IDC (International Data Corporation - ผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกทางเทคโนโลยีด้วยนักวิเคราะห์กว่า 1,000 คนทั่วโลก) ได้ระบุไว้ในรายงานเรื่อง Worldwide Quarterly Mobile Phone Tracker ของตนว่า คาดว่าตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะลดลงมากถึง 12.9% ในปี 2026 นี้ ซึ่งเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เนื่องจากวิกฤตการขาดแคลนหน่วยความจำ (Memory Shortage Crisis)
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจาก IDC ชี้ว่า การร่วงอย่างหนักของตลาดสมาร์ทโฟนจะกระทบหนักกับสมาร์ทโฟนกลุ่ม Android แบรนด์เล็ก ขณะที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ iPhone ของ Apple และ Samsung จะสวนกระแส และอาจได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มด้วย
Francisco Jeronimo รองประธานฝ่ายอุปกรณ์ลูกค้าทั่วโลกของ IDC (Vice President for Worldwide Client Devices, IDC.) กล่าวว่า “ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ผลิต Android กำลังเผชิญกับภัยคุกคามอย่างมาก ผู้จำหน่ายที่มีธุรกิจหลักอยู่ในตลาดระดับล่าง มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นจะกระทบกับกำไรของพวกเขา และพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้ใช้ปลายทาง"
แต่ Jeronimo ได้ชี้ว่า "ในทางตรงกันข้าม Apple และ Samsung อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าในการรับมือกับวิกฤตนี้ ในขณะที่ผู้จำหน่าย Android รายเล็กและระดับล่างกำลังดิ้นรนกับต้นทุนที่สูงขึ้น Apple และ Samsung ไม่เพียงแต่จะสามารถฝ่าฟันพายุนี้ไปได้ แต่ยังมีศักยภาพที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดได้มากขึ้น เมื่อสภาพการแข่งขันเข้มข้นขึ้น”
Jeronimo ยังได้ระบุว่า “สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่นี้ไม่ใช่เพียงแค่ภาวะชะงักงันชั่วคราว แต่เป็นเหมือนคลื่นยักษ์สึนามิที่เริ่มต้นจากซัพพลายเชนหน่วยความจำ และส่งผลกระทบไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตลาดคอนซูเมอร์ (Consumer Electronlcs Industry)”
จากการคาดการณ์ของ IDC ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2026 จะลดลงเหลือ 1.1 พันล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับปี 2025 การลดลงนี้จะทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนมียอดขายรายปีต่ำที่สุด ในรอบกว่าทศวรรษ
ซึ่งการคาดการณ์ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปัจจุบันของ IDC ดังกล่าว ลดลงอย่างมากจากที่คาดการณ์ไว้ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนหน่วยความจำ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ทางด้าน Nabila Popal ผู้อำนวยการวิจัยอาวุโสของ IDC Worldwide Quarterly Mobile Phone Tracker (Senior Research Director with IDC’s Worldwide Quarterly Mobile Phone Tracker) ก็ได้กล่าวว่า “วิกฤตหน่วยความจำจะไม่ใช่แค่การลดลงชั่วคราวเท่านั้น แต่เป็นการปรับโครงสร้างตลาดทั้งหมดใหม่หมด เปลี่ยนแปลง TAM (Total Addressable Market) ในระยะยาว ภูมิทัศน์ของผู้ผลิต และส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ อย่างสิ้นเชิง”

สำหรับ Total Addressable Market หรือตลาดเป้าหมายทั้งหมด คือ มูลค่ารายได้สูงสุดที่เป็นไปได้ทั้งหมด หากธุรกิจนั้น ๆ สามารถครอบครองส่วนแบ่งตลาดได้ 100% ของกลุ่มลูกค้าที่อาจสนใจผลิตภัณฑ์หรือบริการโดยไม่มีคู่แข่ง เป็นตัวชี้วัดศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวที่ใช้ประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน
Popal ยังให้ความเห็นว่า “เราคาดว่าจะมีการควบรวมกิจการ เนื่องจากผู้เล่นรายเล็ก ๆ ทยอยออกจากตลาด และผู้ผลิตระดับล่างจะเผชิญกับการจัดส่งที่ลดลงอย่างมาก ท่ามกลางข้อจำกัดด้านซัพพลายเชน และดีมานด์ที่ลดลงในระดับราคาที่สูงขึ้น แม้ว่าการจัดส่งจะลดลงเป็นประวัติการณ์ แต่ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 14% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 523 เหรียญสหรัฐฯ ในปีนี้"
"ในขณะที่ราคาหน่วยความจำคาดว่าจะทรงตัวในช่วงกลางปี 2027 แต่ก็ไม่น่าจะกลับไปสู่ระดับก่อนหน้า ทำให้กลุ่ม (สมาร์ทโฟน) ราคาต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐฯ (171 ล้านเครื่อง) ไม่คุ้มค่า ไม่ก่อให้เกิดกำไรในระยะยาว กล่าวโดยสรุปคือ ไม่มีทางที่จะกลับไปสู่ธุรกิจแบบเดิมสำหรับผู้ผลิตและผู้บริโภคได้อีกแล้ว” Popal กล่าว
ในระดับภูมิภาค ตลาดที่มีสมาร์ทโฟนระดับล่างจำนวนมากที่คาดว่าจะลดลงมากที่สุด คือ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งจะเผชิญกับการลดลงมากที่สุดถึง 20.6% เมื่อเทียบกับปี 2025 ในขณะที่ตลาดที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งของโลก ได้แก่ ตลาดจีน และเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) คาดว่าจะลดลง 10.5% และ 13.1% ตามลำดับ เมื่อวิกฤตเริ่มทรงตัวในช่วงกลางปี 2027 IDC คาดการณ์ว่า จะมีการฟื้นตัวเล็กน้อยที่ 2% ในปีนั้น ตามด้วยการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งขึ้นที่ 5.2% ในปี 2028 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ภาพประกอบ กราฟแสดงการคาดการณ์ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก
Cr : IDC Global
Source