โดยนอกจากสาขาหลักแล้ว ยังมีเป้าหมายขยายเครือข่ายร้านพันธมิตรโชวห่วยขนาดเล็กภายใต้ชื่อ Gia Tot ให้ครบ 10,000 แห่ง ภายในปี 2026 อีกด้วย
แน่นอนว่า การรุกเข้าไปทำตลาดในเวียดนามครั้งนี้จะมีการเชื่อมโยงซัพพลายเชนเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง เนื่องจาก BJC มีความเชี่ยวชาญจากการบริหาร Big C ในไทย พวกเขาจึงนำโมเดลการบริหารจัดการสินค้าและการขนส่งมาใช้ โดยจะมีการใช้เครือข่ายของ MM Mega Market เป็นช่องทางสำคัญในการนำสินค้าไทยเข้าไปวางจำหน่ายในเวียดนามได้ ง่ายขึ้น
เช่นเดียวกับการเร่งผลักดันสินค้าที่ Private Label Brand ของตัวเอง อาทิ แบรนด์ We Are Fresh และ Basico เพื่อ เพิ่มกำไรและสร้างความต่าง รวมถึงการบุกตลาด B2B และ Food Service โดยMM Mega Market ในเวียดนามมีจุดแข็งมาก ในกลุ่มลูกค้าองค์กร (HORECA - Hotel, Restaurant, Catering) โดยจะเร่งพัฒนาแอปพลิเคชันและระบบการสั่งซื้อออนไลน์ สำหรับลูกค้าธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น
จากข้อมูล ณ สิ้นปี 2025 MM Mega Market Vietnam มีศูนย์ค้าส่ง ไฮเปอร์มาร์เก็ต และซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งหมด 30 แห่งทั่วเวียดนาม ภายในปี 2030 BJC ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 54 แห่งทั่วประเทศ