สันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (ยูไอเอช) กล่าวว่า “หัวเว่ยได้จัดหาคลาวด์แพลตฟอร์มและเทคโนโลยี DWDM ทำให้เราสามารถมอบบริการคลาวด์ที่มีทั้งแบนด์วิธสูงความจุใหญ่ และความน่าเชื่อถือสูง”
โซลูชั่นใหม่ของหัวเว่ยช่วยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตพลิกโฉมสู่ดิจิทัล
ในงานประชุมครั้งนี้ หัวเว่ยได้จัดแสดงโซลูชั่นใหม่หลายรายการ อาทิ โซลูชั่นแพลตฟอร์ม FusionServer V5, CloudCampus และ UPS FusionPower5000-S ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรต่างๆ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเร่งกระบวนการพลิกโฉมธุรกิจสู่ระบบดิจิทัล
♦ โซลูชั่นแพลตฟอร์ม FusionServer V5: เมื่อเทียบกับโซลูชั่นรุ่นก่อน โซลูชั่นรุ่นใหม่นี้จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น 30% ทั้งยังติดตั้งใช้งานได้รวดเร็ว ช่วยให้ระบบมีความเสถียร ส่งมอบบริการได้รวดเร็ว และพร้อมรองรับการใช้งานในอนาคต สำหรับความเสถียรของระบบนั้น คุณสมบัติด้าน Smart Fault MGM ที่ล้ำหน้าสามารถป้องกันระบบล่มได้สูงถึง 93% และยังมีคุณสมบัติ Smart Power MGM ที่ช่วยลดการใช้พลังงานในระบบลง 16% เอื้อต่อการบำรุงรักษาและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอีกด้วย
♦ โซลูชั่น CloudCampus: เน็ตเวิร์คแบบเดิมมีประสิทธิภาพการใช้งานต่ำ การบริหารจัดการที่ซับซ้อน และต้นทุนการดูแลบำรุงรักษาที่สูง ต่างจากโซลูชั่น CloudCampus ที่ช่วยให้ผู้ใช้ระดับองค์กรสามารถดำเนินการวางแปลนเครือข่ายไร้สาย ติดตั้งใช้งาน และบริหารจัดการระบบดูแลรักษาในที่ทำงานผ่านทางบริการจัดการคลาวด์แบบใหม่ ทำให้อุปกรณ์เครือข่ายดีไวซ์สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบและใช้งานได้เลย (Plug-and-play) โซลูชั่นนี้สามารถย่นระยะเวลาติดตั้งใช้งานเครือข่ายในสถานศึกษาหรือองค์กร และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการได้กว่า 80% ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของสมาร์ทแคมปัสเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้ให้บริการจัดการระบบ (Managed Service Provider - MSP ) โซลูชั่นนี้มีแพลตฟอร์มจัดการคลาวด์แบบ “self-operated” ที่มีความสามารถจัดการอุปกรณ์หลายล้านชิ้น พร้อมผสานเครือข่าย WiFi ที่กระจัดกระจาย ให้รวมกันเป็น “One WiFi” สามารถนำไปใช้ได้ทั้งภาคการศึกษา ธุรกิจค้าปลีก และศูนย์การค้า ช่วยให้ผู้ให้บริการ MSP สร้างรายได้ผ่านระบบแบบบริหารจัดการด้วยตนเอง โซลูชั่น CloudCampus พร้อมให้บริการบนพับลิคคลาวด์ของหัวเว่ยในฮ่องกงแล้ว ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถพัฒนาธุรกิจสำหรับเครือข่ายแคมปัสให้มีประสิทธิภาพสูงได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสินทรัพย์หรือแม้แต่มีเทคโนโลยีประสิทธิภาพต่ำก็สามารถทำได้
♦โซลูชั่น UPS FusionPower5000-S: โซลูชั่นชุดนี้ผสานคุณสมบัติด้านการจ่ายไฟฟ้าและระบบสำรองไฟเข้าไว้ด้วยกัน รองรับการต่อพ่วงได้สูงสุดถึง 1,200 kVA ต่อเครื่อง ด้วยตัวเครื่องที่มีคุณสมบัติถ่ายโอนความร้อนได้ดี ผลิตภัณฑ์นี้จึงสามารถติดตั้งได้ง่ายในพื้นที่เล็กๆ ใช้เวลาบำรุงรักษาไม่ถึงห้านาที และหากระบบขัดข้อง ผู้ใช้ก็สามารถดำเนินการแก้ไขทางออนไลน์ ช่วยให้ระบบกลับมาพร้อมใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
