แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศไทยยังคงเผชิญความผันผวน แต่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับไม่ได้ชะลอตัว แต่กำลังปรับรูปแบบการเติบโตไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า การประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
หนึ่งในผู้เล่นที่สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจนคือ “ไฮเออร์ (ประเทศไทย)” แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกที่ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 11,230 ล้านบาท พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดราว 14% และยังคงขับเคลื่อนการเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มหลักของพอร์ตฯ และสามารถครองอันดับหนึ่งในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านราคา ฟังก์ชัน และการประหยัดพลังงาน

ผู้บริโภค “ซื้ออย่างคิดมากขึ้น” แต่ไม่หยุดซื้อ
ไฮเออร์มองว่าปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตในปีที่ผ่านมา คือกระบวนการตัดสินใจซื้อ เพราะผู้บริโภคยุคปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ราคาซื้อเริ่มต้น แต่ให้ความสำคัญกับต้นทุนการใช้งานในระยะยาว โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้ารุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงาน เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความทนทาน จึงกลายเป็นตัวเลือกหลักในตลาด และเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของไฮเออร์ในหลายกลุ่มสินค้า
รายได้เติบโตทุกกลุ่มสินค้า สะท้อนพอร์ตที่แข็งแรง
ในปี 2568 ไฮเออร์สามารถสร้างการเติบโตได้ในทุกกลุ่มสินค้า ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไปจนถึงกลุ่มเชิงพาณิชย์ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตู้แช่ ทีวี และเครื่องทำน้ำอุ่น โดยแต่ละกลุ่มยังคงมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่ได้หยุดการใช้จ่าย แต่เลือกใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการใช้งานระยะยาว
ขณะเดียวกัน ภาพรวมการแข่งขันในตลาดยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เมื่อผู้บริโภคชาวไทยเริ่มเปิดรับแบรนด์ทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์จากประเทศจีนที่พัฒนาทั้งในด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และดีไซน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดีขึ้น ในขณะที่แบรนด์ดั้งเดิมจากญี่ปุ่นซึ่งเคยครองตลาดมายาวนาน เริ่มเผชิญกับความท้าทายในการรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์และการสื่อสารแบรนด์
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวส่งผลให้การแข่งขันในตลาดไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการขับเคี่ยวกันในมิติของนวัตกรรม ความคุ้มค่า และความสามารถในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของไฮเออร์ในช่วงที่ผ่านมา

เดินหน้าสู่ AI Smart Ecosystem ขับเคลื่อนด้วย 1,200 ล้านบาทลงทุน
สำหรับปี 2569 ไฮเออร์เดินหน้าขยายการเติบโตต่อเนื่อง พร้อมตั้งงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และช่องทางออนไลน์ พร้อมกันนี้ บริษัทเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ และเพิ่มสัดส่วนสินค้าในกลุ่มพรีเมียมมากขึ้น
โดยหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในปีนี้ คือ การขับเคลื่อนสู่ AI Smart Ecosystem ที่เชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ไปจนถึงเครื่องซักผ้า และทีวี

ที่น่าสนใจก็คือ ปีนี้ไฮเออร์จะเปิดตัว AI Product ครบทุกหมวด เสริมความเป็น Smart Living Brand ภายใต้แนวคิด “AI Smart Living” เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 50 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดสินค้า โดยมีเทคโนโลยี AI เป็นแกนหลักในการพัฒนา ตั้งแต่เครื่องปรับอากาศที่สั่งงานด้วยเสียง ระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ ไปจนถึงตู้เย็นที่ช่วยถนอมอาหารด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ เครื่องซักผ้าที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และทีวีที่เพิ่มประสบการณ์ความบันเทิงแบบอินเทอร์แอคทีฟ ทั้งหมดสะท้อนทิศทางการยกระดับจากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า สู่แบรนด์เทคโนโลยีที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในบ้าน
มากไปกว่านั้น ไฮเออร์เดินหน้ากลยุทธ์แบบครบวงจร ผ่านแคมเปญและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในทุก touchpoint ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมโปรโมชัน Roadshow ทั่วประเทศ แคมเปญออนไลน์ รวมถึงกลยุทธ์ Sport Marketing ผ่านการเป็นพันธมิตรกับสโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่าง Liverpool F.C. และ Paris Saint-Germain F.C. ขณะเดียวกันยังต่อยอดพลังของ Pop Culture ผ่านการใช้ศิลปินระดับเอเชียอย่าง BamBam ในฐานะ Brand Ambassador เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์กับคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

“ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของไฮเออร์ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในระดับโลก โดยในปี 2569 บริษัทมุ่งยกระดับองค์กรสู่การเป็น Global Brand อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกัน พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคให้ครอบคลุมในทุกมิติของการใช้งาน ควบคู่กับการขยายการเข้าถึงตลาดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันรายได้สู่ 14,000 ล้านบาท และวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเติบโตที่สำคัญของไฮเออร์ในระดับโลกในระยะยาว” มร. ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวสรุป