ถ้าดูจากพฤติกรรมการกินของคนไทยช่วงนี้ จะเห็นความย้อนแย้งบางอย่างที่น่าสนใจมาก ปากพูดเรื่องรักสุขภาพกันทั้งเมือง แต่มือกลับพิมพ์คำว่า “บุฟเฟ่ต์” ซึ่งถูกค้นหามากกว่า 10 ล้านครั้งต่อปี โดยเฉพาะกับชาวออฟฟิศ ที่อาหารมื้อหนักไม่ใช่แค่เรื่องกินให้อิ่มให้คุ้ม แต่คือการให้รางวัลตัวเองที่ทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตอย่างชาบู หมูกระทะ ที่กินเพลินจนรู้ตัวอีกทีก็อิ่มแน่นไปทั้งตัวแล้ว
พฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่บางมื้อ แต่ค่อย ๆ เชื่อมโยงกันเป็นวงจรที่ไม่ค่อยจะเฮลตี้ของชาวออฟฟิศยุคใหม่ ตั้งแต่มื้อกลางวันที่รีบกินเพราะงานแน่น พอเวลาน้อยก็ยิ่งกินเร็ว ยิ่งเคี้ยวไม่ละเอียด บางคนกินไปทำงานไปด้วยซ้ำ ก่อนจะไปจัดหนักในมื้อเย็นเพื่อชดเชยให้ตัวเอง และจบวันด้วยมื้อดึก เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่สามารถหาอะไรกินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นี่มัน “วงจรกินอินฟินิตี้” ชัด ๆ เครียดจนรีบ อิ่มจนจุก และกินจนดึก อินไซต์เหล่านี้คือจุดตั้งต้นสำคัญของ “Peppermint Field” แบรนด์ยาดมที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 20 ปี มองเห็นว่าความอึดอัดหลังมื้ออาหารเป็นpain point ใหญ่ของคนเมือง เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่ผู้บริโภคอยากหยิบยาขึ้นมากิน และบางทีก็จุกเกินว่าจะกระดกน้ำอัดลมเพื่อหวังความสดชื่น

คุณมีนา (เอี่ยมพิกุล) อัครพงศ์พิศักดิ์ รองประธานบริหารสายงานการเติบโตและความยั่งยืนของเบอร์แทรม เล่าว่า
“Peppermint Field ถือว่าประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนภาพจำ “ยาดม” ให้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ ผ่านแนวคิด Refreshment ON-THE-GO และกลยุทธ์ Collaboration กับแบรนด์ระดับโลก สะท้อนว่า Peppermint Field เข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ขยายความแข็งแกร่งไปสู่ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Non-inhaler เพื่อไปสู่มิติอื่นๆ ของความสดชื่นของผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายในการรุกตลาด Functional Drink เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีมูลค่าสูงกว่า 15,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง บวกกับปัญหาด้านการย่อยหลังมื้ออาหารของคนไทย ซึ่งคนไทยกว่า 93% มีอาการแน่นท้องหลังมื้ออาหาร”
Peppermint Field จึงเปิดตัว “Peppermint Field Fresh Up” เครื่องดื่มรูปแบบช็อตที่วางตัวเป็น After-meal comfort solution สำหรับมื้อรีบ มื้อหนัก และมื้อดึก Fresh Up ชูจุดเด่นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่างเป๊ปเปอร์มิ้นท์ แอปเปิ้ลไซเดอร์เวเนการ์ ขิง มะนาว และเทียนข้าวเปลือก ช่วยลดอาการอึดอัด ขับลม และเพิ่มความสดชื่น ดื่มง่ายด้วยรสเลมอนที่หลายคนคุ้นเคย ไม่มีน้ำตาล ตอบโจทย์คนทำงานและคนรุ่นใหม่ที่อยากดูแลตัวเองโดยไม่รู้สึกว่ากำลังกินยา

ที่น่าสนใจคือ ในตลาดเครื่องดื่มไทยที่ผ่านมา แทบไม่เคยมีแบรนด์ไหนเข้ามาทำ “เครื่องดื่มหลังมื้ออาหาร” ในรูปแบบที่โฟกัสเรื่องความอึดอัด การย่อย และความสบายท้องอย่างจริงจัง ตลาด Functional Drink ส่วนใหญ่ยังอยู่กับภาพของเครื่องดื่มบำรุงพลัง วิตามิน หรือสายสปอร์ตดริ้งก์เป็นหลัก การที่ Peppermint Field เลือกลงมาจับ pain point หลังมื้ออาหารแบบตรง ๆ ในฟอร์มเครื่องดื่มช็อต จึงถือเป็นการ “เปิดหมวดใหม่” ให้กับตลาดมากกว่าการแย่งส่วนแบ่งในหมวดเดิม และทำให้แบรนด์กลายเป็นผู้บุกเบิกและผู้เล่นรายแรกของเซกเมนต์ after-meal comfort drink ในตลาดเครื่องดื่มไทยอย่างชัดเจน
จึงสามารถกล่าวได้ว่า การเปิดตัว Fresh Up ถือเป็นก้าวสำคัญของ Peppermint Field ในการยกระดับจาก “แบรนด์ยาดม” สู่ “ไลฟ์สไตล์แบรนด์” ที่ดูแลความสดชื่นทั้งภายนอกและภายใน โดยตั้งเป้าสร้างรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Non-Inhaler แตะ 100 ล้านบาทภายในปี 2027 Fresh Up มาในขนาด 50 มล. ราคา 30 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และมีแผนขยายความร่วมมือกับร้านอาหารเพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองดื่มหลังมื้ออาหารจริง
เมื่อมองภาพรวม นี่จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นตัวอย่างของการหยิบพฤติกรรมธรรมดา ๆ ตั้งแต่การเสิร์ชคำว่าบุฟเฟ่ต์หลักสิบล้านครั้งต่อปี ไปจนถึงอาการอึดอัดหลังมื้ออาหารของคนไทยกว่า 93% มาเรียงเป็นอินไซต์เดียวกัน และแปลงเป็นโอกาสทางธุรกิจในตลาด Functional Drink ได้อย่างชัดเจน