หัวเว่ยเสริมแกร่ง ISP ปลดปล่อยศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัล
หัวเว่ยตั้งเป้าหมายที่จะช่วยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผลักดันนวัตกรรมด้านดิจิทัล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของแต่ละประเทศทั่วทั้งภูมิภาค ในระหว่างงานประชุม หัวเว่ยได้แสดงให้เห็นว่าบริษัทช่วยให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนผ่านจากระบบดาต้าเซ็นเตอร์ไปสู่บริการคลาวด์ การปรับเปลี่ยนจากเส้นใยแก้วนำแสงไปสู่คลาวด์ไฟเบอร์ และจาก IAP ไปสู่ MSP
♦ บริการดาต้าเซ็นเตอร์สู่บริการคลาวด์: เครือข่ายคลาวด์ดาต้าเซ็นเตอร์ของหัวเว่ยมีคุณสมบัติรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่น ดูแลบำรุงรักษาได้ง่าย และติดตั้งใช้งานได้สะดวก พร้อมโซลูชั่นทางเทคนิคที่ช่วยประหยัดพลังงานด้วยการออกแบบโมดูล นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือด้านวิชวลไลซ์สำหรับการออกแบบทางธุรกิจที่ช่วยในการทำคอมพิวติ้งด้านธุรกิจ การเก็บข้อมูล เครือข่ายและการเข้าถึงแหล่งข้อมูลแอพพลิเคชั่นภายใน 10 นาที ระบบเครือข่ายที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (SDN) ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมสามารถทำงานร่วมกับโซลูชั่นเครือข่ายแบบเก่า ผสานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่สามารถลดภาระงานในการปรับตั้งค่าได้ถึง 90%
♦ การปรับเปลี่ยนจากเส้นใยแก้วนำแสงไปสู่คลาวด์ไฟเบอร์: โซลูชั่นของหัวเว่ยประกอบด้วยอุปกรณ์สวิตชิ่งเชื่อมต่อที่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรม SDN และคลาวด์ไฟเบอร์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถดำเนินการรับ-ส่งสัญญาณได้อย่างรวดเร็ว การกำหนดเวลาแบบยืดหยุ่น และการถ่ายโอนข้อมูลบน WAN อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการสร้างและรองรับบริการปฏิบัติการแบนด์วิธแบบเสมือนจริง
♦ จากการเป็นผู้ให้บริการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (IAP) ไปเป็นผู้ให้บริการจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (MSP): หัวเว่ยได้สาธิตประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการที่หลากหลายเพื่อช่วยให้ IAP สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเพิ่มแบนด์วิธ อาทิ GE Access Network แบบบริการครบวงจร รวมถึงวิดีโอความละเอียดสูงระดับ HD และการรับ-ส่งข้อมูลบิ๊กดาต้าที่แบนด์วิธสูงและความหน่วงต่ำ
ในฐานะผู้นำด้านไอซีที หัวเว่ยได้จัดหาโซลูชั่นให้แก่บริษัทอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 1,000 รายในกว่า 50 ประเทศ เพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ ปรับการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับงานประชุม Huawei Asia Pacific ISP Summit สามารถไปที่เว็บไซต์ http://e.huawei.com/topic/asia-pacific-isp-summit2018-en/index.html