บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ
บีเจซี เป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำที่มีชื่อปรากฏอยู่ในผลสำรวจหลากหลายชิ้น และล่าสุดกับผลวิจัย
2023-2024 Thailand’s Most Admired Company ที่ชื่อของ
“เบอร์ลี่ ยุคเกอร์” โดดเด่นด้วยปัจจัย “การบริการ” (Excellence Service) ของกลุ่ม “ธุรกิจพาณิชย์” ในประเทศไทย
“เบอร์ลี่ ยุคเกอร์” ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค รวมถึงการให้บริการในด้านต่างๆ ที่อยู่ในวิถีชีวิตคนไทยมานานกว่า 140 ปี เป็นหนึ่งในบริษัททางการค้ายุคแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย จึงเป็นองค์กรที่คนไทยรู้สึกคุ้นเคย จดจำได้ และให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด ภายใต้ภาพลักษณ์ของการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมที่ได้ดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท จึงมีความพร้อมในแง่ของโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำที่มีบทบาทสำคัญทั้งการเป็น ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการอย่างครบวงจร
คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงปัจจัยหลักที่ทำให้บีเจซีได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์กรที่มีความโดดเด่นในปัจจัย “การบริการ” (Excellence Service) เป็นผลมาจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นในหลายๆ ด้าน เพราะนอกจากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ปัจจุบัน เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ยังมีเครือข่ายธุรกิจกระจายอยู่ใน 6 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา ลาว พม่า และจีน มีบุคลากรรวมกว่า 54,000 คน ซึ่งการดำเนินธุรกิจของ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
- ธุรกิจต้นน้ำ (Upstream) ได้แก่ ธุรกิจผลิตวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว และบรรจุภัณฑ์กระป๋อง สบู่นกแก้ว สบู่แพรอท กระดาษชำระเซลล็อกซ์ ขนมขบเคี้ยวในกลุ่มมันฝรั่งแบรนด์เทสโต เป็นต้น
ล่าสุด ทางบริษัทได้ซื้อกิจการร้าน ABOUTHAI เป็นร้านค้าปลีกจำหน่ายสินค้าไทยในประเทศฮ่องกงจำนวน 24 สาขา โดยเปลี่ยนชื่อเป็นบิ๊กซี (Big C) มีผลตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 พร้อมวางแผนเปิดสาขาเพิ่มปีละ 25 สาขา เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการขยายสาขา ที่จะมีสาขาเป็นจำนวนถึง 99 สาขา ภายในสิ้นปี 2569
“บริษัทมุ่งสร้างความประทับใจ ผ่านความเป็นเลิศในการพัฒนาการผลิตสินค้าและบริการ ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและการเป็นผู้นำในการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อตอบสนองความต้องการในทุกวันของผู้บริโภค เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเกิดการปรับเปลี่ยนอย่างฉับไว และมีรูปแบบของการจับจ่ายที่เปลี่ยนไปโดยมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนมากยิ่งขึ้น และด้วยการทำงานเชิงรุกของบริษัท รวมถึงการได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนที่ดีมาโดยตลอดทั้งจากคู่ค้า พันธมิตร ผู้ถือหุ้น คณะผู้บริหาร และพนักงาน ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาสินค้าและบริการให้สามารถตอบโจทย์ ทั้งในเรื่องของเทรนด์ ความต้องการของผู้บริโภค และสร้างประสบการณ์ใหม่ได้อย่างหลากหลายให้กับลูกค้าได้ในทุกไลฟ์สไตล์”