ภาพจำของการท่องเที่ยวไทยในอดีต มักผูกอยู่กับพฤติกรรม “มาเร็ว ไปเร็ว” นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา เก็บแลนด์มาร์ก กินร้านดัง แล้วเดินทางต่อไปยังประเทศถัดไป
แต่วันนี้ ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปเมื่อนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะ “อยู่ต่อ” จากทริปไม่กี่วัน ขยับสู่การพักหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน กลายเป็นเทรนด์สำคัญที่เรียกว่า “Long Stay” ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้อานิสงส์จากเทรนด์นี้อย่างชัดเจนคือ “หัวหิน” เมืองพักผ่อนชายทะเลใกล้กรุงเทพฯ ที่โดดเด่นทั้งในด้านการเดินทางสะดวก บรรยากาศเงียบสงบ และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการอยู่อาศัยระยะยาว
ข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2568 มีนักท่องเที่ยวกว่า 8.55 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 39,020 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 72.97% ติดอันดับ 5 ของประเทศ สะท้อนศักยภาพของหัวหินในฐานะเดสติเนชันที่รองรับทั้ง Leisure และ Long Stay โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปที่นิยมพำนักระยะยาวในช่วงฤดูหนาว

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านนี้ Minor Hotels เดินหน้าปรับเกมครั้งสำคัญ ด้วยการยกระดับพอร์ตโรงแรมในหัวหินให้ครอบคลุมตั้งแต่ลักชัวรีไปจนถึงอัพสเกล เพื่อตอบรับนักเดินทางยุคใหม่ที่มองหามากกว่า “ที่พัก” แต่คือ “ประสบการณ์การใช้ชีวิต”
Anantara Hua Hin Resort รีสอร์ทแห่งแรกของแบรนด์ที่อยู่คู่หัวหินมาอย่างยาวนาน โดยในโอกาสครบรอบ 25 ปี ได้ปรับโฉมครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิด “หมู่บ้านไทยริมทะเล” ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม ผสานดีไซน์ร่วมสมัยและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน
การปรับโฉมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรีโนเวต แต่เป็น “การลงทุนเชิงกลยุทธ์” เพื่อยกระดับประสบการณ์ในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ บริการ ไปจนถึงกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตระหว่างการเข้าพัก สอดรับกับนักท่องเที่ยวลักชัวรีที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์เฉพาะตัว” มากกว่าตัวสถานที่เพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน รีสอร์ทยังขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนภายใต้มาตรฐาน Green Globe ครอบคลุมทั้งการจัดการทรัพยากร การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน สะท้อนทิศทางของลักชัวรียุคใหม่ที่ต้องสมดุลทั้งความหรูหราและความรับผิดชอบ
มร. เจมส์ ซัตคลิฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท กล่าวว่า “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่นักเดินทางมองหาประสบการณ์ที่ออกแบบเฉพาะตัวมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเพียงจุดหมายปลายทาง สู่การเลือกสถานที่พักที่สามารถสะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และความหมายของการเดินทางได้อย่างแท้จริง แนวโน้มดังกล่าวทำให้รีสอร์ทระดับลักชัวรีทั่วโลกปรับตัวจากการนำเสนอที่พัก ไปสู่การสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ครบมิติ”

อีกหนึ่งหมากสำคัญอีกหนึ่งหมากสำคัญคือการเปิดตัว NH Hua Hin ภายใต้แบรนด์ NH Hotels & Resorts ในกลุ่ม Select ของเครือ เพื่อเจาะตลาดอัพสเกลรับแนวโน้มการเติบโตของการท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมสะท้อนกลยุทธ์ของไมเนอร์ โฮเทลส์ ในการขยายแบรนด์สู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอโรงแรมในหลายระดับราคาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Leisure และ Long-stay
มร. โอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เผยว่า แบรนด์ NH Hotels & Resorts เป็นแบรนด์ในกลุ่ม Select ของเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่มีคุณภาพ สะดวกสบาย และคุ้มค่าให้กับนักเดินทาง โดยปัจจุบันมีโรงแรม NH มากกว่า 200 แห่ง ใน 26 ประเทศ ซึ่งในประเทศไทยมี 4 แห่ง ได้แก่ภูเก็ต กรุงเทพฯ และหัวหิน
ด้วยศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและความหลากหลายของจุดหมายปลายทาง การเข้ามาปักหมุดในหัวหินจึงไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้าง “พอร์ตโฟลิโอที่สมดุล” ครอบคลุมตั้งแต่ลักชัวรีไปจนถึงอัพสเกล เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาการพักผ่อนระยะยาว

นอกจากนี้ NH Hotels ภายใต้การบริหารของ Minor Hotels กำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน มีการฝึกอบรมพนักงานทุกระดับให้เข้าใจการใช้AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ รวมถึงการพัฒนาระบบการจองอัจฉริยะที่จะช่วยแนะนำโรงแรมให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแขกแต่ละคน
การรุกของ Minor Hotels ผ่านทั้ง Anantara และ NH ในหัวหิน สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ไม่ได้มองเพียงการเพิ่มจำนวนผู้เข้าพัก แต่เน้นการ “เพิ่มคุณภาพของการเข้าพัก” และ “ยืดระยะเวลาการใช้ชีวิต” ของนักท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทาง
เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจาก “นักท่องเที่ยว” สู่ “ผู้อยู่อาศัยชั่วคราว” เมืองท่องเที่ยวอย่างหัวหินจึงไม่ได้แข่งขันกันแค่สถานที่ท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกันในฐานะที่อยู่อาศัยระยะยาว และผู้ชนะคือผู้ที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ทำให้นักเดินทางรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ที่พัก แต่คือ “บ้านอีกหลัง” ได้อย่างแท้จริง